ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2019 พร้อมกลยุทธ์ราคาใหม่เพื่อนักขับขี่ในเมืองไทย

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติอเมริกัน เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2019 เพื่อตอบสนองความต้องการของนักขับขี่ในเมืองไทยที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมกลยุทธ์การปรับราคาใหม่ ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป โดยมอเตอร์ไซค์ตระกูลสปอร์ตสเตอร์ (Sportster™) มีราคาเริ่มต้นที่ 479,000 บาท ส่วนตระกูลซอฟเทล (Softail™) ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ เริ่มต้นที่ 849,000 บาท

หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการจัดงาน Harley-Davidson Battle of the Kings ซึ่งประกาศผลผู้ชนะเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ได้เปิดตัวรถรุ่นปี 2019 ใหม่เพื่อตอกย้ำสถานะผู้นำในตลาดมอเตอร์ไซค์ของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ โดยการประกวดคัสตอมรถ Harley-Davidson Battle of the Kings ได้ก่อให้เกิดความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากในด้านการคัสตอมรถในหมู่คนรักมอเตอร์ไซค์ของเมืองไทย

“ความต้องการของลูกค้าที่มีต่อรถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ในประเทศไทยยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัท ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน (ประเทศไทย) ขึ้นในประเทศเมื่อปี ค.ศ. 2015 เราได้เห็นถึงอัตราการเติบโตที่รวดเร็วและอันน่าทึ่งในเรื่องยอดขาย และความสนใจของลูกค้าคนไทยที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของฮาร์ลีย์ของเรา” นายธนบดี

กุลทล (มาร์ค) ผู้จัดการประจำประเทศ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ประเทศไทย กล่าว “รถรุ่นปี 2019 ที่เปิดตัวในประเทศไทย มีทั้งตระกูลคัสตอม วีฮิเคิ้ล โอเปอร์เรชั่นส์ : ซีวีโอ (Custom Vehicle Operations™ : CVO™), ทัวร์ริ่ง (Touring), ซอฟเทล (Softail™), และ สปอร์ตสเตอร์ (Sportster™) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ การอัพเดทฟีเจอร์การทำงาน รูปลักษณ์ที่เท่ล้ำสะดุดตา สีและลวดลายกราฟฟิคแบบใหม่ และการติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งที่สวยงามกลมกลืน ซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างมิติใหม่แห่งสมรรถนะให้กับมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ รุ่นปี 2019 ทุกรุ่น”

นายธนบดี กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อว่า เราสามารถตอบสนองความต้องการมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน™ ในประเทศไทยได้อย่างดีเยี่ยม และพร้อมที่จะช่วยเติมเต็มความฝันของคนไทยจำนวนมากที่ต้องการครอบครองรถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน สักคันในชีวิต ในระดับราคาที่เอื้อมถึงได้มากกว่าในอดีตที่ผ่านมา”

แมคลาเรน แบงค็อก จัดกิจกรรม Track Day Experience
เปิดประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจของสุดยอดยนตรกรรมระดับโลกครั้งแรกในสนามแข่งไทย

วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป
วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป พร้อมเหล่าสาวกแมคลาเรน

แมคลาเรน แบงค็อก นำโดย วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จัดกิจกรรม Track Day Experience ครั้งที่ 1 เปิดประสบการณ์ใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมชวนเหล่าคนดังสาวก แมคลาเรนตัวจริง ร่วมทดสอบความเร็วเป็นครั้งแรกบนสนามแข่งในประเทศไทย พร้อมไฮไลต์ของงานด้วยการนำ แมคลาเรน 720เอส สุดยอดซูเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในตอนนี้ มาแสดงและให้ทดลองขับบนสนามแข่งจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านสัมผัสถึงประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือระดับของยนตรกรรมระดับโลก ณ สนามแข่งรถพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อเร็วๆ นี้

พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร พิธีกรหนุ่มชื่อดังกับ รถคู่ใจแมคลาเรน 570เอส
จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย หนุ่มหล่อเจ้าของ บริษัท อินสตาวอช จำกัด กับรถคู่ใจ แมคลาเรน 720เอส

โดยในงานนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รวบรวมเหล่าสาวกแมคลาเรนตัวจริง อาทิ พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร พิธีกรหนุ่มชื่อดังกับรถคู่ใจ แมคลาเรน 570เอส , เจ-จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย หนุ่มหล่อเจ้าของ บริษัท อินสตาวอช จำกัด กับรถคู่ใจ แมคลาเรน 720เอส, โต้ง-สรัญ เสรีธรณกุล นักแข่งรถชื่อดัง เจ้าของแชมป์ Thailand Super Series 2016กับรถคู่ใจ แมคลาเรน 720เอส รวมถึงแขกท่านอื่นๆ เพื่อให้ได้ร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่แสนเร้าใจของ ซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษอย่าง แมคลาเรน พร้อมทั้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านได้ทดลองขับ แมคลาเรน 720เอส และ แมคลาเรนของตัวเองเพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะบนสนามแข่งเป็นครั้งแรกผ่านกิจกรรม “Slalom brake station”

ซี.เค.ลิม ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่แมคลาเรน จากแมคลาเรน ออโตโมทีฟ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

และพิเศษสุดกับการสอนแบบใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ซี.เค.ลิม ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่แมคลาเรน จากแมคลาเรน ออโตโมทีฟ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวในการขับขี่ แมคลาเรน รุ่น 720เอส พร้อม เทรนด์สอนและแชร์เคล็ดลับในการขับขี่บนสนามแบบเจาะลึก

ทัพรถซุปเปอร์คาร์แมคลาเรนในสนามแข่ง พีระ อินเตอร์เนชั่ลแนล เซอร์กิต

สำหรับใครที่สนใจหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แมคลาเรน กรุณาติดต่อมาที่ นิช คาร์ กรุ๊ป โทร. 02-321-1111 โชว์รูมสาขามอเตอร์เวย์  เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.30 – 17.30 น. 

“Audi Thailand Headquarter” โดดเด่นและยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาวดี้ ไทยแลนด์ กลับมาสร้างสีสันวงการรถยนต์อีกครั้ง ด้วย 2 งานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ สำนักงานใหญ่และศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุด Audi Centre Thailand ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมอวดโฉมยนตรกรรมสุดหรูใหม่ล่าสุด “The new Audi Q8” โฉมใหม่ เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาวดี้ ไทยแลนด์ โดย คุณกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท อาวดี้ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์อาวดี้อย่างเป็นทางการ เปิดสำนักงานใหญ่-โชว์รูมและศูนย์บริการมาตฐานครบวงจร “Audi Centre Thailand” ด้วยอาคารดีไซน์โดดเด่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชียแปซิฟิค บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 12,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยตึก 6 ชั้น จำนวน 2 ตึก ภายใต้แนวทางการออกแบบที่ทางอาวดี้ประเทศเยอรมัน หรือ Audi AG ขนานนามให้ว่า “Audi Light House”ด้วยงบการลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท ปั้นธุรกิจอาวดี้ ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Trustworthy Innovation” เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริหารงานของอาวดี้ ไทยแลนด์ เป็นการส่งมอบประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ น่าเชื่อถือ ควบคู่ไปกับนวัตกรรมอันทันสมัย สำหรับลูกค้ารถยนต์อาวดี้ชาวไทยทุกคน และเพื่อตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของงาน  พร้อมสร้างความเซอร์ไพร์สแก่แขกที่มาร่วมงานด้วยการขับบทเพลงรักสีส้ม โดยคุณกฤษฎา ล่ำซำ ก่อนที่จะเปิดตัว “The new Audi Q8” คันสีส้ม ซึ่งเป็น The new face of the Q family ล่าสุด ให้แขกผู้มีเกียรติได้ยลโฉมกันเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ

ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติ และเหล่าเซเลบริตี้ที่เป็นสาวกอาวดี้ร่วมงานมากมาย

โดยมีคณะผู้บริหาร อาวดี้ไทยแลนด์ โดยบริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ให้การต้อนรับ ได้แก่ คุณกฤษฎา ล่ำซำ, คุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณธีรคุปต์ ธรรมมณีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ นอกจากนี้ได้รับเกียรติ จาก มร.ไมเคิล ฟริช Senior Director Sales Overseas ผู้บริหารจาก Audi AG ที่บินลัดฟ้า มาร่วมแสดงความยินดีกับอาวดี้ ประเทศไทย ในครั้งนี้ และเพื่อให้สมกับความหรูหราของแบรนด์ดังระดับโลก อาวดี้ยังได้จัด Exclusive Dining จาก Harrods รับรองแขกในงาน

สำหรับ Audi Thailand Headquarter แห่งนี้ แบ่งออกเป็นอาคารหน้า และอาคารหลังอาคารหน้า มีทั้งหมด 6 ชั้น โดยชั้น 1-4 สามารถจอดรถจัดแสดงได้ถึง 30 คัน ส่วนด้านอาคารหลัง 6 ชั้นนั้นเรียกได้ว่าจัดเต็ม ในส่วนของบริการหลังการขาย

ปัจจุบันอาวดี้ ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการ ทั้งหมด 3 แห่ง ประกอบด้วย Audi New Petchburi, Audi Pattaya, Audi Centre Thailand และกำลังจะเปิดที่ จ.ภูเก็ต ในปลายปีนี้ รวมทั้งในปี 2020 อาวดี้จะมีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งภาคอีสานและภาคเหนือ รวมไปถึงกรุงเทพ อีก 1 ที่

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย โดยนอกจากศูนย์บริการที่ครบวงจรที่นี่แล้ว อาวดี้มีแผนจะเปิดศูนย์กระจายอะไหล่และศูนย์ตรวจรถใหม่ เพื่อรองรับแผนการเปิดสำนักงานใหญ่และผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับอาวดี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ 3 ช่องทางได้แก่ เว็บไซต์ www.audi.co.th เฟซบุ๊ก AudiThailand หรือ โทร 02 765 8888

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ประกาศผลผู้ชนะการประกวดคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์
“BATTLE OF THE KINGS” ครั้งแรกของเมืองไทย

ผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® จำนวน 9 รายในเมืองไทยสมัครเข้าร่วมประชันฝีมือการคัสตอมรถ มอเตอร์ไซค์ 3 รุ่น - ไออ้อน 883 (Iron™ 883), โฟร์ตี้-เอท (Forty-Eight™) และ สตรีท บ๊อบ (Street Bob™

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติอเมริกัน ประกาศผลผู้ชนะรายการประกวดคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์ “HARLEY-DAVIDSON® BATTLE OF THE KINGS” หรือ BOTK ครั้งแรกของเมืองไทย โดยมีผู้จำหน่ายจำนวน 9 รายจากทั่วประเทศไทยมาร่วมประชันฝีมือในรายการคัสตอมรถครั้งยิ่งใหญ่นี้

ผลงานที่ชนะเลิศรายการ BOTK Thailand ครั้งนี้ ได้แก่ “The Prince” จากทีม ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ แบงคอกโดยใช้รถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® รุ่นสตรีท บ๊อบ (Street Bob™) “The Prince” มีแนวคิดการตกแต่งเพื่อ “หวนรำลึกถึงอดีต” และนำพาความทรงจำของรถคันโปรดในอดีตกลับมาสู่ปัจจุบัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Chopper ในยุค 70s นำมาดัดแปลงด้วยการเดินท่อสายไฟใหม่ ตัดบังโคลนหน้าและหลังเพื่อทำให้รถเพรียวบางและสะอาดตาขึ้น เสริมด้วยการเพ้นท์ในโทนสีดำและทองแบบคลาสสิกเพื่อสร้างความโดดเด่น

