ก.อุตฯ จับมือ สอศ. และมูลนิธินายช่างไทยฯ ตรวจความปลอดภัยศาสนสถาน

ก.อุตฯ จับมือ สอศ. และมูลนิธินายช่างไทยฯ ตรวจความปลอดภัยศาสนสถาน ตามโครงการ “จิตอาสาพิทักษ์ศาสนสถาน”

กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอส.) มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ร่วมตรวจศาสนสถาน  ดึงวิศวกร สถาปนิก นายช่างอาสา ร่วมกว่า 2 พันราย ประเมินความปลอดภัยทางโครงสร้าง พัฒนาแบบตรวจประเมินความปลอดภัยระบบไฟฟ้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Checklist) พร้อมเร่งสร้างถังดักไขมัน 2,500 ชุด กระจายกำลังติดตั้งให้กับวัดและชุมชมก่อนปล่อยน้ำทิ้ง ลงสู่คลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการดำเนินโครงการ “จิตอาสาพิทักษ์ศาสนสถาน” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินโครงการ “จิตอาสาพิทักษ์ ศาสนสถาน” โดยเน้นตรวจประเมินและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าแก่ศาสนสถานที่สำคัญ (วัด พระอารามหลวง มัสยิด โบสถ์คริสต์) จำนวน 5,313 แห่งทั่วประเทศ หรือจังหวัดละประมาณ 69 แห่ง

“การจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือจะทำให้โครงการฯ มีการขับเคลื่อนที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งการระดมจิตอาสาที่มีความเชี่ยวชาญจากมูลนิธิฯ การตรวจสอบความปลอดภัยโครงสร้างงานสถาปัตยกรรม เช่น รอยแตก/ร้าว มีจุดใด ที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วน การปรับปรุงแบบรายงานการตรวจประเมินความปลอดภัยระบบ ไฟฟ้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการจัดเก็บข้อมูลและติดตามผลในอนาคตเพื่อใช้งานร่วมกัน ส่วนสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้สนับสนุนด้วยการระดมนักเรียนอาชีวะร่วมกันผลิตถังดักไขมันอย่างง่าย จำนวน 2,500 ชุด และจะช่วยติดตั้งให้กับศาสนสถานและบ้านเรือนริมคลองเปรมประชากรในช่วงปลายกรกฎาคมนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562” นายพสุ กล่าว

นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในฐานะผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสากระทรวง อุตสาหกรรม ว่า โครงการจิตอาสาพิทักษ์ศาสนสถาน ได้ดำเนินการตรวจประเมินความปลอดภัยระบบไฟฟ้าให้กับศาสนสถานแล้ว 149 แห่ง มีจิตอาสาเข้าร่วมแล้ว 1,500 ราย โดยได้ให้คำปรึกษาแนะนำในเบื้องต้นและจัดส่งแบบรายงานการตรวจประเมินความปลอดภัยระบบไฟฟ้าตามไป และที่ผ่านมาศูนย์อำนวยการจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมมือใกล้ชิดกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 และได้รับความชื่นชมว่ามีโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนและแตกต่าง เช่น การจัดทำเครื่องพ่นหมอกไอน้ำ จำนวน 500 เครื่อง เพื่อลดความร้อนแก่ประชาชนในเส้นทางรับเสด็จฯ เครื่องขจัดมลพิษทางอากาศ รุ่นที่ 1 จำนวน 10 เครื่อง ติดตั้งในโรงพยาบาลรัฐ เครื่องขจัดมลพิษทางอากาศ รุ่นที่ 2 จำนวน 10 เครื่อง ติดตั้งในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น และล่าสุดได้จัดทำโครงการคลองสวยน้ำใส ชุมชนร่วมใจถังดักไขมัน โดยได้ทำการผลิตถังดักไขมันอย่างง่าย จำนวน 2,500 ชุด ซึ่งกระทรวงฯ ได้รับการอนุเคราะห์วัสดุอุปกรณ์จากผู้มีจิตอาสาบริจาควัสดุและอุปกรณ์มาเพื่อผลิตถังดักไขมันอย่างง่ายซึ่งต้องเร่งผลิตเพื่อนำไปติดตั้งให้ชุมชน และวัดริมคลองเปรมประชากร โดยได้รับความร่วมมือจาก สอศ. จัดส่งเจ้าหน้าที่และนักเรียนอาชีวะจากวิทยาลัยเทคนิคหลายแห่งราว 100 คน มารับฟังการอบรมและสาธิต และวางแผนการผลิต ถังดักไขมันฯ ดังกล่าวร่วมกัน

ด้านนายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์  เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา กล่าวว่า แต่ละปีจะมีเหตุการณ์เพลิงไหม้และความเสียหายกับศาสนสถานหลายเหตุการณ์ เช่น เหตุเพลิงไหม้หอสมุดที่วัดพนัญเชิงฯ เมื่อปี พ.ศ. 2555 ค่าเสียหายราว 40 ล้านบาท หรือเหตุการณ์การพังทลายของโครงสร้างในวัดที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจากภัยธรรมชาติ หรือจากกิจกรรมของผู้ใช้งาน เหตุการณ์เหล่านี้สามารถป้องกันการเกิดได้โดยหลัก 3E ( Engineering Education Enforcement ) หากศาสนสถาน มีการตรวจสอบโดยผู้มีความรู้ และมีการซ่อมแซมและปรับปรุงอย่างถูกวิธี

“มูลนิธิฯ มีวิศวกร สถาปนิก นายช่างอาสาและยุวนายช่าง กว่า 2,000 คนทั่วประเทศที่พร้อมเข้าร่วมเป็นจิตอาสา โดยการดำเนินงานของมูลนิธิฯจะเข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้า การป้องกันอัคคีภัย งานโครงสร้างงานสถาปัตยกรรมของศาสนสถาน ผลของการตรวจสอบจะทำให้ทราบข้อมูลความบกพร่อง และสิ่งที่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์อุบัติภัย ซึ่งจะนำมาถึงวิธีทางแก้ไขข้อบกพร่องและแนวทางการป้องกัน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังมีหน่วยงานสภาวิศวกรที่จะช่วยพัฒนา E-Checklist ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในการตรวจงานศาสนสถาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ตรวจสอบ และสะดวกในการนำข้อมูลไปใช้” นายวสวัตติ์ กล่าว

ด้านนายกมล ตรรกบุตร ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา กล่าวว่า มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย สภาวิศวกร  สภาสถาปนิก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง ปตท. และสมาคมวิชาชีพด้านวิศวกรรมอีกหลายหน่วยงานรวมทั้งสิ้น 17 หน่วยงาน มูลนิธินายช่างไทยใจอาสายินดีให้การสนับสนุนดำเนินโครงการนี้อย่างเต็มความสามารถ และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีลงนามความร่วมมือฯแล้ว คณะจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรม และมูลนิธิฯได้ร่วมกันลงพื้นที่วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร และ วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจประเมินความปลอดภัยโครงสร้างอาคารและระบบไฟฟ้า และจะพัฒนาโปรแกรมการตรวจประเมินทางอิเล็กทรอนิกส์ และวางแผนการตรวจฯ ร่วมกันต่อไป

Rate this item
(0 votes)