พฤกษา คว้ารางวัลการันตีคุณภาพจากเวทีระดับโลก International Property Awards 2018 – 2019

พฤกษาผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์ คว้ารางวัลการันตีคุณภาพจากเวทีระดับโลกในงาน International Property Awards 2018 - 2019 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คือ โครงการ “แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา - ห้วยขวาง” โดยเป็น Regional Winner ในรางวัล Best Development Marketing Asia Pacific มีเกณฑ์การพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาพรวมโครงการ คุณภาพการก่อสร้าง สถาปัตยกรรมภายในและภายนอก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ

โดย นางอรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง และ นางกนกอร หลิมกำเนิด รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง 1 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าในเวทีระดับโลกที่การันตีถึงความ “ใส่ใจ” ในการออกแบบ และคุณภาพการก่อสร้างที่อยู่อาศัยโครงการพรีเมียมของพฤกษา

“แชปเตอร์ วัน อีโค” คอนโดแต่งครบ พร้อมเข้าอยู่เดือน ก.พ. นี้ แถมโปรโมชั่นพร้อมเปย์ ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน ในราคาเริ่มเพียง 2.5 ล้าน* สนใจลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษได้ที่ https://bit.ly/2SH2dQu และสามารถเยี่ยมชม Sales Gallery ได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1739 หรือ https://www.pruksa.com/premium

ออลล์ อินสไปร์ฯ คว้ารางวัลผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประจำปี 2018

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเดียวจากประเทศไทย  เป็น 1 ใน 10 ผู้ประกอบการที่คว้ารางวัล The Most Popular Project Owner in 2018 Global Summit of Immigration Industry รางวัลสำหรับเจ้าของโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ภายในงาน “2018 Global Summit Entry and Exit Industry & The Grand Ceremony of Annual Commendation” จัดโดย Sichuan Industrial Association for Public Exit & Entry งานที่จัดขึ้นโดยรวบรวมผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์จากทั่วทั้งประเทศจีนกว่า 700 ราย และ เจ้าของโครงการ 114 ราย จากกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค เพื่อคัดเลือกความเป็นเลิศด้านการบริการและได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อเร็วๆ นี้ ณ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน

พฤกษา ฉลอง 25 ปี เปิดบ้าน “เพิร์ล แบงก์ค็อก” แลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพ รักษาแชมป์อสังหาฯ ต่อเนื่อง พร้อมวางโรดแมปขยายธุรกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

พฤกษา ผู้นำอันดับหนึ่งในวงการอสังหา ฉลองครบรอบ 25 ปี วางโรดแมป ขยายธุรกิจ Health Care สร้างรายได้ต่อเนื่อง มุ่งคิดค้นนวัตกรรมใหม่ตอบโจทย์ Total Living Solution  ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย  ตั้งเป้าครองตำแหน่งผู้นำอสังหาฯ ต่อเนื่อง  พร้อมย้ายฐานทัพบัญชาการใหม่สุดทันสมัยอาคาร “เพิร์ล แบงก์ค็อก”  ตึกไข่มุกแลนด์มาร์กแห่งใหม่ย่านอารีย์

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “พฤกษาเริ่มต้นจากเจตนารมย์ที่อยากให้คนไทยมีบ้านที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จากบริษัทที่เริ่มจัดสรรทาวน์เฮาส์เพียงไม่กี่ยูนิตต่อปี จนปัจจุบันพฤกษาได้ดำเนินธุรกิจเติบโตมาจนอายุครบ 25 ปี พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโด ที่ครอบคลุมทุกเซ็กต์เมนต์ ส่งมอบบ้านคุณภาพให้กับลูกค้าในแต่ละปี 20,000 ยูนิต และมีจำนวนโครงการที่เปิดขายแล้วกว่า 1,000 โครงการ  ซึ่งถือว่ามีจำนวนโครงการและยูนิตมากที่สุด เป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจอสังหาฯ  เนื่องจากพฤกษามี Business Model และแนวคิดในการบริหารธุรกิจที่แตกต่าง ทำให้สามารถเติบโตและครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดได้ขยายการลงทุนในธุรกิจ Health Care ได้แก่ โรงพยาบาลวิมุต และคลินิกบ้านหมอวิมุต ซึ่งบริหารงานโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ยาวนาน เป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจโรงพยาบาลของประเทศไทย ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล ด้วยเจตนารมณ์ที่อยากให้คนไทยได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดี ในราคาที่เอื้อมถึงได้  รวมถึงมองหาธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับในปีนี้ได้รวมพนักงานที่อยู่ตามอาคารสำนักงานต่างๆ หลายแห่ง ย้ายเข้าสู่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่เป็นศูนย์กลางทั้งหมดที่เดียวที่ อาคาร “เพิร์ล แบงก์ค็อก” จึงเป็นโอกาสดีที่จะเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของพฤกษาอย่างสมบูรณ์

