01Top_HachiEng

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป จับมือบริษัทชั้นนำ ยกทัพงานภูมิภาคเสิร์ฟกว่าพันอัตราทั่วไทย

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย จับมือพันธมิตรหลากหลายบริษัทชั้นนำทั่วประเทศ  ยกทัพตำแหน่งงานมากกว่า 1,000 อัตรา ครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคเหนือ ใกล้ที่ไหน ทำงานที่นั่น  เลือกสมัครไปกับตำแหน่งงานที่หลากหลาย อาทิ งานไอที งานฝ่ายผลิต งานขายและงานการตลาด งานโลจิสติกส์ งานบริการ งานบัญชีและการเงิน งานวิศวกร งานวิทยาศาสตร์ งานช่างเทคนิค งานธุรการ เป็นต้น  ตั้งแต่วันนี้ – 28 ก.พ. 2562 สามารถดูรายละเอียดตำแหน่งงานและสมัครงานผ่านได้ที่ www.manpowerthailand.com หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-634-7291

เคล็ดลับการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศหน้าเทศกาลสำคัญ ให้ผู้รับประทับใจและทันเวลา

บทความโดย ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย

นับถอยหลังเตรียมเข้าสู่เทศกาลแห่งความรักที่ทุกคู่รักรอคอย เช่นเดียวกับร้านค้าที่ต้องจัดการกับออเดอร์สั่งซื้อสินค้าจำนวนมากที่ถาโถมเข้ามาช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ จากสถิติการทำงานของพนักงาน DHL Express พบว่า ช่วงเวลาจัดส่งของไปต่างประเทศมากที่สุดตั้งแต่วันขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐฯ เริ่มปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงปลายปี โดยมีจำนวนการจัดส่งพัสดุส่งออกไปต่างประเทศสูงกว่ายอดเฉลี่ยรายวันในไตรมาสที่สามถึง 41% และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 25%[1] และเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของคุณจะผ่านช่วงเทศกาลส่งความรักนี้ไปได้อย่างสวยงาม DHL Express ผู้นำด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ มีเคล็ดลับแนะนำ “กลยุทธ์การจัดส่ง” ที่จะช่วยให้คุณจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเวลา และสามารถกระตุ้นยอดการสั่งซื้อได้ในคราวเดียวกันดังนี้

     1) สต๊อกสินค้าในช่วงเวลา Celebration

วาเลนไทน์คืออีกหนึ่งช่วงเวลาที่ไม่ว่าใครก็อยากสร้างความทรงจำดีๆ กับคนพิเศษ และเอาใจใส่ด้วยการให้ของขวัญแทนความรู้สึกดีๆ จากผลสำรวจ National Retail Federation (NRF) พบว่าในปี 2018 ผู้บริโภคชาวอเมริกาจำนวน 7,277 คน วางแผนซื้อสินค้าให้คู่สมรสเป็นอันดับแรก (ประมาณ 2,832.05 บาท/คน) ตามด้วยครอบครัว (ประมาณ 804.93 บาท/คน)  ครูและเพื่อนร่วมชั้น (ประมาณ 231.07 บาท/คน) เพื่อน (ประมาณ 228.84 บาท/คน) ตามลำดับ[2] เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆทั้งในแถบยุโรปและเอเชียที่ตื่นเต้นกับเทศกาลนี้เช่นกัน ดังนั้นผู้ค้าควรวางแผนรองรับออเดอร์และเริ่มสต๊อกสินค้าก่อนจนถึงช่วงเทศกาลเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ โดยผู้ค้าสามารถประเมินได้จากอัตราการสั่งซื้อในช่วงปกติอย่างน้อย 6 เดือน บวกกับการกระตุ้นตลาดด้วยแคมเปญหรือโปรโมชั่น จะช่วยให้สินค้าออกเร็วและไม่มีปัญหาเรื่องการค้างสต๊อก

