DIP

กสอ. ติวเข้มผู้ประกอบการชุมชน “ไทยเด่น” หนุน Product Hero อัตลักษณ์ 77 จังหวัด สู่มาตรฐานสากล

นายกอบชัย  สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

กสอ. ลงพื้นที่เวิร์คช้อป ติวเข้มผู้ประกอบการชุมชน “ไทยเด่น” หนุน Product Hero อัตลักษณ์ 77 จังหวัด สู่มาตรฐานสากล

กสอ. เร่งเสริมเขี้ยวเล็บผู้ประกอบการชุมชน ลงพื้นที่ในโครงการไทยเด่น 77 ผลิตภัณฑ์  77 จังหวัด จัดอบรมเข้มเชิงปฏิบัติการในกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่เชิงพาณิชย์  บริหารจัดการต้นทุนการผลิต  Work Shop การบันทึกกระบวนการผลิตเพื่อคิดต้นทุนและลดต้นทุน สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบของผู้ประกอบการชุมชน ชูอัตลักษณ์ชุมชนสู่ผลิตภัณฑ์ Product Hero

นายกอบชัย  สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การเร่งพัฒนาต่อยอดของโครงการสร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล หรือ โครงการ “ไทยเด่น” 77  ผลิตภัณฑ์ 77 จังหวัด ขั้นตอนดำเนินการคืบหน้ามาก เข้าสู่กระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนเชิงพาณิชย์พื้นที่แรกในภาคตะวันออกเรียบร้อยแล้ว จะขยายอบรมเชิงปฏิบัติการต่อเนื่องไปยังพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ ให้ครบภายในเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้ เพื่อค้นหา Product Hero ของแต่ละจังหวัด

หลังจากที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานเครือข่าย ได้ร่วมเฟ้นหาและคัดเลือกผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเด่นมีอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ในแต่ละจังหวัดจำนวน 3 รายต่อจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 231 ราย เพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรม พร้อมเสริมด้วยหลักสูตรพิเศษในการค้นหา Product Hero ของแต่ละจังหวัด โดยทีมนักการตลาด นักวิเคราะห์กลยุทธ์ นักการสื่อสาร และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสินค้า เป็นต้น

“เราเข้มเรื่องอบรมเชิงปฏิบัติการมากและทำ Work Shop ร่วมกัน เพื่อให้เกิดถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้ประกอบการชุมชนมีความสามารถเพิ่มและยกระดับศักยภาพการผลิตสูงขึ้น มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนผลิต การคิดต้นทุน การบันทึกกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนในผลิตภัณฑ์ต้นแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้ประกอบการชุมชน” นายกอบชัยกล่าว

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า เพื่อนำทางผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชุมชน Product Hero ของแต่ละจังหวัด ก้าวสู่ระดับประเทศและตลาดสากล Work Shop ดังกล่าวจึงเพิ่มองค์ความรู้ด้านการยกระดับมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่มาตรฐานสากล อาทิ  ISO9001 ฉบับชุมชน และแนวทางการขอรับการรับรองมาตรฐาน ISO9001 และความรู้เกี่ยวการขอ อ.ย. ,GMP ผลิตภัณฑ์ อีกด้วย

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวเพื่อมุ่งบรรลุจุดมุ่งหมายของโครงการไทยเด่น ให้เป็นโครงการเพื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและ SME แห่งปี ที่รวบรวมผู้ผลิตสินค้าเด่น 77  จังหวัดทั่วประเทศ มาเปิดมุมมองวิสัยทัศน์และพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อผลักดันสินค้าเป็นของฝากและของที่ระลึกในระดับประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาระดับท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งต่อเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามนโยบายสู่ภูมิภาค

นายอิศเรศ ชื่นใจ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ครกอ่างศิลา แบรนด์ “ลี้เซี่ยงฮวด” จังหวัดชลบุรี ที่สืบทอดมรดกภูมิปัญญาดั้งเดิมมาจากบรรพบุรุษจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานทำครกรุ่นแรกของอ่างศิลา ผู้ที่ได้เข้าร่วมการอบรมรุ่นแรกในโครงการดังกล่าว เปิดเผยว่า พอใจกับกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการของ กสอ. ครั้งนี้อย่างมาก เนื่องจาก มีความแตกต่างจากหลายๆ โครงการที่ภาครัฐได้ดำเนินการส่งเสริมที่ผ่านมา เพราะว่าโครงการนี้ไม่ได้หยิบยื่นอาหารสำเร็จรูปให้กับผู้ประกอบการชุมชน แต่ได้หยิบยื่นเครื่องไม้เครื่องมือการทำมากินให้ เช่น การคิดพัฒนาและดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ การพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ ที่ให้ได้ทำและออกผลมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง

“ความรู้ที่ได้รับมา เราได้พัฒนา “ครกอ่างศิลา” ชูความมีอัตลักษณ์ดั้งเดิมที่มีเฉพาะครกอ่างศิลาเท่านั้น คือ ทำจากหินทะเลแกรนิตที่เหนียว ละเอียด และแข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย เป็นหินลาวาที่ผุดขึ้นมาจากทะเลอย่างยาวนาน ที่ประเทศอื่นไม่เคยพบเจอ ในเนื้อหินมีเกร็ดสะท้อนแวววาวเกิดจากการสะสมของซากพืชซากสัตว์มานับพ้นปี และเป็นผลิตภัณฑ์ครกที่ได้รับจดทะเบียนถิ่นกำเนิดจีไอด้วย พัฒนามาสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นครกอ่างศิลาที่คงฟังก์ชั่นของความเป็นครกอ่างศิลาและทำด้วยมือ คือ ตัวครกมีปุ่มที่จับ เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่คือ เพิ่มฝาปิดครก มีช่องพักสากและที่วางพักสากเพื่อไม่ให้เคลื่อนหลุดง่าย ฝาปิดครกสามารถใช้เป็นที่บดยาเพิ่มขึ้นได้อีก ให้เป็นโปรดักส์ครกในระดับพรีเมี่ยม ใช้แบรนด์ว่า “ลี้เซี่ยงฮวด” อย่าง ขนาด 6 นิ้ว ราคาใบละ 6,500 บาท ขายทั้งในออนไลน์และขายส่งทั่วไป” นายอิศเรศ กล่าว

นายอิศเรศ กล่าวทิ้งทายด้วยว่า ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนี้มาก ทำให้ผู้ประกอบการได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง สามารถคิดค้นเองได้ ทำเองได้ รู้จักต้นทุนแฝง เข้าใจด้านการจัดการด้านต้นทุนมากขึ้น และยังมีเรื่องที่ฝากถึงภาครัฐคือ ผู้ประกอบการยังขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำอยู่มาก เนื่องจากเงินทุนที่ภาครัฐให้นั้น ยังมีเงื่อนไขมากเกินไป เช่น ต้องเป็นผู้ประกอบการหรือวิสาหกิจชุมชนที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น ถึงจะได้รับเงินทุนจากภาครัฐนี้ได้

Rate this item
(0 votes)