สำหรับสำนักงานใหญ่ของพฤกษาที่ “เพิร์ล แบงก์ค็อก”  เป็นอาคารประหยัดพลังงานที่ได้รับการรับรองการประเมินอาคารเขียวตามมาตรฐาน LEED Certified Green Building ระดับ Gold  มีความสูง 25 ชั้น มูลค่าก่อสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท การออกแบบของตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจาก “ไข่มุกรูปทรงเมล็ดข้าว” (Rice Pearl Dome) และในส่วนของโดมด้านหน้าได้แนวคิดมาจาก “หอยมุกมา-เบ” (Ma -Be Pearl) ที่มีลักษณะทรงกลมครึ่งซีก ด้วยความโค้งมนของอาคาร การใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบและเลือกใช้วัสดุ จึงมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยมุ่งหวังให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพ  เพื่อให้พนักงานพฤกษารวมถึงลูกค้าและผู้เข้ามาติดต่อได้รับความสะดวกสบาย ทั้งทำเลที่อยู่ใกล้ BTS อารีย์ ความสวยงามภายในอาคาร พร้อมสรรพด้วยเทคโนโลยีและระบบต่างๆ ที่ทันสมัย พร้อมด้วยธนาคารพาณิชย์ชั้นนำถึง 7 แห่ง และ Pruksa Open Home ที่เป็นศูนย์บริการลูกค้าครบวงจรตั้งแต่จองจนถึงยื่นขอสินเชื่อเพื่อให้บริการอีกด้วย

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  “ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่า เรามีการปรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์พฤกษาเพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนแบรนด์จาก 48 แบรนด์ เหลือ 14 แบรนด์เพื่อให้ง่ายในการจดจำ พร้อมดึง “ตูน อาทิวราห์” เป็น Brand Endorser นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ที่มีความหมายและมาพร้อมแบรนด์ไอเดีย “พฤกษาใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต”  ที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงชิ้นงานสื่อสารทั่วไป แต่เป็นการนำเอา Brand Purpose มาตอกย้ำให้ลงลึกถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการลงมือทำ เพื่อส่งมอบบ้านที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า รวมถึงทำการตลาดรูปแบบใหม่ (New Marketing Approach) โดยเน้นการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อเข้าตรงถึงกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพได้อย่างรวดเร็ว และการขยายช่องทางการขาย Online Booking” 

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน เราตั้งใจจะสร้างพฤกษาให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีธุรกิจอสังหาฯ เป็นธุรกิจหลัก เป็นผู้นำทางด้านที่อยู่อาศัยเติบโตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและความต้องการของแต่ละกลุ่ม และเรายังขยาย Portfolio ไปสู่ธุรกิจ Health และ Well being ที่จะเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของพฤกษา โดยจะยังคงมุ่งเน้นนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการขยาย Platform ที่จะมาตอบโจทย์ Total Living Solution ที่ไม่ใช่เพียงแค่การขายบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยของคนไทยให้ดีขึ้นอีกด้วย.

