โกลเบล็ก “Structured Notes”

เรียกว่า เปิดศักราชใหม่ปุ๊บ ก็เตรียมส่ง new product  เพื่อการลงทุน “Structured Notes” รับปีหมูทองปั๊บ สำหรับ บล.โกลเบล็ก ล่าสุด บอสอัพ “ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” เรียกประชุมวางแผน เพื่อเปิดขาย 3 โปรดักส์ หุ้นกู้มีอนุพันธ์แฝง อ้างอิงหลักทรัพย์ในดัชนี SET 50 ลุยดีเดย์ เปิดขายระหว่างวันที่ 16 -18 ม.ค.นี้  พร้อมกระซิบมาว่า ด้วยดัชนีที่ยังคงมีความผันผวน จากตัวแปรทั้งในและต่างประเทศ การลงทุนใน Structured Notes ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และลดความเสี่ยง แบบสบายกระเป๋าได้ดี มิหนำซ้ำ ยังได้ Income แบบสม่ำเสมอตลอดอายุตราสาร ก็แหม..เล่นประกาศจ่ายรับผลตอบแทน เป็นดอกเบี้ยแบบรายเดือน ซะขนาดนี้ จะไม่ให้เรียกว่า ป๋าใจป้ำกล้าแจกกล้าจ่าย ได้ยังไง ที่สำคัญแว่วๆว่า การจ่ายผลตอบแทนแบบนี้ GBS ถือเป็นรายแรกๆในอุตสาหกรรมอีกด้วย Wow Wow ได้ยินแบบนี้แล้ว สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวเข้ามาเปิดพอร์ต ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ที่ บล.โกลเบล็ก ทุกสาขา ได้เลย  .. หากพลาดการลงทุนใน  Structured Notes by GBS  แล้วคุณจะเสียใจ

KTAM ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่อง ให้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานบริษัท กสท โทรคมนาคม ต่ออีก 3 ปี

นางสาวสมศรี สุนทราภิรมย์ ประธานคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (ที่ 3 ขวา) ร่วมด้วย นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM (ที่ 3 ซ้าย) ในพิธีมอบสัญญาแต่งตั้ง บลจ.กรุงไทย ให้เป็นบริษัทจัดการกองทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานบริษัท กสท เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยมี นางสาวหัสวรา แสงรุจิ (ที่ 2 ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บลจ.กรุงไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเร็วๆ นี้

 

KTBST ยื่นไฟลิ่งเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอขายไอพีโอ 16.77 ล้านหุ้น พาร์ 10.00 บาท/หุ้น ระดมทุนขยายธุรกิจ พัฒนาระบบการให้บริการ ด้าน APM ที่ปรึกษาการเงินเผยธุรกิจสถาบันการเงินโดดเด่น มีโอกาสขยายบริการครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการนักลงทุน

นายสมภพ ศักดิ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KTBST) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)และยื่นคำขอให้รับหุ้นสามัญของบริษัทเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 62

โดยเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญจำนวน 16.77 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกโดยบริษัท 11.77 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่ผู้ถือหุ้นใหญ่เสนอขาย 5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 10.00 บาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 670 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวนหุ้นสามัญ 67 ล้านหุ้น โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 552.25 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวนหุ้นสามัญทั้งสิ้น 55.225 ล้านหุ้น

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KTBST) กล่าวอีกว่า KTBST ถือเป็นผู้นำนวัตกรรมการวางแผนบริหารจัดการการลงทุนแบบครบวงจรที่มีชื่อเสียง ด้วยคุณภาพการให้บริการ และโปรดักส์ทางการเงินที่หลากหลาย  ทำให้บริษัทได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี 

“KTBST ถือเป็นสถาบันการเงินที่มีบริการครบวงจร โดยมองว่าเป็นธุรกิจที่มีความโดดเด่นมีเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำตอบโจทย์นักลงทุนทั่วโลก และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการลงทุน อีกทั้งบริษัทยังมีโอกาสในการขยายธุรกิจการให้บริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนได้ทุกระดับ” นายสมศักดิ์กล่าว

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KTBST) เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อขยายธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาระบบการให้บริการ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น โดย KTBST มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันการเงินในประเทศไทยที่มีความ “โดดเด่น” ในการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร พนักงาน “มีความสุข” และ “ภูมิใจ” ที่ได้ร่วมงานกับองค์กร โดย KTBST มุ่งหวังให้ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพนักงาน มีการเติบโตพร้อมกันอย่างยั่งยืน และมีส่วนช่วยสังคมในการ “พัฒนาตลาดทุน”

