วัชมนฟู้ด จัดงานยิ่งใหญ่มอบรางวัล “Vachamon Awards 2018” ครั้งแรก ขอบคุณคู่ค้าพันธมิตร
จัดเต็มโปรโมชั่น “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มั่นใจพิชิตเป้ารายได้สิ้นปี 3.5 พันล้านบาท

บริษัทวัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปีตอกย้ำตัวจริงเรื่องผลไม้ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการผลไม้นำเข้าของไทยอีกครั้ง ด้วยการจัดงานมอบรางวัลครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยคือ รางวัล Vachamon Awards 2018 เพื่อขอบคุณคู่ค้าพันธมิตรที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจผลไม้นำเข้าให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วประเทศไทยสามารถซื้อหาผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมได้ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 10 ล้านบาทมั่นใจส่งผลยอดรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาทภายในสิ้นปีตามเป้าได้

นางสาววิภาวี วัชรากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้เกรดพรีเมี่ยมรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 30 ปีที่เรามุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมี่ยมและพัฒนาตลาดผลไม้พรีเมี่ยมในประเทศไทย ให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้คำนึงถึงแต่กำไรเพียงอย่างเดียว ทว่าเราได้คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง เพราะเราอยากให้คนไทยทุกคนได้รับประทานผลไม้คุณภาพดีที่นำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่ สมเหตุสมผล โดยเราได้มีการเจรจากับพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ ซึ่งนับเป็นการพลิกกลยุทธ์ครั้งสำคัญ

โดยเราให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้างเป็นหลัก ส่งผลให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้นำเข้าสินค้าผลไม้เกรดพรีเมียมหลากหลายชนิด อาทิ แอปเปิ้ล, องุ่น, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี่ เชอร์รี่ และอื่นๆ อีกมากมาย มาจัดจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงเหมือนในอดีต ซึ่งแต่ก่อนมีราคาแพงมากจนมีเพียงผู้มีฐานะดีจำนวนไม่มากเท่านั้นที่จะสามารถหาซื้อรับประทานกันได้ แต่ปัจจุบันนี้ เราต้องขอบคุณพันธมิตรคู่ค้าของเราที่อยู่กันมาอย่างเหนียวแน่นและได้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มาด้วยกันจนทำให้เราสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นได้ และทำให้เรามียอดขายเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี

“และในวันนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณพันธมิตรของเรา เราจึงได้จัดพิธีมอบรางวัล Vachamon Awards 2018 ซึ่งเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมอบรางวัลให้แก่ลูกค้า (ร้านค้าผลไม้) ที่มียอดซื้อกับวัชมนฟู้ดดีเยี่ยมในปี 2017ซึ่งเราตั้งใจจะจัดเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับพันธมิตร และเป็นการสื่อสารแคมเปญการตลาดทั้งนี้ ทางบริษัทได้เชิญแขกกิตติมศักดิ์ อาทิ เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากประเทศที่บริษัทฯ ทำธุรกิจด้วย รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจที่ยินดีเป็นผู้สนับสนุนงานอย่างเป็นทางการกว่า 10 แบรนด์จากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมจัดการบรรยายจากอาจารย์ธงชัย นักโหราศาสตร์ชื่อดังในหัวข้อ "รวยสวนกระแส" และมีการจับฉลากรางวัลมอบให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมงานอีกด้วย” นางสาววิภาวี กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับเป้าหมายที่วัชมนฟู้ดต้องการทำรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาทในสิ้นปีนี้นั้นทางบริษัทได้จัดโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” โชคชั้นที่ 1– แจกกระจุย แถมกระจาย กับคู่ค้าสุดคูล, โชคชั้นที่ 2– รับทอง 1 บาทง่าย ง่ายทุกเดือน เดือนละ 10 รางวัล, โชคชั้นที่ 3– โปรเดิมที่คุ้นเคยรวมมูลค่าเงินรางวัลสูงสุดกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเป็นกระตุ้นยอดขาย โดยลูกค้าของบริษัทสามารถเข้าร่วมแคมเปญนี้ และติดตามกิจกรรมดีๆ จากวัชมนฟู้ดได้ที่ Facebook Fanpage: Vachamon Food นางสาววิภาวี กล่าวสรุป

เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “โปเตโต้ คอร์เนอร์”
เสิร์ฟความอร่อยต้นตำรับเฟรนช์ฟรายส์ปรุงรสเกรดพรีเมี่ยม
ให้ชาวลำปางได้ลิ้มลอง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง วันนี้เป็นต้นไป

