เยาวชน PTTEP Teenergy สร้างสรรค์ “ถ่านมีชีวิต” แก้ปัญหาน้ำเสีย

ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังไม่หมดไปและมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เว็บไซต์ AirVisual ซึ่งจัดอันดับค่าดัชนีคุณภาพอากาศทั่วโลก (World AQI Ranking) เคยรายงานตัวเลขที่ระบุว่าจังหวัดเชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในบางช่วงสูงกว่าระดับ 100 แสดงถึงความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศมีค่าเกินมาตรฐาน และคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว เชียงใหม่ยังต้องเผชิญกับมลพิษทางน้ำที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันอีกด้วย สาเหตุมาจากการทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง ทำให้น้ำบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่มีสาหร่ายสีเขียวขึ้นเต็มไปหมด จนน้ำขาดออกซิเจน ส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก ระบบนิเวศของน้ำบริเวณรอบคูเมืองเสียหาย

น้องปิ่นไพร เก็บตัวอย่างดิน เพื่อนำไปทดลองเลือกนำแบคทีเรีย Bacillus.ssp มาเพาะขยายจำนวน

เยาวชนในท้องถิ่นกลุ่มหนึ่งมองเห็นปัญหาดังกล่าวและไม่นิ่งดูดาย อยากเข้ามาช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น จนเกิดเป็นโครงการ “ถ่านมีชีวิต” เพื่อแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน โดย นางสาวนิพัทธา กาพย์ตุ้ม หรือน้องปิ่นไพร โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า “หนูอยู่ที่นี่เกิดที่นี่ ได้เห็นปัญหามลพิษในเชียงใหม่มานานแล้ว ปัญหาน้ำเน่าในคูเมืองเกิดขึ้นทุกปี หนูจึงอยากให้เมืองของหนูมีมลพิษน้อยลงและน่าอยู่มากขึ้น เพราะถ้าเชียงใหม่อากาศดี น้ำในคูคลองสะอาด มลพิษน้อยลงแล้ว นักท่องเที่ยวก็จะประทับใจ และมาเที่ยวมากขึ้น เศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองเชียงใหม่ก็จะดีขึ้นด้วย

ถ่านจากซังข้าวโพดมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ และมีรูพรุนมาก อีกทั้งมีสารอาหารที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้ดี

หลังจากที่หนูและเพื่อนได้มีโอกาสเข้าค่ายโครงการ PTTEP Teenergy ของ ปตท.สผ. และเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปภายใต้แนวคิดเปลี่ยนเพื่อโลก (Change for Climate) หนูได้คิดและนำเสนอโครงการ “ถ่านมีชีวิต” ร่วมกับเพื่อนๆ ซึ่งโครงการนี้เป็น 1 ใน 10 โครงการที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนสนับสนุนจาก ค่าย PTTEP Teenergy

น้องปิ่นไพรและเพื่อนๆในทีมช่วยกัน ซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่าน โดยได้รับการสนับสนุนการเผาและการวิจัยจากคณะวิศวกรรมอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

หลังจากที่ได้รับทุน หนูและทีมก็ได้ค้นคว้าศึกษางานวิจัยต่าง ๆ จนพบว่าที่ภาคเหนือมีการปลูกข้าวโพดจำนวนมาก แต่ซังข้าวโพดที่เหลือจากการสีเมล็ดข้าวโพดออกไปกลับถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ หนูจึงเกิดความคิดนำซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่านด้วยวิธีการทางเคมี โดยการเผาแบบกึ่งอับอากาศหรือสภาวะไร้อากาศ (Pyrolysis) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยได้รับการสนับสนุนการเผาและการศึกษาวิจัยจากคณะวิศวกรรมอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้” นางสาวนิพัทธาเล่าด้วยความภาคภูมิใจ

นำซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่านด้วยวิธีการ Pyrolysis คือการเผาแบบกึ่งอับอากาศ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ประกอบกับเมื่อเห็นสภาพน้ำในคูเมืองเชียงใหม่เน่าเสีย จึงพยายามหาวิธีการที่จะแก้ปัญหา ซึ่ง น้องๆ สังเกตเห็นว่า ในขณะที่ในน้ำบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ เต็มไปด้วยสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน แต่ตะกอนดินบริเวณหน้าโรงเรียนกลับไม่มีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอยู่เลย จึงได้นำตะกอนดังกล่าวเข้าไปศึกษาในห้องทดลอง และพบว่าในดินดังกล่าวมีแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัส (Bacillus.spp) อยู่จำนวนมาก และแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัสนี้ สามารถกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่งนอกจากจะเป็นสาหร่ายที่ทำให้เกิดน้ำเสียแล้ว ยังเป็นสาหร่ายที่ผลิตสารพิษไมโครซิสติน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดตับอักเสบและเร่งการเกิดมะเร็งของตับ นอกจากจะมีผลกับคนแล้ว พิษของสาหร่ายชนิดนี้ยังมีผลโดยตรงต่อสัตว์น้ำหรือสัตว์บกที่ไปบริโภคน้ำที่มีสาหร่ายชนิดนี้ด้วย   

ซังข้าวโพดแปรรูปเป็นถ่านด้วยวิธีการ Pyrolysis คือการเผาแบบกึ่งอับอากาศ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ดังนั้น หากจะกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่เป็นต้นเหตุให้เกิดน้ำเสียก็จะต้องเพิ่มปริมาณแบคทีเรียสายพันธ์บาซิลัส น้องๆ จึงนำซังข้าวโพดที่เผาในสภาวะไร้อากาศแล้วกลายเป็นถ่านจากซังข้าวโพดมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ และมีรูพรุนจำนวนมาก อีกทั้ง มีสารอาหารที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้ดี  มาทำการเพาะเพื่อเพิ่มจำนวนแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัส

เมื่อทดลองพบว่าแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัสเติบโตได้ดีในถ่านที่ผลิตจากซังข้าวโพด และสามารถนำไปกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินได้อย่างแน่นอนแล้ว จึงทำการทดลองเพิ่มเติมให้แน่ใจ โดยนำถ่านที่เพาะเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งน้องๆ เรียกมันว่า “ถ่านมีชีวิต” เพราะมีแบคทีเรียซึ่งจัดเป็นสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเติบโตอยู่ในนั้น น้องๆ ได้ทดลองนำถ่านมีชีวิตบรรจุในขวดพลาสติกเหลือใช้ แล้วนำไปจุ่มแช่ในน้ำตัวอย่างที่นำมาจากบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ในห้องทดลอง พบว่าการวางทิ้งไว้ 5 วัน แบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัส สามารถกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินได้หมด ไม่เกิดน้ำเน่าเสีย

หลังจากที่ได้นำถ่านซังข้าวโพดใช้ประโยชน์จากการบำบัดน้ำเสียแล้ว ยังได้ทำการทดลองนำไปทำเป็นปุ๋ยสำหรับเพาะปลูกอีก

ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ พืชเจริญเติบโตได้ดีเพราะถ่านซังข้าวโพดอุดมไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อพืช

วัดผลการเจริญเติบโตของพืชที่ได้ทำการทดลองเป็นระยะๆ

ภายหลังจากการใช้ “ถ่านมีชีวิต” ดังกล่าวบำบัดน้ำเสียเรียบร้อยแล้ว ยังสามารถนำไปบดทำเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกพืชต่อไปได้อีกด้วย และจากการทดลองปลูกพืช ก็พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ พืชเจริญเติบโตได้ดีเพราะถ่านซังข้าวโพดอุดมไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อพืช

น้องปิ่นไพร ได้ขยายผลการทดลองการใช้ประโยชน์จากถ่านซังข้าวโพดในด้านอื่นๆ

ในอนาคตทีมของน้อง ๆ คิดจะต่อยอดโครงการ โดยนำถ่านมีชีวิตที่ผลิตได้ไปทดลองใช้จริงสำหรับการบำบัดน้ำบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่และจะนำผลการทดลองไปเผยแพร่ในชุมชนใกล้เคียงหรือชุมชนในบริเวณที่มีปัญหาน้ำเน่าเสีย โดยหากได้รับความร่วมมือจากชุมชนที่สนใจ เชื่อว่าโครงการถ่านมีชีวิตนี้จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถช่วยแก้ปัญหามลพิษในเมืองเชียงใหม่ได้ต่อไป