     2) ใส่ใจในขั้นตอนการแพ็คสินค้าและการจัดส่งออกไปต่างประเทศ

เมื่อมีปริมาณคำสั่งซื้อมากขึ้น จำนวนพนักงานก็ต้องมากพอที่จะรองรับการดูแลทุกออเดอร์ให้ได้คุณภาพตั้งแต่การรับออเดอร์ จนถึงขั้นตอนการห่อพัสดุเพื่อจัดส่งออกไปต่างประเทศ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆตั้งแต่การบรรจุสินค้าแต่ละชิ้นด้วยพลาสติกหุ้มกันกระแทกหรือคั่นด้วยโฟมกันกระแทกซึ่งสินค้าแต่ละชิ้นจะต้องมีวัสดุกันกระแทกอยู่ทุกด้านอย่างน้อยสองนิ้ว การติดฉลากที่อยู่ภายในกล่องบรรจุเพื่อสำรองข้อมูลติดต่อกรณีฉลากด้านนอกได้รับความเสียหาย รวมถึงข้อควรระวังในการส่งสินค้าอันตรายไปต่างประเทศโดยไม่ได้ตั้งใจ สินค้าหลายอย่างถูกจำแนกว่าเป็นสินค้าอันตรายสำหรับการขนส่งทางอากาศ เช่น ของเล่นที่มีแบตเตอรี่ เครื่องประดับตกแต่งที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์และใช้แบตเตอรี่ลิเธียม น้ำหอม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ยาทาเล็บ ไฟแช็ค และกระป๋องสเปรย์ ฯลฯ รวมถึงตรวจสอบการผนึกกล่องพัสดุให้เรียบร้อยและแข็งแรง ก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับปลายทางให้อยากสั่งซื้อสินค้าในครั้งถัดไป

     3) วางตารางจัดส่งสินค้าให้แน่นอนและแม่นยำ

ความประทับใจอีกประการหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้รับคือ เมื่อผู้ค้าสามารถแจ้งสถานะพัสดุให้กับลูกค้าได้ทุกเมื่อ เช่น ระบุวันและสถานที่ที่พัสดุจะถึงปลายทางอย่างชัดเจนได้ตั้งแต่เริ่มต้นก่อนการสั่งซื้อ ระหว่างการจัดส่ง และเมื่อถึงปลายทางแล้ว  

     4) จัดโปรโมชั่น “ฟรีค่าส่ง” กระตุ้นยอดขาย

ค่าจัดส่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ในช่วงเทศกาลเติมความหวานวันแห่งความรักแบบนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะได้รับบริการจัดส่งฟรีเมื่อซื้อสินค้าตามยอดขั้นต่ำที่กำหนด หลายคนอาจมองหาบริการจัดส่งฟรีสำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าคืน ในทางตรงกันข้ามการแจ้งค่าจัดส่งอาจเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ลูกค้ายกเลิกการซื้อสินค้า ดังนั้นผู้ขายควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างแคมเปญการจัดส่งฟรี เพื่อเพิ่มยอดการสั่งซื้อ ทั้งนี้ต้องระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวันที่จัดส่ง ประมาณการณ์ช่วงที่สินค้าจะไปถึงมือผู้รับ และวันที่ตัดออเดอร์รับส่งสินค้าในหน้าเทศกาล

5) ใช้กลยุทธ์  “รับคืนสินค้าฟรี” ซื้อใจลูกค้า

คำว่า “ฟรี” มีพลังในโลกอีคอมเมิร์ซเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับการรับคืนสินค้าซึ่งผู้บริโภคคาดหวังว่าจะได้รับการบริการที่เป็นมิตรในฤดูกาลพิเศษ การรับคืนสินค้าฟรีในช่วงเทศกาลส่งความสุขจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจในด้านการรักษาฐานลูกค้าเก่าและดึงดูดลูกค้ารายใหม่ๆ จากผลการศึกษาหลายฉบับระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า ลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าบ่อยครั้งมากขึ้นหากรู้สึกมั่นใจในกระบวนการรับคืนสินค้า ดังนั้นผู้ค้าจำเป็นจะต้องรับรู้นโยบายการส่งคืนสินค้าที่ส่งออกไปต่างประเทศของแต่ละประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้า เช่น กฏระเบียบของสหภาพยุโรปกำหนดว่าผู้ค้าปลีกออนไลน์ต้องอนุญาตให้ลูกค้าส่งคืนสินค้าที่ไม่ต้องการภายใน 14 วัน