ทีมผู้ชนะเลิศ กล่าวว่า “แรงบันดาลใจของการคัสตอมรถคันนี้คือ ‘การใช้ชีวิตในแบบฉบับฮาร์ลีย์’ จากความรู้สึกของการเป็นเจ้าของและการสร้างสรรค์รถ chopper ตลอดจนการแข่งขันและการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ระหว่างผู้จำหน่ายกับบรรดาเจ้าของรถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ทีมของเราตัดสินใจคัสตอมรถคันนี้เพื่อหลอมรวมแนวคิดและผสมผสานสไตล์ของทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ เฉกเช่นวิวัฒนาการของรถ Softail™ โดยโทนสีดำที่นำมาใช้สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของรถ Chopper และเสื้อแจ๊กเก็ตหนังสีดำ ส่วนสีทองนั้นสะท้อนถึงมงกุฏซึ่งคู่ควรกับการเป็นเจ้าชายหรือ The Prince”

ผู้ชนะอันดับ 2 ได้แก่ ทีม ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ ภูเก็ต จากผลงาน Rusty” ซึ่งมีแนวคิดในการหลอมรวมจิตวิญญาณพื้นถิ่นของภูเก็ตเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์ โดยทีมนักคัสตอมได้แสวงหาส่วนลึกของจิตวิญญาณและนำมาตีแผ่ในสไตล์คลาสสิก ภายใต้รูปลักษณ์งานดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนิมเหล็ก จึงก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่คาบเกี่ยวยุคสมัยผู้คนหลายรุ่นได้อย่างโดดเด่น ทีมนักคัสตอมเลือกใช้รถรุ่นโฟร์ตี้-เอท (Forty-Eight™) เพื่อการนำเสนอความงดงามของภูเก็ตทั้งในแง่ของทัศนียภาพและการผจญภัยในชีวิตประจำวัน และเนื่องจากภูมิอากาศส่วนใหญ่ของภูเก็ตเป็นแบบฤดูร้อนและฤดูฝน ซึ่งทำให้เกิดสนิมบนพื้นผิวโลหะได้ง่าย ซึ่งในสายตาของคนทั่วไปนั้น สนิมไม่ใช่สิ่งที่สวยงาม ดังนั้น ทีมงานจึงรู้สึกท้าทายในการสร้างความงามจากสนิมเหล็กเพื่อการสะท้อนถึงเรื่องราวของภูเก็ต และด้วยการผสมผสานอุปกรณ์คัสตอมรถจากวัสดุทองเหลืองร่วมกับการเพ้นท์สีสนิมเหล็ก ทำให้ได้ผลงานที่สามารถสะท้อนถึงสไตล์ที่สวยงามและประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ได้อย่างมีเอกลักษณ์

รางวัลอันดับ 3 ได้แก่ทีม ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ ขอนแก่น เจ้าของผลงาน “Poise” ที่โดดเด่นด้วยงานเพ้นท์สีรถอันสวยงามซึ่งเกิดจากการร่วมมือกับศิลปินชาวญี่ปุ่น มาซายะ นาริตะ โดยผลงาน “Poise” นำเสนอความสวยงามที่ให้ความรู้สึกย้อนรำลึกถึงอดีตจาก “ดอกคูณ” หรือราชพฤกษ์ ซึ่งมีลักษณะพวงดอกห้อยย้อยราวกับสายฝนสีทองและเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น ซึ่งสีเหลืองยังเป็นสีของโชว์รูมฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ในจังหวัดขอนแก่นเช่นกัน โดยถือเป็นสัญลักษณ์ของขอนแก่นที่ชัดเจน สื่อว่าพระอาทิตย์ที่สาดแสงผ่านประตูเมืองขอนแก่น แสงสีทองนั้นก็คืออนาคตอันโชติช่วงและความสำเร็จของเมืองแห่งนี้นั่นเอง การใช้อุปกรณ์ตกแต่งแนว Brass collection ยังช่วยเสริมธีมให้เด่นชัดและเพิ่มกลิ่นอายแบบวินเทจให้แก่รถ Softail™ Street Bob™ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight ใหม่ ให้สวยงามยิ่งขึ้น เป็นการผสมผสานภาพลักษณ์ของโลกเก่าเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผลงานชิ้นนี้ได้ผลโหวตเป็นอันดับต้นๆของ BOTK ในที่สุด

