“AECS” ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ ส่งสัญญาฟื้นตัวชี้ กรอบดัชนีแกว่งตัว 1,600-1,655 จุด
แนะ KBANK - TISCO - WHA  -BDMS ส่อแววกำไรโตต่อเนื่อง

บล.เออีซี แนะจับตาการประกาศตัวเลข เศรษฐกิจ ที่มีผลต่อการพิจารณาแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED มองตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้กรอบ แนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,655 จุด  แนะนำลงทุนหุ้นในกลุ่มที่มีกำไรโตต่อเนื่อง KBANK , TISCO , WHA , BDMS , SAWAD , HANA , SCCC , INTUCH , HMPRO

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแม้ยังคงมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ แต่หากพิจารณาสัญญาณทางเทคนิคจะเห็นได้ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย เริ่มมีสัญญาการฟื้นตัวในกรอบสั้นๆ โดยยังลุ้นการฟื้นตัวตามระดับราคาที่จะค่อยๆ ปรับตัวสร้างฐานจากด้านล่าง ทั้งนี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ที่ 1,600-1,655 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ เน้นเทรดดิ้งตามกรอบ โดยคาดตลาดแกว่งออกข้างเพื่อสร้างฐาน ภายใต้เงื่อนไขว่า ตลาดไม่ควรวกกลับลงไปต่ำกว่า 1,600 จุด เนื่องจากจะทำให้ตลาดกลับมาผันผวน และ Downside ด้านล่างจะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น

ฝ่ายวิจัย มองว่า จากสภาวะที่ SET Index มีแนวโน้มกลับตัว จึงแนะนำหุ้น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1) หุ้นกลุ่มที่ Consensus คาดกำไรช่วง 3Q61, 4Q61 และปี 61-62 โตต่อเนื่อง YoY  ได้แก่ KBANK (S202,R215) , TISCO (S76.5,R82), WHA (S4.00,R4.20), BDMS (S24,R26) 2) หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากกว่า 10%YTD และคาดกำไรทั้งปี 61-62 โต YoY ได้แก่ SAWAD (S40,R44), HANA (S34,R37.5) และ 3) หุ้นกลุ่มที่ Bloomberg Consensus คาดประกาศงบช่วง 3Q61 ในสัปดาห์นี้ อีกทั้งคาดกำไรช่วง 3Q61, 4Q61 และทั้งปี 61 โต YoY ได้แก่ SCCC (S235,R250), INTUCH (S51,R55), HMPRO (S14.1,R15.2)

ส่วนปัจจัย ที่ต้องจับตาในต่างประเทศ  ได้แก่ การประกาศตัวเลข เศรษฐกิจที่เป็น Leading Indicator ของการบริโภคภาคครัวเรือนของเดือน ก.ย. ทั้งในส่วนของดัชนี PCE, การใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวเลขที่มีผลต่อการพิจารณาแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED และส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ US Bond Yield โดยหากตัวเลขดังกล่าวออกมาดีกว่าคาด จะทำให้ US Bond Yield กลับมาขยับขึ้นต่อ และกดดัน EYG ให้ต่ำลง

นอกจากนี้ S&P รายงานผลประเมิน Rating ของอิตาลี ซึ่งแม้จะคง Rating ที่ BBB เช่นเดิม สูงกว่า rating ของ Junk bond 2 ระดับ แต่ลด Outlook เป็น Negative จากภาระการคลังที่สูงขึ้นมาก พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์ GDP ในปี 62-63 เหลือ 1.1%YoY จากเดิมที่ 1.4%YoY ซึ่งคาดส่งผลต่อ CDS Spread ให้ดีดตัวขึ้น และส่งผลต่อไปยัง Bond Yield ของอิตาลีให้ปรับขึ้นตาม ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นยุโรป

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมาในสหรัฐฯ มีบริษัทใหญ่หลายบริษัทที่ประกาศกำไรต่ำกว่าคาด จนเป็นสาเหตุหลักของการที่ DJIA ปรับลงในสัปดาห์ก่อน สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ลดลง และผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เราจึงมองว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ในสหรัฐฯ ที่เหลือยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เป็น Noise ในช่วงสั้นของตลาดสหรัฐฯ

AnyMind Group รับเงินทุน Series B จาก LINE Corporation และ Mirai Creation Fund

เพื่อมุ่งเน้นไปที่การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์เพื่อการเจริญเติบโตต่อไป

AnyMind Group ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยี ประกาศในวันนี้ได้รับการระดมเงินทุนอีก 13.4 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก LINE Corporation ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการสื่อสารและผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น LINE Messenger และ Mirai Creation Fund ซึ่งเป็น บริษัทร่วมทุนที่ได้รับการสนับสนุนจาก Toyota Motor, Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) and และดำเนินการโดย SPARX Group ผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ JAFCO Asia และ Dream Incubator กลับมาร่วมลงทุนในรอบนี้ด้วย

เงินทุนจะถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่มีอยู่ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมการโฆษณา การตลาด และทรัพยากรบุคคล และเพื่อนำไปดำเนินการโครงการเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เป้าหมายหลักของการระดมทุนครั้งนี้คือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์กับ LINE Corporation และ Mirai Creation Fund "เรามีประสบการณ์การเติบโตที่ดีในช่วง 2.5 ปีที่ผ่านมา และกำลังมุ่งมั่นในความก้าวหน้าต่อไปของเรา – การขยายส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคต่างๆและอุตสาหกรรมที่เราเข้ามา ในขณะที่เราทำกำไรได้ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2017" เป้าหมายสำหรับรอบนี้คือการเลือกนักลงทุนที่จะพาเราไปสู่ความเจริญเติบโตในระดับต่อไป " Kosuke Sogo  ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง AnyMind Group กล่าว