6) เลือกใช้ผู้ให้บริการที่มีความชำนาญด้านลอจิสติกส์

หนึ่งในวิธีการที่ใช้ในการส่งออกไปต่างประเทศมากที่สุดคือ การทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านลอจิสติกส์ที่มีประสบการณ์และมีความเข้าใจในการวางแผนจัดส่งสินค้าจำนวนมาก เพราะจะได้รับการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย และไว้ใจได้ โดยเฉพาะกับธุรกิจที่มีลูกค้าอยู่ทั่วโลก ยิ่งต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบวนการจัดส่งออกไปต่างประเทศของคุณสามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นได้หรือไม่ รวมถึงความพร้อมที่ต้องรับกับการเปลี่ยนแปลงกฏระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งทีมงานฝ่ายลอจิสติกส์ของคุณจะต้องสามารถปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ และดำเนินการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนได้อย่างทันท่วงที

 

[1] Article “How to make sure Christmas arrives on time”, November 21, 2018

[2] Survey “NRF says consumers will spend near-record $19.6 billion on Valentine’s Day”, National Retail Federation, January 21, 2018

พฤกษาใส่ใจ ประชาชนและพนักงาน รวมพลัง รณรงค์มาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีความรุนแรงเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ และอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่อประชาชนและพนักงานนั้น บริษัทให้ความใส่ใจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเสมอมา จึงได้เร่งออกมาตรการเพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและฝุ่นจากการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยของพฤกษา โดยทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามกรอบทิศทาง เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals) เพื่อปกป้องชีวิตทุกคนจากมลพิษทางอากาศ

นอกจากโรงงานผลิตแผ่นพรีคาสท์ ซึ่งเป็น Green Factory แห่งแรกในประเทศไทย ที่มีโรงผสมคอนกรีต (Batching Plant) ระบบปิด จึงทำให้ไม่มีฝุ่นจากการผลิตคอนกรีตแล้วนั้น ทางบริษัทฯ ยังได้เพิ่มแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ได้ลดจำนวนเที่ยวการขนส่ง มีการตรวจรถขนส่งแผ่นพรีคาสท์ทุกคัน และแก้ไขรถที่มีควันดำ เริ่มทะยอยเปลี่ยนรถที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นรถที่ใช้ก๊าซแทน รณรงค์ให้พนักงานและรถบรรทุกทุกคัน ไม่ติดเครื่องรถทิ้งไว้เมื่อไม่จำเป็น รวมไปถึงการจัดให้มีการล้างถนนวันละสองครั้ง พร้อมเพิ่มการพ่นน้ำที่ถนนและกองกรวดทรายให้มากขึ้น 

สำหรับบริเวณไซต์ก่อสร้างทุกโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง ให้ดำเนินการดูแลกวาดฝุ่น ฉีดน้ำล้างถนนทั้งบริเวณทางเข้าออก ด้านในโครงการ และจุดอื่นๆที่มีความจำเป็นอย่างสม่ำเสมอ จัดทำบ่อล้างล้อสำหรับรถดิน รถบรรทุก เพื่อลดฝุ่นละอองและเศษดินในโครงการ กวดขันไม่ให้รถที่มีควันดำเข้าในโครงการ สำหรับงานที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เช่น การตัดวัสดุต่างๆ ได้กำหนดให้มีพื้นที่ทำงานเฉพาะและเพิ่มมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่น อาทิ จัดทำผนังหรือข่ายกั้น ใช้ผ้าใบก่อสร้าง (Mesh Sheet) ชนิดป้องกันไฟลามคลุมโดยรอบอาคารสูง  ใช้ผ้าใบห่อปิดคลุมวัสดุที่ก่อให้เกิดฝุ่น เป็นต้น

รวมทั้งแนะนำผู้รับเหมาและคู่ค้าวัสดุก่อสร้าง ดูแลตรวจสอบสภาพรถยนต์ รถบรรทุก เครื่องจักรที่ใช้ในโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐานและไม่เดินเครื่องจักรขณะไม่ใช้งาน ให้ผู้รับเหมาจัดหาหน้ากากกันฝุ่น N95 หรือหน้ากากอนามัย 2 ชั้นให้แก่คนงาน นอกจากนี้ให้จัดทำระบบบันทึกข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับปัญหาฝุ่นเพื่อติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้า และชุมชนเพื่อนำไปปรับปรุงวิธีการลดผลกระทบจากภาวะฝุ่น โดยให้วัดปริมาณฝุ่น รายงานผล พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขและป้องกันอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งบริษัทฯ จะเร่งดำเนินการ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษร่วมกับทางกรุงเทพมหานครต่อไป   