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ร่วมกับ โปเตโต้ คอร์เนอร์ จัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ ต้นตำรับแบรนด์เฟรนช์ฟรายส์ปรุงรสสุดเข้มข้น ให้พี่น้องชาวลำปางได้ลิ้มลองกันแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม กลุ่มลูกค้ามารอชิมเฟรนช์ฟรายส์รสเข้มข้นกันอย่างล้นหลาม ทั้งมี “คุณพีช-พชร จิราธิวัฒน์” 1 ในเจ้าของแบรนด์ และนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง ก็มาร่วมมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรง และแรงบัลดาลใจในการเริ่มต้นเปิดร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ พร้อมร่วมพบปะแฟนคลับ ถ่ายรูป และแจกเฟรนช์ฟรายส์อร่อยๆ ให้คนลำปางได้ทานกันฟรี! ถึง 500 ถ้วยกันเลยทีเดียว งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับยิ้มกันไม่หุบเลย

กล่าวถึงโปเตโต้ คอร์เนอร์ ต้นตำรับเฟรนช์ฟรายส์ปรุงรสที่มีมากว่า 25 ปี มีมากกว่า 1,000 สาขาใน 8 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงค์โปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ปานามา และประเทศไทย โปเตโต้ คอร์เนอร์ ได้เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 โดยคุณพีช-พชร จิราธิวัฒน์ และหุ้นส่วน ได้เล็งเห็นโอกาสในธุรกิจ ขนมขบเคี้ยว (Snacking) และได้เล็งว่ายังไม่มีผลิตภันฑ์ที่ใกล้เคียงกัน ในราคาที่เข้าถึงง่ายกับคนไทยทุกคน จึงได้ตัดสินใจ มาเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อมากิจการได้ขยายและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี 3 เดือนเท่านั้นกับจำนวน 27 สาขาในประเทศไทย ซึ่งสาขาที่ 27 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง และเป็นสาขาที่ 3 ที่โปเตโต้ คอร์เนอร์ได้บุกตลาดในภาคเหนือ หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจาก 2 สาขาก่อนหน้า  ทั้งนี้โปเตโต้ คอร์เนอร์ ยังมีแผนที่จะขยายสาขาอื่นๆในภูมิภาคนี้อีกในอนาคต

โปเตโต้ คอร์เนอร์ จัดเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย สินค้าหลักของโปเตโต้ คอร์เนอร์ นั้นคือ เฟรนช์ฟรายส์ที่ทอดสดๆ ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับผงปรุงรสอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 7 รสชาติ แบ่งเป็น 4 รสชาติ Original คือ รสชีส, รสบาร์บีคิว, รสซาวครีม, และรสชิลลี่บาร์บีคิว นอกจากนี้ยังมีรสพิเศษหรือ Seasonal อย่าง รสทรัฟเฟิล รสพิซซ่า และรสคาราเมล อีกด้วย

จุดเด่นของโปเตโต้ คอร์เนอร์นั้น คือคุณภาพที่ดีเยี่ยมของสินค้าและบริการในราคาที่ใครต่อใครก็เอื้อมถึง เพราะราคาเริ่มต้นเพียง 39 บาทเท่านั้น ด้านของคุณภาพทางร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ ใช้วิธีการทอดสดใหม่ในทุกๆถ้วย ไม่มีการเก็บเฟรนช์ฟรายส์ทิ้งไว้ ในส่วนผงปรุงรสที่ขึ้นชื่อนั้น ก็เป็นสูตรต้นตำรับมากว่า 25 ปีแล้ว อีกทั้งโปเตโต้ คอร์เนอร์ยังแสดงถึงการใส่ใจลูกค้า โดยออกนโยบาย “หากลูกค้าไม่พอใจในสินค้าสามารถเปลี่ยนถ้วยใหม่ได้ ฟรี”  ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สามารถขอเปลี่ยนได้หากยังรับประทานไม่ถึงครึ่งถ้วย และลูกค้าสามารถเลือกได้อีกว่าอยากได้ผงเยอะ หรือผงน้อย เพราะทางร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ มีจุดประสงค์จะทำให้ลูกค้าทุกๆ คนมีช่วงเวลาที่ดีขึ้นในทุกๆครั้งที่เข้ามาที่ร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ โดยร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ บริเวณ ชั้น 3 (ตรงข้าม Eat & Play Zone) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

สำหรับพิธีเปิดได้รับเกียรติจากคุณพรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง เป็นประธานเปิดงาน โดยมีคุณพชร จิราธิวัฒน์ เจ้าของแบรนด์ โปเตโต้ คอร์เนอร์ พร้อมคุณพิมมุก ทวีวัฒน์, คุณปิยวดี ทวีกิจจินดา พร้อมแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน เมื่อเร็วๆนี้

