กระทรวงแรงงานจับมือ GIZ พัฒนาช่างแอร์ ที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติครั้งแรกในไทย

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้ร่วมกันจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงาน ช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อพัฒนาฝีมือช่างเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นให้มีความชำนาญ ผ่านการฝึกอบรมการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครั้งแรกในประเทศไทย

นางถวิล เพิ่มเพียรสิน รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า “ในปี 2562 พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีนโยบายเร่งด่วนมอบหมายให้ กพร. ดำเนินการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) และพัฒนาทักษะฝีมือให้มีมาตรฐานรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พร้อมกำชับให้ใช้แนวทางประชารัฐร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ในการผลิตกำลังคนในสาขาอาชีพที่ยังขาดแคลน กพร. จึงร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) พัฒนาช่างเทคนิคให้มีความชำนาญในการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Job)”

“กพร. จะได้รับการสนับสนุนจาก GIZ ในแง่การถ่ายทอดความรู้ให้กับช่างเทคนิคเรื่องการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่ถูกต้อง การสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการฝึกอบรม รวมทั้งการส่งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนีมาให้ความรู้ในการฝึกอบรมให้แก่ครูฝึกของ กพร. เพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่แรงงาน พนักงานในสถานประกอบกิจการและช่างชุมชน คาดว่าจะเริ่มฝึกอบรมภายในไตรมาสแรกของปี 2562 ตั้งเป้าฝึกอบรมครูฝึกจำนวน 48 คนทั่วประเทศ และคาดว่าจะขยายผลการอบรมแก่ช่างเทคนิคร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ ให้ได้อีก 2,000 คนใน 2 ปี” นางถวิล กล่าวเสริม

ด้าน มร.ฟิลิปป์ พิชเกอะ ผู้อำนวยการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ ในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (RAC NAMA) ของ GIZ กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ กพร. เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานของโครงการ RAC NAMA ที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานไทยในสาขาเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ให้มีความชำนาญและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานและหลักสูตรการฝึกอบรมการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนการจัดฝึกอบรมนำร่องให้กับครูฝึก ความแตกต่างจากหลักสูตรทั่วไป คือ การให้ความรู้และฝึกทักษะการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น (เช่น มาตรวัดน้ำยาแอร์ ปั๊มสุญญากาศ) สัญลักษณ์ความปลอดภัย วิธีการเติมและดูดกลับสารทำความเย็น เป็นต้น นอกจากนี้โครงการฯ ได้จัดตั้งกองทุน RAC NAMA ประเทศไทย ซึ่งบริหารโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และจะจัดสรรเงินจากกองทุนดังกล่าว เพื่อใช้จัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับฝึกอบรมแก่ศูนย์ฝึกที่ผ่านการคัดเลือก เรามุ่งหวังว่าความร่วมมือนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยให้มีความเป็นเลิศและเป็นไปตามมาตรฐานสากล”

---------------------------------------------------------

 ข้อมูลโครงการ RAC NAMA

โครงการ RAC NAMA มีจุดประสงค์หลักในการสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมาย การลดการใช้พลังงานตามแผนอนุรักษ์พลังงานและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ โครงการจะสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง และสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น โดยโครงการได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และรัฐบาลสหราชอาณาจักรผ่านกองทุน NAMA Facility

แมนพาวเวอร์ ผนึก ม.เอแบค จัดกิจกรรม “แบ่งปันความรู้ในการวางแผนด้านอาชีพสู่ตลาดงานยุคดิจิทัล”