พฤกษา จับมือพันธมิตรลุยตรวจงาน “เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย” การันตีคุณภาพงานก่อสร้าง เตรียมส่งมอบไตรมาส 1 ปี 2562

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู และ นายธิติพัทธ์ อดิลักษณ์ธราดล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม 1 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัทพันธมิตรงานก่อสร้าง งานระบบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดครัวระดับชั้นนำ ได้แก่ ฟูจิเทค (ไทยแลนด์), แฟรงเก้ (ประเทศไทย), เอบิวด์ แมเนจเมนท์, กรณิศ ก่อสร้าง, สยามไดกิ้นเซลส์, ไอ-แลนดาร์ชและ บิวเทค ร่วมตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ “เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย” คอนโดมิเนียมสูง 33 ชั้น จำนวน 886 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,600 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าแล้วประมาณ 95% โดยแล้วเสร็จงานโครงสร้างทั้งอาคาร ซึ่งมีการใส่ใจในคุณภาพการก่อสร้างในทุกขั้นตอน โดยเตรียมพร้อมส่งมอบในไตรมาส 1 ปี 2562 ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับมอบห้องชุดที่มีคุณภาพพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังมีจุดชมวิว “Observation Deck” ที่เป็นระเบียงแก้วกลางอากาศ และมีพื้นกระจกใสบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกของพฤกษาที่สามารถชมวิวเมืองได้ถึง 720 องศา

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” นำธงเบิกฤกษ์เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ. เชียงราย
เนรมิตพื้นที่ 3,139 ไร่ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเป็น “เมืองแห่งความสุข” (The City of Harmonious Living)

ตฤณ นครา ทุ่มงบ 4 หมื่นล้าน นำธงนักลงทุนนานาชาติผุดโปรเจ็คยักษ์ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เนรมิตพื้นที่ กว่า 3,139ไร่ พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความสุข” (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดัน     ให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สังคม การลงทุน จ.เชียงรายอย่างยั่งยืน

นายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เชียงแสนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางยุทธศาสตร์สูงในหลากหลายมิติ จากที่รัฐบาลได้กําหนดให้จังหวัดเชียงรายคือหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ประกอบกับแผนพัฒนาจังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย 4.0” หรือ Tourism Innovation Thailand 4.0 ที่มุ่งสนับสนุนให้เชียงรายเป็น “เมืองแห่งการค้าการลงทุน การเกษตรและการท่องเที่ยว รุ่งเรืองด้วยวัฒนธรรมล้านนาประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข” บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสเพราะการเปิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสนเป็นการขยายโอกาสให้เด่นชัดขึ้น เนื่องจากเชียงแสนมีที่ตั้ง ณ จุดยุทธศาสตร์ของแนวรอยต่อพรมแดน 3 ประเทศ ทั้งตั้งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของแนวเขตระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ซึ่งมีการพัฒนาโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงด้านการคมนาคม เพื่อความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศจากประเทศจีนทางตอนใต้สู่ประเทศไทยผ่านเมียนมา และ สปป.ลาว ดังนั้น การยกระดับทั้งสามอำเภอของเชียงรายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาครัฐฯ ก็มีการเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัว (Infrastructure & facilities) ไว้หลายด้านทั้งด้านการคมนาคมเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อด้านการขนส่งนานาชาติในระดับภูมิภาค ด้านสิทธิประโยชน์ในด้านการลงทุน การเงิน และศุลกากร”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของตฤณ นคราฯ ได้เผยเพิ่มเติมถึงศักยภาพด้านอื่นๆของเชียงแสนว่า “เชียงแสนตั้งอยู่ในแนวรอยต่อดินแดนของ 3 อารยธรรมที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมา และสปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีอารยธรรมชนเผ่าที่หลากหลายที่สุดของภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังมีธรรมชาติและภูมิประเทศที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ผู้คนเป็นมิตร อีกทั้งมีแม่นํ้าโขงไหลผ่านอำเภอเชียงแสนแล้ว และเนื่องจากเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโยนกซึ่งเป็นยุคแรกของประวัติศาตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทย เชียงแสนจึงยังมีความโดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ มีมรดกทางโบราณสถานและวัฒนธรรมที่งดงาม ทำให้เชียงแสนวันนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยังบริสุทธิ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติมองเห็นความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจด้านการลงทุน”