นอกจากนั้น พฤกษายังใส่ใจและห่วงใยต่อสุขภาพของพนักงาน จึงได้ประกาศให้พนักงานที่ตั้งครรภ์ และพนักงานที่มีโรคประจำตัวทางเดินหายใจ หรือได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากปัญหาฝุ่นละอองให้ทำงานที่บ้านได้จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น นอกจากนั้นในส่วนของพนักงานที่มีบุตรที่เรียนหนังสือ และโรงเรียนประกาศให้หยุดตามสถานการณ์ฝุ่นก็สามารถทำงานที่บ้านได้ตามประกาศของทางรัฐบาล และจัดหาหน้ากาก N95 แจกให้พนักงานทุกคนเพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพด้วย ” นางสุพัตรา กล่าว

HR Trend 2019 ยกระดับการบริหารงานทรัพยากรบุคคล

AI จะพลิกโฉมวงการ HR และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการหา 'คน' ในอนาคต

ในยุคที่ทุกอย่างกำลังถูกเปลี่ยนแปลงด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะสตาร์ทอัพ (Startup) หรือองค์กรใหญ่ ก็ล้วนแต่ต้องไล่ให้ทันความเป็นไปของโลก หรือแม้แต่สร้างนวัตกรรมของตัวเองขึ้นมา เพราะนวัตกรรมในองค์กรจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อทุกคนในบริษัทมี DNA ที่ตรงกันแปลว่าไม่ใช่แค่ตัวงานหรือแรงงานที่ต้องปรับตัว ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ HR ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน นั่นคือที่มาของการเปลี่ยนตัวเองสู่ HR tech หรือ Digital HR การรวมกันของทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเสริมประสิทธิภาพระบบการคัดสรรบุคลากร ในการค้นหาและว่าจ้างผู้ปฏิบัติงานมืออาชีพที่มีคุณภาพสูงขึ้น พร้อมประหยัดระยะเวลาในการกลั่นกรองประวัติของผู้สมัครจำนวนมาก และสามารถค้นพบผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งงานเฉพาะด้านได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเจาะลึกถึงทิศทางเทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคลในประเทศไทยสำหรับปี พ. ศ. 2562 Sho Kondo หัวหน้า TalentMind หน่วยธุรกิจในเครือ AnyMind Group และเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีทรัพยากรบุคคล จะเริ่มด้วยข้อสรุปถึงการพัฒนาของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทรัพยากรบุคคลจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงแรกคือระบบการจัดการพนักงาน ซึ่งเป็นระบบที่ใช้การบันทึกข้อมูลพนักงานส่วนบุคคล การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการเข้างานตามเวลานั้นได้รับความนิยม หลังจากนั้นไม่นานบริษัทต่างๆเริ่มให้ความสำคัญกับระบบการบริหารจัดการคนเก่งหรือบุคลากรผู้มีความสามารถสูง (Talent management systems) เพื่อเพิ่มความสามารถของพนักงานและเป็นกำลังสำคัญขององค์กรที่จะสร้างผลงานและความสำเร็จให้กับธุรกิจได้ อย่างต่อเนื่อง ระบบการจัดการคนเก่งนี้ยังช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับคนเก่งที่มีความสามารถสูง เพื่อให้มีความจงรักภักดีผูกพันกับองค์กร และช่วยลดอัตราการลาออกของบุคลากรที่มีความสามารถสูง เพราะมีระบบช่วยเหลือให้เขาเก่งขึ้น ทำงานดีขึ้น เจริญเติบโตก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นในสายอาชีพของเขา นั่นจะทำให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยยุคปัจจุบัน มีระบบการจัดการการรับสมัครงาน หรือแพลตฟอร์มที่มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการสรรหาและการจับคู่ผู้สมัครกับบริษัทที่เหมาะสมกัน ด้วยบริบทนี้และทิศทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือ HR Trend ประจำปี 2019 ส่วนหนึ่งยังคงผูกกับนโยบายของภาครัฐที่เน้นการมุ่งสู่อุตสาหกรรม 4.0 ในยุคที่ Disruptive Technology รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีประเด็นต่างๆที่นำมาสู่ Trend HR 2019 ซึ่งประกอบด้วย