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดกิจกรรมเติมความรู้ให้น้อง ๆ นักศึกษาในห้วข้อการสร้างการตลาดให้ตัวเองโดยการเขียน Resume พร้อมวิธีการเอาชนะคู่แข่งเมื่อสัมภาษณ์งาน และเตรียมบุคลิกภาพสู่โลกการทำงาน ซึ่งได้รับเกียรติจากกูรูในแวดวงมาร์เก็ตติ้ง มาร่วมบรรยายพิเศษ ได้แก่ นายธนวัฒ พิบูลย์สวัสดิ์ Managing Director, Comets Intertrade (ที่ 2 จากซ้าย), นางสาวเยาวนิจ ไชยพร VP, Digital Marketing and Social Strategy, Krungsri Bank (ที่ 3 จากซ้าย) และ นายบุญชนก ปุรณมณีวิวัฒน์  Digital Marketing Specialist , Enconcept E-Academy (ที่ 7 จากซ้าย) ซึ่ง นางสาวสุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย (ที่ 5 จากซ้าย) ร่วมถ่ายภาพ

ธนาคารออมสินพา 10 สุดยอดทีมโครงการ GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ดูงานฮอกไกโดเตรียมความพร้อมเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ

นางพิชญ์สินี ตั้งตรงจิตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน พา 10 ทีมสุดท้าย โครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ร่วมโปรแกรมเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต โดยเดินทางไปดูงานด้านธุรกิจชุมชนและธุรกิจ SMEs ขึ้นชื่อของฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเยี่ยมชม SMRJ Incubation Center Hokkaido University Spring ภายใต้การกำกับดูแลของ องค์การเพื่อการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับบทบาทการส่งเสริม SMEs การร่วมคิดค้นนวัตกรรม เครื่องมือเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการตลาด นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่า เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นใหม่ที่จะนำมาเป็นแนวทางปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง

ติดตามข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวโครงการประกวดได้ที่ www.gsb100tomillion.com หรือ www.facebook.com/gsb100tomillion

ภูมิสยามฯ รับเกียรติบัตรโรงงานสีขาว

นายรัฐโรจน์ ภูริหิรัญพิพัฒ (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการบริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. เทคโนโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมัน เข้ารับเกียรติบัตร “โรงงานสีขาว” สถานประกอบกิจการมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2561 จากนายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อให้การรับรองมาตรฐานด้านแรงงาน อาทิ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกจ้าง พนักงาน ให้มีความปลอดภัยในการทำงาน การจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการ เป็นต้น ซึ่งจัดโดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี ณ อาคาร ศาลารักษ์ปทุม ชั้น1 ศาลากลาง จังหวัดปทุมธานี

เปิดตัว หนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญ ANAND PANYARACHUN AND THE MAKING OF MODERN THAILAND

  • เปิดเรื่องราวชีวิตของบุคคลที่ได้รับการเคารพยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย
  • เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์นายอานันท์ ปันยารชุน และผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง นับร้อยๆ การสัมภาษณ์
  • เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ทั้งที่เกี่ยวกับประเทศไทยและเกี่ยวกับนายอานันท์ ปันยารชุน

วันนี้ สำนักพิมพ์เอดิซิยองส์ ดิดิเยร์ มิลเยต์ หรือ อีดีเอ็ม บุ๊คส์ ผู้จัดพิมพ์หนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติศาสตร์ หนังสืออ้างอิง และหนังสือรวมภาพถ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่เกี่ยวกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนหลายร้อยเล่ม ประกาศเปิดตัวหนังสือชีวประวัตินายอานันท์ ปันยารชุน ชื่อหนังสือว่า ‘Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand’ ซึ่งเป็นหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญเล่มล่าสุดที่เป็นที่จับตามองเป็นอย่างสูง เนื่องจากนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่มีความปราดเปรื่อง และทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลายาวนานและเต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากมายในช่วงชีวิตของนายอานันท์นั้น นอกจากชีวิตการรับราชการที่เจริญก้าวหน้ามาโดยตลอดในฐานะนักการทูต นายอานันท์ยังเป็นผู้นำธุรกิจ นักสังคมสงเคราะห์ นายกรัฐมนตรี นักเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ และนักปฏิรูปสังคมที่อุทิศตนให้กับการพัฒนาประเทศไทย