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุน ฮ่องกง-จีน สหรัฐอเมริกา เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยโครงการฯ จะตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3,139 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตําบล คือ ต.เวียงนอก ต.ป่าสัก และตำบลโยนก ของอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 40,000 ล้านบาท ด้วยจุดเด่น 5 มิติ คือ  1) Synergy ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและชุมชน  2) Economic Drive การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สร้างการขยายตัวของ GDP และสร้างงานเพื่อการเชื่อมโยงและต่อยอดนวัตกรรมอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ  3) Ecology การให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมในทุกๆด้าน  4) Innovation การนำนวัตกรรมที่หลากหลายทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม  5) Smart Tourism การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งอนาคตมาตรฐานสากลที่ครบวงจรทั้งสถานที่ ความเชี่ยวชาญ แหล่งความรู้ และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ภายในโครงการฯ แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย ที่พักตากอากาศที่กลมกลืนกับธรรมชาติในมาตรฐานการบริการระดับห้าถึงเจ็ดดาว ศูนย์สุขภาพระดับโลก คอนโดมีเนียมและที่พักอาศัย ศูนย์การค้าระดับพรีเมียม ร้านสินค้าที่ระลึก ศูนย์การประชุมนานาชาติ ศูนย์กระจายสินค้า OTOP พื้นที่เกษตรกรรมเชิงท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บริการการท่องเที่ยวนวัตกรรมเชิงการแพทย์ โดยในแต่ละโซนได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยนวัตกรรมการออกแบบและก่อสร้างที่ทันสมัย แต่ยังคงรักษาแนวคิดอันเป็นรากเหง้าสังคม และวัฒนธรรมของพื้นที่ รวมทั้งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้โครงการกับพื้นที่เดิมอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนและสวยงาม โดยมี SPAN Consultants Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการออกแบบอาคารวางผังเมืองเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง

นอกจากนี้ ภายในโครงการฯ ยังจะมีการก่อสร้าง เสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก (Thailand World Tallest Flag Pole) ด้วยความสูง 189 เมตร และเพื่อสร้างให้เชียงแสนเป็นพื้นที่ปักหมุดแห่งใหม่ และเป็นที่จดจําในระดับโลก ติดตั้งธงชาติไทยผืนใหญ่ขนาด 60x40 เมตร กว้างเท่ากับสนามฟุตซอล 1 สนาม สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งจะดำเนินการโดยบริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ต จํากัด (Trident Support LLC) ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเสาธงชาติสูงซึ่งเป็นแลนมาร์คมาแล้วทั่วโลก 7 แห่ง และเสาธงที่จะสร้างขึ้นนี้จะได้รับ การบันทึกลงใน Guinness World Records อีกด้วย ส่งผลทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างการรับรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงแสนและเชียงรายได้เป็นอย่างดี โดยโครงการจะใช้เวลาดำเนินการนาน 1 ปี

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตฤณ นคราฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงเจตนารมณ์และแนวคิดโครงการว่า “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ลเป็นการลงทุนที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของอำเภอเชียงแสน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเข้าใจในชุมชน และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเกิด ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล จะสร้างงานให้เกิดการกระจายรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่แรงงานไปจนถึงระดับเจ้าหน้าที่บริการและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากถึงกว่า 10,000 อัตรา ซึ่งโครงการฯ จะมีการทำความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐฯ และสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างบุคคลากรและยกระดับมาตรฐานทรัพยากรมนุษย์ ให้สอดคล้องความต้องการของสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในโครงการฯ จึงเป็นโอกาสที่จะดึงให้มีชาวเชียงแสน หรือชาวเชียงรายที่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานนอกพื้นที่มีโอกาสย้ายกลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งเป็นการช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานของบุคคลากรคุณภาพ”

“โครงการ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” จึงเป็นมากกว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์ ในรูปแบบ One Stop Service City  อันทันสมัยเราภูมิใจในเชียงแสนแผ่นดินทองที่เรืองรองด้วยอารยธรรม เราจะสร้างความรุ่งเรือง พลิกผืนแผ่นดินเชียงแสนให้เป็นดินแดนแห่งทองคำ เพื่อ“ความสุข” ของชาวเชียงแสน นักลงทุน ผู้มาเยือน-นักท่องเที่ยว และชาวเชียงราย เพื่อให้เป็น “เมืองแห่งความสุข” หรือ The City of Harmonious Living อย่างแท้จริง” นายตฤณ กล่าวในที่สุด

Page 1 of 18