BOTK คือการประกวดซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพื่อการเฟ้นหาผลงานการคัสตอมมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ที่มีความสร้างสรรค์ สวยงาม และนำเสนอความแปลกใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกติกาว่า ผลงานออกแบบขั้นสุดท้ายจะต้องสามารถนำออกวิ่งบนท้องถนนได้และการตกแต่งต้องอยู่ภายใต้งบประมาณ 300,000 บาท นอกจากนี้ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งไม่น้อยกว่า 50% ของบประมาณที่ใช้ในการตกแต่ง ต้องเป็นของชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งของแท้จาก ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® สำหรับรายการ BOTK ประเทศไทยนำเสนอผลงานการคัสตอมมอเตอร์ไซค์ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน®  3 รุ่น ได้แก่ ไออ้อน 883 (Iron™ 883), โฟร์ตี้-เอท (Forty-Eight™) และ สตรีท บ๊อบ (Street Bob™)

สำหรับการประกวด “HARLEY-DAVIDSON® BATTLE OF THE KINGS” ครั้งแรกของเมืองไทยนี้ ในส่วนของกิจกรรมออนไลน์ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นกันด้วยจำนวนผลโหวตรวมสูงถึง 20,025 คะแนน โดยวันตัดสินและพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศรายการ 2018 Custom King จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่งาน EICMA Show ในกรุงมิลาน ประเทศอิตาลี โดยมีทีมผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® เกือบ 300 ทีมจากทั่วโลกที่มารวมการประกวดคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์ครั้งยิ่งใหญ่นี้

นายธนบดี กุลทล (มาร์ค) ผู้จัดการประจำประเทศ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ประเทศไทย

เราขอขอบคุณผู้จำหน่ายฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ทุกท่านที่มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานการคัสตอมมอเตอร์ไซค์ที่สวยงามทั้ง 9 คันนี้” นายธนบดี กุลทล (มาร์ค) ผู้จัดการประจำประเทศ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ประเทศไทย กล่าว “ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการคัสตอมรถระดับตำนาน และรายการ BATTLE OF THE KINGS ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกถึงเรื่องนี้ โดยรายการ BOTK กำหนดรถ 3 รุ่นให้เป็นเสมือนผืนผ้าใบที่ว่างเปล่า เพื่อให้ผู้จำหน่ายทั้ง 9 รายสามารถสร้างสรรค์การคัสตอมรถที่น่าอัศจรรย์ได้ตามธีมและรูปแบบของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการบ่งบอกถึงบุคลิกภาพของผู้จำหน่ายแต่ละรายของเราได้อย่างชัดเจน เนื่องจากชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® นั้นมีให้เลือกมากมาย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกคัสตอมรถได้อย่างอิสระซึ่งเห็นได้จากผลงานในรายการ BOTK ครั้งนี้ สำหรับเจ้าของรถฮาร์ลีย์-เดวิดสัน®  ก็สามารถเป็นเจ้าแห่งการคัสตอมรถและสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซได้ในโรงรถของตนเอง เราจึงขอเชิญชวนคนรักมอเตอร์ไซค์ให้มาเยี่ยมชมโชว์รูมฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ใกล้บ้านท่าน และสร้างสรรค์สิ่งพิเศษด้วยตัวท่านเอง”