นายโดมินิค ฟอลเดอร์ นักหนังสือพิมพ์ชื่อดังซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand ได้เขียนเล่าย้อนถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของบุรุษอาวุโสท่านนี้ ตั้งแต่ช่วงชีวิตในวัยเด็กในกรุงเทพฯ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงการสิ้นสุดลงของอาชีพข้าราชการการทูต การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแบบเหนือความคาดหมายโดยการแต่งตั้งสองสมัย และบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 รวมถึงเหตุการณ์สำคัญอื่นอีกมากมาย

หนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand เป็นมากกว่าหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญ หากแต่เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ในด้านประวัติศาสตร์การเมือง สังคมและเศรษฐกิจช่วงศตวรรษที่ 20 อย่างครอบคลุมรอบด้าน อีกทั้งยังมีการลงลึกในรายละเอียดของช่วงเวลาสำคัญ โดยเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการค้นคว้าข้อมูลวิจัยเชิงลึกเป็นเวลายาวนานถึง 6 ปี และได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง หรือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์นั้นๆ ผ่านการสัมภาษณ์นับร้อยๆ ครั้ง ทั้งการสัมภาษณ์นายอานันท์เอง และการสัมภาษณ์บุคคลที่เคยพบปะหรือทำงานใกล้ชิดกับนายอานันท์ โดยในบรรดาผู้ที่ให้สัมภาษณ์นี้ รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย นายเอส อาร์ นาธาน อดีตประธานาธิบดีของสิงคโปร์ผู้ล่วงลับ นายสุลักษณ์  ศิวรักษ์ นักวิจารณ์สังคมฝีปากกล้า นางสายสุรี จุติกุล นักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและสตรี รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังอย่างนายอัมมาร สยามวาลา นายอำนวย วีรวรรณ นายเสนาะ อูนากูล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน

การเปิดเผยข้อมูลโดยบุคคลดังกล่าวข้างต้น และผู้ที่มีชื่อเสียงท่านอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งตัวนายอานันท์เอง ทำให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงและเรื่องราวหลายเรื่องที่ไม่เคยมีใครได้รับรู้มาก่อน อีกทั้งยังได้มุมมองใหม่ๆ ในประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น สงครามเวียดนามและการถอนทหารสหรัฐออกจากภูมิภาค ความสัมพันธ์ไทย-จีน และสถานการณ์ยุ่งเหยิงทางการเมืองของไทย นอกจากนี้ ในหนังสือ ยังมีบทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีการกล่าวถึงประเด็นปัญหาที่เป็นความท้าทายทางการเมืองและสังคม ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันด้วย

Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand เป็นหนังสือที่สะท้อนตัวตนของบุคคลสำคัญที่เป็นเจ้าของชีวประวัติ โดยตลอดทั้งเล่มมีการสอดแทรกเรื่องเล่าจากความทรงจำของนายอานันท์เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ตั้งแต่การใช้ชีวิตนักศึกษาหลังสงครามในประเทศอังกฤษ ไปจนถึงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยสองสมัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของสุภาพบุรุษที่มีชื่อเสียง และได้รับการยกย่องในด้านความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และความตรงไปตรงมา แม้จะเผชิญกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน โดยมีตัวอย่างบางตอนจากหนังสือ อาทิ

จากนั้นนายอานันท์ได้วางเงื่อนไขในการทำงานกับคณะทหาร 3 ข้อ ซึ่งจะต้องยึดถือกันตลอดช่วงเวลาของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอานันท์ ข้อหนึ่ง อะไรที่ผมทำในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมจะพยายามอธิบายให้คุณฟัง ข้อสอง ผมจะไม่แทงคุณข้างหลัง และผมก็คาดหวังว่าคุณจะไม่แทงผมข้างหลังเช่นกัน และข้อสาม ผมคือนายกรัฐมนตรี”