การเพิ่มขึ้นของระบบการจัดการข้อมูลของพนักงาน (Employee management systems)

การเปลี่ยนแปลงในปีนี้เริ่มจากการจัดการฐานข้อมูลพนักงานด้วยตนเองรวมถึงการจัดการการลาและการเข้างานประจำปีผ่านสเปรดชีตไปยังการจัดการที่ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม Artificial Intelligence หรือ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้สมัครจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) และการเก็บข้อมูลมากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี จะยิ่งทำให้เราเรามีข้อมูลมากเพียงใดเราก็จะสามารถวิเคราะห์และจัดทำแบบแผนในการทำงานต่างๆ ได้มากเพียงนั้น พร้อมลดความลำเอียง ปราศจากอคติ ช่วยสร้างระบบที่มีความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา และได้ผู้สมัครที่เหมาะสมกับงานมากขึ้น และช่วยจัดการเรื่องการนัดหมาย การติดตาม การวิเคราะห์ผล ที่ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่บุคคล ผู้สมัคร และนายจ้าง ต่างก็มีความสุขเพราะได้คนที่เหมาะสมกับงานที่สุด เทคโนโลยีที่เหมาะสมวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นจะช่วยให้เราคาดการณ์อนาคตได้ Digital HR จึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลิตผลและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานนั่นเอง

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของซอฟต์แวร์การสรรหา(Recruiting software)

นอกจากประเทศไทยแล้วหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงในด้านทรัพยากรมนุษย์ ขณะนี้เรากำลังดูตลาดที่ต้องจ้างคนอย่างต่อเนื่อง บริษัทต่างๆ จึงเริ่มหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับการพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อช่วยหาคนที่เหมาะสม การใช้ AI จึงเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการสรรหาทรัพยากรบุคคลให้ง่าย รวดเร็ว แม่นยำและมีต้นทุนที่ลดลง กระบวนการสรรหาบุคลากรมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของมนุษย์ที่อาจถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจ การคัดเลือกผู้สมัครจากจำนวนนับร้อยที่มีข้อมูลมหาศาลต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้ได้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงและเหมาะสมกับงานและ AI ก็มีส่วนช่วยลดอคติในการคัดเลือกผู้สมัครได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก AI คัดเลือกผู้สมัครจากข้อกำหนดตามที่องค์กรตั้งไว้ โดยไม่มีอารมณ์เหมือนมนุษย์มาเกี่ยวข้อง จึงเป็นการเพิ่มความชัดเจน และความยุติธรรมให้กับผู้สมัครงาน แม้กระนั้นก็ตาม ยังมีความกังวลว่าหากใช้ AI ในการคัดกรองพนักงาน จะทำให้ได้พนักงานที่ขาดลักษณะความเป็นมนุษย์และเหมือนกับหุ่นยนต์มากเกินไป ดังนั้น จึงยังมีความจำเป็นต้องใช้มนุษย์ในการคัดสรรรอบสุดท้าย ซึ่งจะช่วยลดความกังวลดังกล่าวได้

การใช้งานซอฟต์แวร์บนคลาวด์ (Cloud  Software) นั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก

คลาวด์นั้นหมายถึงการทำงาน การประมวล จัดเก็บข้อมูลและอื่นๆ บนระบบออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้ที่อยู่ในระบบทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงระบบและได้รับข้อมูลที่ เหมือนกัน เนื่องจากข้อมูลต่างๆ อยู่บนอินเทอร์เน็ต เมื่อไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์เครื่องใหญ่ๆ เอาไว้ประมวลผล ในการทำงานด้าน HR อาจจะต้องใช้เอกสารเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสัญญา เอกสารสมัครงานและเอกสารอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากต้องย้ายไป ย้ายมา อาจทำให้เกิดการสูญหายได้ การนำคลาวด์เข้ามาเก็บข้อมูลช่วยทำให้เอกสารไม่สูญหาย ช่วยทำให้ประหยัดเวลาในงานด้านเอกสารลง และยังช่วยลดเอกสารที่ต้องใช้ลงอีกด้วย ทำให้ประหยัดต้นทุกลงไปมาก  จากการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ทำให้ HR สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวพนักงานได้รวดเร็ว ตลอดเวลาและสามารถใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลวันลาที่ไม่ต้องใช้ใบลาอีกต่อไป HR สามารถรู้ได้อย่างรวดเร็วและทันเวลาว่าพนักงานคนใดลาป่วย หรือสามารถอัปเดตข้อมูลเมื่อมีพนักงานเลื่อนตำแหน่ง ข้อมูลส่วนตัวขอพนักงาน และยังช่วยทำให้การวางแผนทรัพยากรบุคคลเข้าถึงพนักงานได้ดีมากขึ้น