ปัจจุบัน ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® มีโชว์รูมในประเทศไทย 9 แห่ง ซึ่งทุกแห่งนำเสนอจิตวิญญาณของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ที่แสดงถึงความเป็นเอกเทศ อิสรเสรี และการนำเสนอตัวตนอันโดดเด่นอย่างมั่นใจ โดยนักขี่สามารถเลือกซื้อและสัมผัสกับชิ้นส่วน อะไหล่ และอุปกรณ์ตกแต่งรถได้ด้วยตัวเองที่โชว์รูมทุกแห่ง

กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ h-d.asia/battleofthekings

รายชื่อผู้เข้าประกวดรายการ Harley-Davidson® Battle of the Kings ในประเทศไทย

ผู้จำหน่าย

รุ่นฮาร์ลีย์-เดวิดสัน®

ชื่อผลงาน

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ แบงคอก

สตรีท บ๊อบ

THE PRINCE

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® เมโทรโปลิตัน แบงคอก

โฟร์ตี้-เอท

METRO CUSTOM

เอเอเอส ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ แบงคอก

ไออ้อน 883

SON OF THE WIND

ริชโค่ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® (เชียงใหม่)

ไออ้อน 883

84 ROCKET

พอยส์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ ขอนแก่น

สตรีท บ๊อบ

POISE

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ อุบลราชธานี

สตรีท บ๊อบ

IRON LOTUS

เอเอเอส ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ พัทยา

สตรีท บ๊อบ

THE CLUB STYLE TO DIE FOR

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ ภูเก็ต

โฟร์ตี้-เอท

RUSTY

ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® ออฟ หาดใหญ่

ไออ้อน 883

GOLDEN MERMAID

 เกี่ยวกับ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® มอเตอร์ คอมพานี

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน® มอเตอร์ คอมพานี เติมเต็มความฝันของการมีอิสรภาพส่วนบุคคลด้วยรถมอเตอร์ไซด์แนวครูสเซอร์ ทัวร์ริ่ง และคัสตอม มอบประสบการณ์ขับขี่และกิจกรรม ตลอดจนอะไหล่ชิ้นส่วน อุปกรณ์ตกแต่ง ของที่ระลึก อุปกรณ์สวมใส่สำหรับการขับขี่ และเครื่องแต่งกายของฮาร์ลีย์-เดวิดสันที่ครอบคลุม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ H-D.com

เอ็มจีจัดแคมเปญ “ขับขี่ปลอดภัย รับหน้าฝน กับ MG”
ด้วยบริการตรวจเช็คสภาพรถเอ็มจีทุกรุ่นฟรี 37 รายการ

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี” ในประเทศไทยมอบข้อเสนอพิเศษแด่ลูกค้าเอ็มจีทุกท่านด้วยแคมเปญ “ ขับขี่ปลอดภัย รับหน้าฝน กับ MG” กับบริการตรวจสภาพรถเอ็มจีทุกรุ่นฟรี 37 รายการ ที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจี ทั่วประเทศ นอกจากนี้ลูกค้าที่ใช้บริการตรวจเช็คและบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะพื้นฐานนอกสถานที่ฟรีผ่านรถ “โมบาย เซอร์วิส” ในช่วงนี้จะได้รับร่มกันฝนฟรีเมื่อใช้บริการดังกล่าวอีกด้วย

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สมรรถนะและความปลอดภัยของตัวรถรวมถึงการให้บริการที่มีคุณภาพทั้งก่อนและหลังการขายแก่ลูกค้า เป็นเรื่องที่เอ็มจีให้ความสำคัญเสมอมาเพราะเราตระหนักดีว่าความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นของลูกค้าเกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ สำหรับแคมเปญตรวจสภาพรถช่วงหน้าฝนฟรีที่เอ็มจีจัดขึ้น นอกจากจะเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในรถยนต์เอ็มจีแล้ว ยังเป็นการเชิญชวนให้ลูกค้าหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษารถ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ทั้งต่อผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงหน้าฝนได้เป็นอย่างดี”