#PotatoCornerAtCentralPlazaLampang #NowOpen
#
โปเตโต้คอร์เนอร#CentralPlazaLampang

กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดตัว “เรดดี้ บู้ท” พร้อมคุณสมบัติเพื่อความฟิตและเฟิร์ม
เจาะกลุ่มชายหนุ่มรุ่นใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ ‘เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์’
ย้ำตำแหน่งเจ้าตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม

  • สูตรใหม่! ผสานคุณประโยชน์จาก ‘แอล-อาร์จินีน’ และ ‘ซิงค์’  มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ผสมผสานกับน้ำองุ่นและทับทิม ในรสชาติหวานน้อย
  • คว้า “ก๊อต จิรายุ” นักแสดงหนุ่มสุดฮอตเป็นพรีเซนเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
  • จัดเต็มโปรโมชั่นทุกช่องทาง สร้างสีสันตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม

เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจำหน่าย ‘เรดดี้’ ผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน พรีเมี่ยมสำหรับคนรุ่นใหม่ สร้างสีสันตลาดต่อยอดการเติบโต เปิดตัว “เรดดี้ บู้ท” (Ready Boott) สำหรับชายหนุ่ม คนรุ่นใหม่ที่อยากดูดีอยู่เสมอ เพิ่มคุณประโยชน์จากซิงค์ และแอล-อาร์จินีน ชูคอนเซ็ปต์ ‘เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์’ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนวัยทำงาน ดึงนักแสดงหนุ่มสุดฮอต “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” เป็นพรีเซนเตอร์คนล่าสุด พร้อมทุ่มงบ 100 ล้านบาท จัดเต็มแคมเปญสื่อสารการตลาดทุกช่องทางเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้เรดดี้คือรายแรกที่จับกลุ่มเป้าหมาย White Collar หรือกลุ่มคนทำงานออฟฟิศอย่างชัดเจน ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกลุ่มเป้าหมาย

การเปิดตัว เรดดี้ บู้ท ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จในการเปิดตัว เรดดี้ พิงค์ และเรดดี้ แบล็ค ในปีที่แล้ว ที่สร้างการเติบโตให้กับแบรนด์เรดดี้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 20% ทำให้ในปัจจุบัน เรดดี้ เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม และมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 50%

นายสุรชัย จงเลิศวราวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานการขายและการตลาด ประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า “กลุ่มพนักงานออฟฟิศและกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม ยอดขายแบรนด์เรดดี้ จึงเติบโตมากกว่า 20% (ขณะที่ตลาดเครื่องดื่ม ให้พลังงานระดับพรีเมี่ยมเติบโต 10%) ความท้าทายของเราคือจะต้องเสริมสร้างการเติบโต เราจึงต้องคิดค้นและแนะนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในทุกๆ ด้านให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น รสชาติ คุณประโยชน์ และรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ที่ดูดีดูโดดเด่น เรดดี้ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายรวมของเครื่องดื่ม ให้พลังงานของกลุ่มธุรกิจ TCP เติบโตขึ้นทุกปี การเปิดตัว ‘เรดดี้ บู้ท’ สูตรใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่ ในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เรดดี้ ที่เติบโตสวนทางกับภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน และตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง

เครื่องดื่มเรดดี้ บู้ท เหมาะสำหรับผู้ชายยุคใหม่อายุ 20-34 ปีที่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน แต่ก็ยังใส่ใจ ให้ตนเองดูดีและมีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม อีกทั้งปรับสูตรให้เข้ากับเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันด้วยการ นำเสนอส่วนผสมของแอล-อาร์จีนีน และซิงค์ ที่ช่วยในเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ในสูตรน้ำตาลน้อย และความหอมจากน้ำองุ่นและทับทิม รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี

“เราเตรียมงบประมาณด้านการตลาดไว้ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างครบวงจร อาทิ ภาพยนต์โฆษณา สื่อกลางแจ้ง สื่อ ณ จุดขาย โปรโมชั่นในร้านค้า กิจกรรมสุดพิเศษกับพรีเซนเตอร์ และการแจกผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภค ได้ลิ้มลองรสชาติของเรดดี้ บู้ทสูตรใหม่อีกด้วย” นายสุรชัย กล่าวเสริม