นอกเหนือจากที่กล่าวมานั้น HR Trend ประจำปี 2019 นี้ จะมุ่งเน้นในการดูแลทั้งบุคลากรอันมีค่า และบริหาร Data ไปพร้อม ๆ กัน เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง เชื่อได้เลยว่าผลลัพธ์ของสิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องดีต่อทั้งทางบริษัทและฝั่งลูกจ้างที่มุ่งเน้นการพัฒนาตนเอง ในช่วงแรก ๆ อาจจะเหนื่อยหน่อยกับการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย แต่เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนนั้น นับว่าคุ้มค่าไม่น้อยเลยทีเดียว ทรัพยากรบุคคลเป็นแผนกที่สำคัญที่สุดในธุรกิจและเป็นไปได้ว่าการขับเคลื่อนทรัพยากรบุคคลของธุรกิจสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้นอยู่กับวิธีการใช้เทคโนโลยีเพื่อกำจัดงานที่ทำด้วยมือ ขณะนี้เครื่องมือและทรัพยากรพร้อมให้เราใช้แล้ว - เป็นเพียงวิธีและเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญและธุรกิจมองหาการใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  และต่อไปในอนาคต เมื่อ AI ได้รับการพัฒนาให้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ และแพร่หลายไปยังธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็คงถึงยุคของ AI อย่างแท้จริง นับเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ช่วยทำให้โลกของเราสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกนำมาใช้งานและดูแลการใช้งานให้เหมาะสมอย่างไร

 

เกี่ยวกับ TalentMind

TalentMind เป็นหน่วยธุรกิจใหม่ที่มีแพลตฟอร์มการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหางานด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวยกระดับประสิทธิภาพในการสรรหาและจ้างงาน ด้าน HR เพื่อจับคู่โอกาสในการทำธุรกิจ ซึ่งหลังจากที่ลูกค้าลงทะเบียนโปรไฟล์ในแพลตฟอร์ม TalentMind แล้ว นายหน้าและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์และประวัติย่อเพื่อทำความเข้าใจลักษณะบุคลิกภาพ, ศักยภาพความสามารถ และ ทักษะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยที่ AI จะถูกนำมาใช้เพื่อจับคู่ผู้สมัครกับองค์กรให้บริษัทสามารถหาผู้สมัครที่เหมาะสมกับความต้องการจ้างงานและวัฒนธรรมองค์กรได้ดีที่สุด

พรูเด็นเชียล จัดงาน “DMTM Kick Off 2019” มอบรางวัลสุดยอดตัวแทนแห่งปี

เมื่อเร็วๆ นี้ มร.อามัน คาพัว (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารลูกค้าและการตลาด พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต และ คุณศุภรัตน์ ธีรพัฒนไพโรจน์ (ที่ จากขวา) รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาดประกันภัยโดยตรง พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ให้เกียรติจัดงาน “DMTM Kick Off 2019 – 1st The Platinum Club Awards” ประกาศเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2562 และมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ผลิตผลงานยอดเยี่ยมจนบรรลุเป้าหมายตลอดปี 2561 พร้อมเนรมิตให้ชาว PRU Call  ได้สวยหล่อประดุจเจ้าหญิง-เจ้าชาย ภายใต้ธีม “PRU Proud Crown Night” ณ โฮเทล มิวส์ แบงค็อก

Page Visitor

028518483
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
12294
60871
192130
1505296
1699103
28518483
Your IP: 3.238.95.208
2021-09-29 04:59