“ ขับขี่ปลอดภัย รับหน้าฝน กับ MG”

  • ตรวจสภาพรถเอ็มจี ฟรี 37 รายการ ครอบคลุมหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้

ห้องเครื่องยนต์                                    

  • เช็คความตึงและสภาพของสายพานขับ
  • เช็คไส้กรองอากาศ          
  • เช็คแบตเตอรี่/ไดร์ชาจ          
  • เช็คอาการเสียงดังของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา                    
  • เช็คอาการสั่นของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา          
  • เช็คระดับน้ำมันเครื่องยนต์          
  • เช็คระดับน้ำมันเบรก และรอยรั่วซึม          
  • เช็คระดับน้ำมันเพาเวอร์ และรอยรั่วซึม                    
  • เช็คน้ำหล่อเย็นในถังพัก                    
  • เช็คน้ำฉีดกระจก

 ภายในห้องโดยสาร                                                              

  • เช็คระยะฟรีของขาค้นเร่ง                    
  • เช็คระยะฟรีขาเหยียบเบรค          
  • เช็คระบบกุญแจ และเซ็นทรัลล็อค                    
  • เช็คที่เปิดฝากระโปรงหน้า/หลัง/ถังน้ำมัน                    
  • เช็คปรับระดับคอพวงมาลัย          
  • เช็คเข็มขัดนิรภัย                    
  • เช็คการทำงานเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะ                    
  • เช็คระบบเบรกมือไฟฟ้า หรือเบรคมือธรรมดา          
  • เช็คไฟสัญญาณแผงหน้าปัด          
  • เช็คระบบปรับอากาศ          
  • เช็คปัดน้ำฝน/ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก                    
  • เช็คการทำงานเสียงแตร                    
  • เช็คการทำงานของระบบกระจกไฟฟ้า          
  • เช็คการทำงานของกระจกมองข้าง และมองหลัง                    
  • เช็คไฟสัญญาณ/ไฟเตือน          
  • เช็คไฟส่องสว่างภายในรถ          
  • เช็คการทำงานของไล่ฟ้ากระจก

 ระบบไฟส่องสว่างภายนอก                                                

  • เช็คไฟส่องสว่างไฟหน้า                    
  • เช็คไฟตัดหมอกหน้า (เฉพาะรุ่น)                    
  • เช็คไฟส่องสว่างไฟท้าย                    
  • เช็คไฟตัดหมอกท้าย (เฉพาะรุ่น)

 ระบบรองรับน้ำหนัก                                                       

  • เช็คขันน็อตและโบล์ท ระบบรองรับทั้งหมด                    
  • เช็ครอยรั่วซึมระบบเบรค ท่อทางน้ำมันเบรค          
  • เช็คความหนาผ้าเบรค          
  • เช็คความหนาและสภาพจานเบรค                    
  • เช็คสภาพยางรถยนต์

 ตรวจรหัสปัญหา                                                            

  • ตรวจสอบรหัสปัญหาด้วยเครื่องมือ VDI                              
  • รับฟรีร่มกันฝนเมื่อใช้บริการ “โมบาย เซอร์วิส” บริการตรวจเช็คและบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะพื้นฐานนอกสถานที่ด้วยช่างผู้ชำนาญการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกนำรถมาที่ศูนย์รถยนต์เอ็มจี  

ลูกค้าสามารถนำรถเอ็มจีเข้ารับบริการตรวจสภาพรถฟรี 37 รายการ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง  31 ตุลาคม พ.ศ. 2561 โดยสอบถามรายละเอียดหรือนัดจองคิวรับบริการล่วงหน้าได้ที่ศูนย์บริการเอ็มจีทั้ง 85 สาขาทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1267

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ สามารถเข้าชมได้ที่ www.mgcars.com

Page Visitor

020697874
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
41144
51899
41144
512756
1584897
20697874
Your IP: 3.236.214.19
2021-05-09 18:38