“เพื่อขยายฐานไปยังกลุ่มเป้าหมายชายหนุ่มวัยทำงาน ใส่ใจสุขภาพและความฟิตแอนด์เฟิร์ม เราจึงเลือก คุณก๊อต จิรายุ นักแสดงหนุ่มสุดฮอตมากความสามารถมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อนำเสนอจุดเด่นของเรดดี้ บู้ทเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยมที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่แอคทีฟได้ตลอดเวลา ทั้งเรื่องงานและ การดูแลสุขภาพ เนื่องจากคุณก๊อต จิรายุ มีคุณสมบัติครบในการเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่มุ่งมั่นจริงจัง ในทุกบทบาท ดูดี พร้อมอวดหุ่นเฟิร์มในทุกสถานการณ์ ตรงกับคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์คือ เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์”  นายสุรชัย กล่าวสรุป

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรดดี้ บู้ทในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน ผลักดันให้ไปสู่เป้าหมายยอดขาย 100,000 ล้านบาท  เพื่อให้กลุ่มธุรกิจ TCP ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทจากเมืองไทยที่น่าจับตาบนเวทีโลก กลุ่มธุรกิจ TCP มั่นใจว่า เรดดี้ บู้ทใหม่ จะช่วยส่งเสริมยอดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยมแบรนด์เรดดี้ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม (ราคาขวดละ 15 บาทขึ้นไป) มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยมีเรดดี้เป็นเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 50% สำหรับยอดขายรวมของแบรนด์เรดดี้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2561 มากกว่า 600 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปี 2561 จะมียอดขายรวมมากกว่า 900 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 15%

“เรดดี้” เครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม บรรจุอยู่ในขวดขนาด 150 มล. ราคา 15 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ท่านสามารถรับทราบข้อมูลกิจกรรมความเคลื่อนไหวของเครื่องดื่มเรดดี้ และกลุ่มธุรกิจ TCP ได้ที่ www.tcp.com

 

‘เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์’

“คิซ” น้ำผลไม้สปาร์กกลิ้ง รสแบล็คเคอแรนท์

บริษัท ชบาบางกอก จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้มากกว่า 30 ปี แนะนำ คิซ (Qizz) รสแบล็คเคอแรนท์ น้ำผลไม้สปาร์กกลิ้ง ที่คัดสรรค์แบล็คเคอแรนท์เกรดพรีเมี่ยม ผสมความซ่าของกระบวนการสปาร์กกลิ้ง สร้างความสนุกสนานในการดื่มน้ำผลไม้แท้ ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า ให้ความสดชื่น ซาบซ่า หวานอร่อย พร้อมคงคุณประโยชน์จากน้ำผลไม้ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ แต่ก็ชื่นชอบการปาร์ตี้ แฟนพันธุ์แท้แบล็คเคอแรนท์ห้ามพลาด!! กับน้ำผลไม้สปาร์กกลิ้ง คิซ รสแบล็คเคอแรนท์ ที่ 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ

ใหม่ล่าสุด! คาร์ซีท อะปริก้า รุ่น Fladea Grow ISOFIX
ระบบตัวล็อค Isofix เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล

“เบบี้ กิ๊ฟ” (Baby Gift) หนึ่งในผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กระดับพรีเมี่ยม ตอกย้ำแนวคิด “เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้” (Listen to baby’s voice) แนะนำคาร์ซีทจากแบรนด์ อะปริก้า (Aprica) รุ่นใหม่ล่าสุด Fladea Grow ISOFIX” ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย ด้วยคาร์ซีทรุ่นพิเศษที่ผ่านการออกแบบและวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญและกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ติดตั้งง่าย และปลอดภัยมากขึ้นด้วย ระบบ ISOFIX ที่ตัวล็อคเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกับคาร์ซีท เพิ่มปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังสามารถรองรับทุกช่วงของพัฒนาการเด็กเหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด จนถึง 4 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 18 กิโลกรัม แบบแรกคือ การปรับนอนราบช่วยให้ทารกหลับได้อย่างสบาย แบบที่สอง คือ การปรับพนักพิงให้หันหน้าเข้าเบาะ (Rear Facing) และแบบสุดท้าย คือ การปรับพนักพิงนั่งและหันหน้าออก (Front Facing) ลดความเมื่อยล้าที่ช่วงน่องได้เป็นอย่างดี มอบความปลอดภัยและความสบายตลอดการเดินทางของลูกน้อย

คาร์ซีท อะปริก้า รุ่น Fladea Grow ISOFIX ราคา  42,900  บาท จำหน่ายและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ร้าน เบบี้ กิ๊ฟ ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ หรือ Call Center โทร. 086-3817175 หรือ www.apricathailand.com, Facebook: apricathailand หรือ Instagram: apricathailand

Page Visitor

032201088
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
3859
57627
342337
177323
1659375
32201088
Your IP: 52.205.167.104
2021-12-04 01:42