ผมไม่คิดว่าพวกเขาเคยพบใครที่เหมือนกับผมมาก่อน” นายอานันท์รำลึกถึงวันที่ถูกผู้นำคณะรัฐประหารเชิญไปพบ นี่คืออดีตข้าราชการประจำที่กลายมาเป็นนักธุรกิจซึ่งขณะนั้นอยู่ในชุดสูท กำลังเผชิญหน้ากับเหล่า นายพลที่สวมเครื่องแบบทหารเรียบกริบ และประกาศเจตนารมณ์ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และจะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากบทที่ 9 หัวข้อ A Tale of Two Coups (1991)

เราไม่ใช้สติตระหนักถึงความหลากหลายของประเทศเราเอง คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ประวัติศาสตร์ของตัวเองว่าเมื่อ 800 ปีก่อน เราก็เหมือนกับรัฐมหาราชาที่มีเจ้าปกครองแยกกันเป็นแคว้นๆ แบบในอิตาลีหรือเยอรมันในตอนนั้น เราไม่มีราชอาณาจักรสยาม แต่อยู่ๆ เรากลับมาหมกมุ่นอยู่กับมโนทัศน์ผิดๆ เกี่ยวกับความเป็นไทย และความเป็นประเทศไทยในฐานะรัฐเดี่ยวแบบที่ไม่มีความหลากหลาย ความหมกมุ่นแบบนี้ ผมเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของราชอาณาจักร – จากบทที่ 20 หัวข้อ Representing Thailand

หนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เอดิซิยองส์  ดิดิเยร์ มิลเยต์ (อีดีเอ็ม บุ๊คส์) มีกำหนดเปิดตัวหนังสืออย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น. ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะสุรวงศ์ ซึ่งจัดงานโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และภายในงานจะมีปาฐกถาโดยนายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลของนายอานันท์ ในปี พ.ศ. 2534 และ 2535 รวมทั้งจะมีการพูดคุยแนะนำหนังสือโดยนายโดมินิค ฟอลเดอร์ ผู้เขียน และนายนิโคลาส กรอสแมน บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์อีดีเอ็ม บุ๊คส์

นายโดมินิค ฟอลเดอร์ เป็นผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการที่มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน เกิดที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่เดินทางมาทำงานประจำอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1980 เคยทำงานให้กับหนังสือและสำนักข่าวหลายแห่ง โดยก่อนหน้านี้ เป็นผู้สื่อข่าวพิเศษให้กับนิตยสารรายสัปดาห์เอเชียวีคของฮ่องกง มีส่วนร่วมในการทำข่าวในประเทศเมียนมาและกัมพูชาในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 และเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์นิคเกอิ เอเชียน รีวิว มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557

อีดีเอ็ม บุ๊คส์ มีสำนักงานตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ เป็นผู้จัดพิมพ์หนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติศาสตร์ หนังสืออ้างอิง และหนังสือรวมภาพถ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่เกี่ยวกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีออกมาแล้วจำนวนหลายร้อยเล่ม โดยหนังสือของอีดีเอ็ม บุ๊คส์ที่เป็นที่รู้จักกันดีก่อนหน้านี้ ได้แก่ An Unexpected Journey – Path to the Presidency (S.R. Nathan); A Chance of a Lifetime – Lee Kuan Yew and A Physical Transformation of Singapore; A History of the Thai Chinese และ King Bhumibol Aduldej: A Life’s Work

หนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand เป็นหนังสือปกแข็ง 608 หน้า รวมภาพประกอบ 32 หน้า มีจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และที่ร้านหนังสือเอเชีย บุ๊คส์ และร้านคิโนะคูนิยะ ในราคาเล่มละ 1,250 บาท สำหรับต่างประเทศสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ทาง Amazon.com หรือติดต่อสำนักพิมพ์ อีดีเอ็ม บุ๊คส์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-018-7808

Page Visitor

023069873
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
12857
67037
79894
1117381
1767374
23069873
Your IP: 3.80.5.103
2021-06-21 05:29