ตัวอย่างถ่านซังข้าวโพด ที่ได้แปรรูปด้วยวิธีการ Pyrolysis คือการเผาแบบกึ่งอับอากาศ

จากซังข้าวโพดกลายเป็น “ถ่านมีชีวิต” ช่วยแก้ปัญหาน้ำเสียในชุมชน คือหนึ่งในโครงการที่เยาวชนสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการเข้าค่ายในโครงการ PTTEP Teenergy ของ ปตท.สผ. ซึ่งดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ 3 ป. คือ ปลูก-ปั้น-เปลี่ยน โดยเชื่อมั่นว่า การปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึงการปั้นเยาวชนให้มีความรู้สู่การหล่อหลอมหัวใจอนุรักษ์ และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนให้มีความพร้อมในการทำประโยชน์ให้กับสังคม จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเยาวชนในการก้าวออกไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ด้วยการรวมพลังความคิดและลงมือทำด้วยตนเอง เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนและสังคมดีขึ้น

SACICT ลงพื้นที่เก็บข้อมูลโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการทอผ้าพื้นเมืองกับภูฏาน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่งานทอผ้า ประเทศภูฏาน เพื่อศึกษาดูงานเก็บข้อมูลในการผสานความร่วมมือด้านศิลปหัตถกรรมไทย ในโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการทอผ้าพื้นเมืองกับภูฏาน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ 

ประเทศภูฏานนั้นเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ทั้งทางศิลปวัฒนธรรมประเพณี ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน รวมทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย ชุดที่ชาวภูฏานสวมใส่นั้นจะทำมาจากผ้าเพียงผืนเดียว ซึ่งเป็นการเลียนแบบเครื่องแต่งกายของพระสงฆ์

กลุ่มสตรีทอผ้าของภูฏาน ส่วนใหญ่ใช้วิธีการทอแบบกี่เอว (Backstrap Loom) ซึ่งเป็นการทอด้วยเครื่องทอขนาดเล็ก โดยใช้เข็มขัดคาดหลัง ที่ทำด้วยผ้า แผ่นหนัง หรือเชือกที่มีความแข็งแรง แตกต่างจากการทอผ้าทั่วไปจะใช้เสาแข็งแรง 4 เสา เพื่อขึงเส้นด้ายยืนให้ตึง แต่การทอด้วยกี่เอวใช้การขยับเคลื่อนตัวของผู้ทอ บังคับเส้นด้ายยืนให้ตึงหรือหย่อนได้ตามต้องการ วิธีนี้ผู้ทอต้องใช้พลังมากมายในการทำให้เส้นด้ายที่ทอกระทบกันแน่น

ผ้าที่ได้จากการทอแบบ Backstrap เป็นผ้าหน้าแคบแล้วนำมาเย็บต่อกันตามทางยาวคล้ายชาวกะเหรี่ยงทางภาคเหนือของไทย ชาวภูฎานนิยมนำมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายเป็นชุดประจำชาติ ของผู้ชายที่เรียกว่า “โก” หรือ “โค” (Gho / Kho / Go)  ต้องเย็บต่อหน้าผ้าถึง 3 หน้าผ้าตลอดความยาวของผืน เพื่อให้ได้ความกว้างตลอดตัว ชุดโกมีกำเนิดมาจากธิเบต มีลักษณะเป็นชุดคลุมยาวเท่ากับหัวเข่าและมีผ้าคาดเอว ชุดของผู้ชายนั้นจะประกอบไปด้วยผ้าพาดไหล่ (Scarf) ที่ภาษาภูฏานเรียกว่า แกบเน (Kabney) เป็นผ้าผืนใหญ่สำหรับพาดที่ไหล่ด้านซ้ายคล้องลงมาที่สะโพกด้านขวา