ทั้งนี้  KTBST ดำเนินธุรกิจ ให้บริการด้านการลงทุนแบบครบวงจร โดยบริษัทได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังประเภท ก ให้ดำเนินประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ได้แก่ บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ กองทุนส่วนบุคคล ตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวม ธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ บริการวาณิชธนกิจ  ที่ปรึกษาทางการเงิน และการให้บริการออกแบบการลงทุน (Wealth Advice) และ KTBST ยังได้รับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจซื้อ ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราให้กับลูกค้าในการบริการธุรกรรมไปต่างประเทศอีกด้วย     

สำหรับผลประกอบการของบริษัทย้อนหลัง (ปี 59- 60) มีรายได้รวมมูลค่าเท่ากับ 615.31 ล้านบาท และ 915.45 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8.60 ล้านบาท และ 39.81 ตามลำดับ ในขณะที่ ณ งวด 9 เดือน 61 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 890.38  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 50.07 ล้านบาท

ช.การช่าง รับรางวัลยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Awards)

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวสวรรยา ตรีวิศวเวทย์ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ( Best Investor Relations Awards ) ในพิธีประกาศผลและมอบรางวัล SET Awards 2018 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและวารสารการเงินธนาคาร ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล เมื่อเร็วๆ นี้

 

“ โกลเบล็ก” ชี้ปัจจัยเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยหนุนตลาดหุ้นไทย ให้กรอบดัชนี 1,570–1,620 จุด  แนะลงทุนกลุ่มค้าปลีก-นิคมอุตสาหกรรม-สถาบันการเงิน

บล.โกลเบล็ก มองปัจจัยต่างประเทศเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้น บวกปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศจากภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยให้กรอบดัชนี 1,5701,620 จุด  แนะลงทุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก-นิคมอุตสาหกรรม-สถาบันการเงิน ส่วนราคาทองคำมีสัญญาณอ่อนตัวจากการกลับเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้น หลังปัจจัยเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่นักลงทุนคลายกังวลมากขึ้น  ให้กรอบราคาทองคำ 1,270-1,300 ดอลลาร์

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และภาวะชัตดาวน์หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอาจมีทางออก แม้ยังตกลงเรื่องงบประมาณก่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนไม่ได้  จากการผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเปิดดำเนินการได้ตามปกติ  โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวงการคลังและหน่วยงานสรรพากรเพื่อให้ประชาชนได้รับภาษีคืนตามกำหนดเวลา

อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกในประเทศยังคงมีต่อเนื่อง โดยภาคอุตสาหกรรมของประเทศยังมีโอกาสเติบโตในอนาคต จากการสนับสนุนการลงทุนในระยะยาวในภาคอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพเติบโตและอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)

ส่วนปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นในช่วงนี้ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 79.4 ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในอนาคตหลังมาร์กิตเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการสหรัฐในเดือนธันวาคม ขยายตัว 54.4 ต่ำสุดรอบ 3 เดือน ส่วนดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการยูโรโซนเดือนธ.ค.ร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี อีกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ เรียกร้องไม่ให้อังกฤษเลือกถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) แบบไร้ข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU)

ขณะที่ปัจจัยที่ยังคงจับตาต่อคือ ความคืบหน้าเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป และในวันที่ 7-8 ม.ค. เจ้าหน้าที่ระดับกลางของสหรัฐฯและจีนเจรจาร่วมกันเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทด้านการค้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจะเจรจาอีกรอบในปลายเดือนนี้ ส่วนวันที่ 9 ม.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) โดยมีวาระพิจารณาขึ้นบัญชียา-ค่ารักษาที่มีปัญหาร้องเรียนว่าอยู่ในระดับสูง

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนในกรอบกว้าง โดยให้กรอบการเคลือนไหวของดัชนี 1,570–1,620 จุด  และแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก แนะนำ CPALL, HMPRO, ROBINS, BJC หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำ AMATA, WHA หุ้นกลุ่มธนาคาร/การเงิน แนะนำ BBL, KTB, MTC 

ด้านแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มชะลอตัว หลังประธาน Fed ประกาศว่าจะมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และพร้อมจะปรับแผนการลดงบดุล เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์ปลอดภัย และกลับเข้าเก็งกำไรในตลาดหุ้น  แต่เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังอยู่ในภาวะชะลอตัว และการฟื้นตัวมีแนวโน้มยากลำบากจากภาวะสงครามการค้า แม้ทางการได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงหลายครั้งแล้วก็ตาม

ในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองในฝั่งสหรัฐฯเองก็สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ จึงคาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำเริ่มเข้าสู่ภาวะพักตัว แต่มีโอกาสจะขึ้นไปแกว่งเหนือ 1,300 ดอลลาร์ โดยราคาในประเทศจะถูกกดดันมากขึ้นด้วยการแข็งค่าของเงินบาท คงคำแนะนำให้เล่น swing long และทยอยปิดทำกำไรเป็นระยะๆ ในกรอบ 1,270-1,300 ดอลลาร์

Page 1 of 25