กนอ. ปลื้มรับรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ปี 2563

กนอ. ปลื้มรับรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ปี 2563

กนอ. รับมอบรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2563 (Best Practice Awards 2020) สาขา องค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จากโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน จัดโดยมูลนิธิเพื่อสังคมไทย พร้อมประกาศสานต่อเจตนารมณ์มุ่งสู่การเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจชั้นนำที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล เน้นการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวภายหลังพิธีมอบรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ประจำปี พ.ศ. 2563 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ณ หอประชุมกองทัพอากาศ โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นประธานพิธีว่า สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับครั้งนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นเสมอมาของ กนอ. ในการเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบบริหารจัดการที่ดี มีประสิทธิภาพ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเน้นการทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ รับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวมถึงสร้างคุณประโยชน์ให้กับชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม ตามหลักการและแนวทางกำกับดูแลที่ดี ในฐานะกลไกหนึ่งของภาครัฐในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมสนับสนุนความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน อาทิ ด้านการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี การจ้างงาน การดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ซึ่งในปีที่ผ่านมา กนอ.ได้กำหนดให้เป็นนโยบายหลักในการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคณะผู้บริหารและพนักงานทั้งหมดยังได้ร่วมกันประกาศเจตจำนง  ยึดมั่นในความสุจริตในการปฏิบัติหน้าที่และบริหาร รวมถึงได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการปฏิบัติงานด้านการอนุมัติ อนุญาต โดยต่อต้านการรับสินบนทุกรูปแบบ ระหว่างผู้ว่าการและผู้บริหารระดับสูงทุกสายงาน เพื่อนำกนอ. สู่การเป็นองค์กรที่มีคุณธรรม โปร่งใส ปราศจากทุจริต และดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลและการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

นอกจากนี้ กนอ. ยังได้ริเริ่มพัฒนาแนวคิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมและชุมชนให้สามารถอยู่ร่วมกันและก้าวเดินไปข้างหน้า ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของกลไกการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนท้องถิ่น ภายใต้คุณลักษณะและเกณฑ์ชี้วัด 5 มิติ 24 ด้าน ได้แก่ 1. มิติทางกายภาพ 2. มิติทางเศรษฐกิจ 3. มิติทางสิ่งแวดล้อม 4. มิติทางสังคม และ 5. มิติทางการบริหารจัดการ ปัจจุบัน มีนิคมอุตสาหกรรมที่ผ่านเกณฑ์รับรองเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศแล้วรวมทั้งสิ้น 32 แห่งทั่วประเทศ

ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมนั้น ในปี 2562 กนอ. ยังได้ประกาศนำแนวทางการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในกระบวนการ (Corporate Social Responsibility in Process หรือ CSR in Process) เป็นหนึ่งในค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานของ กนอ. และในเวลาต่อมาก็ได้ยกระดับความสำคัญของเรื่องนี้มากขึ้น ด้วยการจัดทำแผนกลยุทธ์ด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ปี 2563 – 2565 ที่มีความครอบคลุมในทุกมิติ และจัดทำคู่มือการดำเนินงานด้าน CSR in Process ที่เป็นมาตรฐานตามแนวทาง ISO 26000 เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรม CSR ครอบคลุม 7 ประเด็นหลัก คือธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม การปฏิบัติที่เป็นธรรม ผู้บริโภค และการพัฒนาและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นระบบและมีประสิทธิผลชัดเจน

ตัวอย่างกิจกรรม CSR ที่ประสบความสำเร็จของกนอ. เช่น “โครงการสารฝัน ปั้นอาชีพ” ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ด้วยการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่ประชาชนวัยแรงงาน แรงงานใกล้เกษียณ และผู้สูงอายุ เพื่อนำไปต่อยอดประกอบอาชีพ สร้างธุรกิจ และรายได้ต่อไป อาทิ พนักงานรักษาความปลอดภัย การจัดสวน นวดแผนไทย งานประดิษฐ์ การทำสบู่น้ำยาล้างจาน การประกอบอาหารคาวหวานต่างๆ เป็นต้น

Rate this item
(0 votes)