หากเป็นผ้านุ่งของสตรี ที่เรียกว่า “คีร่า” (Kira) ต้องใช้ 2 หน้าผ้า แม้ว่าปัจจุบันการทอผ้าแบบใช้กี่นั่งที่ใช้ขาเหยียบแบบที่ทอกันทั่วไปในประเทศไทยจะมีมากขึ้น แต่ขนาดของกี่ก็ยังแคบกว่าความกว้างสำหรับใช้เป็นผ้านุ่ง ด้วยวิธีการและเทคนิคที่ใช้ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผ้าแต่ละผืนต้องใช้เวลานานและมีราคาสูง

ผ้าภูฏานนั้นถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากฝีมือการทอแล้ว วัสดุที่นำมาใช้มีความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ สีย้อมมาจากพืชธรรมชาติบนภูเขา นอกจากเส้นใยเป็นฝ้ายและไหมแล้ว ยังมีการนำเส้นใยขนสัตว์มาทอร่วมด้วย เช่น ผ้าที่ทอจากขนจามรีแทรกฝ้ายและไหมทำให้ผ้าที่ได้มีคุณค่าและราคาสูง

พฤกษา ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมปิดไฟ 1 ชม. ลดโลกร้อน โครงการ 60+ EARTH HOUR 2019

พฤกษา ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน” (60+ EARTH HOUR 2019) จัดโดย กรุงเทพมหานคร มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) : FEED และองค์กร WWF ประเทศไทย เพื่อร่วมรณรงค์และเชิญชวนผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า และประชาชนทั่วไป ปิดไฟที่ไม่จำเป็นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 20:30 – 21:30 น. เพื่อลดการใช้พลังงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมี นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดองค์กร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นไปตามนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ปลูกจิตสำนึกให้พนักงาน ใส่ใจ มีส่วนร่วม และตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิดหลัก ลดใช้พลังงาน ลดการใช้พลาสติก และรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อน

ม.เจ้าพระยาเซ็น MOU ร่วมมือวิชาการ 9 หน่วยงานรัฐและเอกชน

ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ 9 หน่วยงานรัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย NUEVA VIZCAYA STATE UNIVERSITY (NVSU) ประเทศฟิลิปปินส์, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์, สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์, สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นครสวรรค์, บริษัท เอ็นพี การบัญชี จำกัด, บริษัท ยูซีไอ มีเดีย จำกัด, บริษัท เอบีซีดี (ไทย) จำกัด และ บริษัท เคทิสวิจัย และพัฒนา จำกัด ในโอกาสเฉลิมฉลองและแสดงผลงานในรอบปีของมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้น ณ เจ้าพระยาคอนเว็นชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา

"มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา - ไม่ใช่เพียงแค่ปริญญา แต่ที่มากกว่า คือ ประสบการณ์และคุณธรรม"

M.I.S.S.CONSULT  จัดอบรมหลักสูตร Everything DiSC Workplace® Certification

M.I.S.S.CONSULT  โดย กัลยา แก้วประเสริฐ (ที่ 3 จากซ้าย) จัดอบรมหลักสูตร Everything DiSC  Workplace® Certification ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับ วิทยากร และผู้ที่สนใจเส้นทางการเป็นโค้ชระดับสากล หรือต้องการเพิ่มทักษะการโค้ชด้วยเครื่องมือ Everything DiSC เพื่อการพัฒนาศักยภาพบุคคลโดย Wiley จากสหรัฐอเมริกา  ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และเป็นเครื่องมือในการประเมินศักยภาพบุคคลเพื่อการโค้ชอย่างแม่นยำ สามารถนำไปใช้ในการอบรมและพัฒนาบุคลากรได้ทั่วโลกโดยมีการแปลภาษาถึง 12 ภาษา  ณ สำนักงาน M.I.S.S.CONSULT อาคารคิวเฮาส์ อโศก เมื่อเร็วๆ นี้

ติดตามหลักสูตรของ M.I.S.S.CONSULT ได้ที่ www.missconsult.com     

emaiil: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / facebook.com/missconsult  

Page Visitor

032171536
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
31934
59281
312785
147771
1659375
32171536
Your IP: 34.207.230.188
2021-12-03 13:22