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ LINE Corporation จะร่วมมือกับบริษัทลูกของ AnyMind group , AdAsia Holdings โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการโฆษณาดิจิตอลที่ AdAsia Holdings มอบข้อเสนอต่างๆในด้านเทคโนโลยีการโฆษณาซึ่งรวมถึงโซลูชันต่างๆ เช่น AdAsia Digital Platform for Publishers ซึ่งเอื้ออำนวยพร้อมจัดหาโซลูชันที่รวบรวมแหล่งความต้องการของผู้ลงโฆษณาจำนวนมากให้เจ้าของสื่อออนไลน์ ด้วยเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของผู้โฆษณาและการกำหนดราคาขั้นต่ำแบบไดนามิก (สามารถปรับเปลี่ยนอัตโนมัติตามความเหมาะสม) สำหรับพื้นที่โฆษณา ปัจจุบัน AdAsia Holdings มีการแสดงผลมากกว่า 12 พันล้านครั้งต่อเดือน ผ่านผู้เผยแพร่โฆษณากว่า 800 ราย ในเอเชีย ผ่านทางการโฆษณาแบบดิสเพลย์ แบบเนทีฟ และวิดีโอโฆษณา

"Mirai Creation Fund สนับสนุนการพัฒนาและขยายธุรกิจของบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการใช้ประโยชน์ความรู้ที่ได้รับจากการลงทุนในบริษัทเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ Mirai Creation Fund ร่วมมือกับบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมด้านการโฆษณาและการตลาด ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นและประเทศในเอเชียอื่น ๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม ของ AdAsia" Shuhei Abe ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง SPARX GROUP กล่าว

"AnyMind Group เป็นหนึ่งในบริษัทใน Star Portfolio ซึ่งได้สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงกับเอเชีย โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและธุรกิจ เราได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับบริษัท ตั้งแต่ต้นปี พศ. 2560 และจะยังคงสนับสนุนการเดินทางของพวกเขาต่อไป เรารู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของพวกเขา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง" Supriya Singh หัวหน้าฝ่ายการลงทุนในเอเชียใต้ของ JAFCO กล่าว

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในฐานะ AdAsia Holdings ในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2559 บริษัทมีอายุ 29 เดือนได้ขยายกิจการไปยัง 11 ประเทศ โดยมีสำนักงาน 13 แห่ง รวมถึงศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ในเมืองโฮจิมินห์ บริษัทสร้างรายได้กว่า 12.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ. ศ. 2559 และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปี 2560 เป็น 26 ล้านเหรียญสหรัฐและมีผลกำไรตั้งแต่เดือนมกราคม 2560

"ในท้ายที่สุดเราต้องการเพิ่มขีดความสามารถให้กับ มืออาชีพ ธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้รวมถึงโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านแพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับความต้องการของพวกเขา เพื่อให้ทันกับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ของเรา ใน 3 อุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน เราจะขยายทรัพยากรด้านวิศวกรรมของเราได้ถึงสี่เท่า และหารายได้จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมในสำนักงานในกรุงเทพฯและโตเกียว" Kosuke Sogo กล่าว 

AdAsia Holdings ได้ระดมเงินทุน Series A รอบแรกเป็นจำนวน 12 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนเมษายนปี พ. ศ. 2560 และเพิ่มอีก 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2560 เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี และขยายธุรกิจที่นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการโฆษณาและการตลาด นอกจากนี้บริษัทยังขยายตัวจากพนักงาน 90 คนใ นเดือนเมษายนปีพ. ศ. 2560 ไปจนถึงพนักงานกว่า 330 คนในวันนี้

เมื่อต้นปีนี้การเริ่มต้นขยายสู่ AnyMind Group โดยมีเป้าหมายเพื่อเอื้ออำนวยและสนับสนุน อุตสาหกรรม ธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญที่มีชุดโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีครบวงจรที่มีประสิทธิภาพและสามารถปรับขนาดใหญ่ขึ้นได้ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ตั้งอยู่ภายใต้บริษัท ย่อยสามแห่ง ประกอบด้วย TalentMind, CastingAsia และ AdAsia Holdings

นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2561 TalentMind ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดการผู้สมัครที่มีการตรวจคัดกรองและการจับคู่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกใช้กว่า 150 ธุรกิจในเอเชีย รวมถึงแผนกทรัพยากรบุคคลของ AnyMind Group CastingAsia ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการตลาดสำหรับจับคู่ผู้มีอิทธิพลทางการตลาด (Influencer) กับความต้องการของแบรนด์ได้ ในขณะนี้มี Influencer ในระดับ Micro Influencer และ Macro Influencer มากกว่า 30,000  คน ทั่วเอเชีย ในเดือนตุลาคมปี 2017 AdAsia Holdings ซึ่งเป็น บริษัท เทคโนโลยีด้านการโฆษณาที่มีโซลูชันครบวงจรสำหรับนักการตลาดและผู้ลงโฆษณาได้เข้าสู่พื้นที่ธุรกิจการสร้างรายได้ของผู้เผยแพร่โฆษณาด้วยการเข้าซื้อบริษัทผู้เผยแพร่โฆษณา FourM  ในประเทศญี่ปุ่น และ Acqua Media ในฮ่องกง ในเดือนกันยายนปี 2018

Money Channel สัญจร ครั้งที่ 4 จ. อยุธยา ขอเชิญนักลงทุนร่วมฟังสัมมนา “ทำเงินให้งอกเงย ด้วยหุ้นและกองทุนรวม” เจาะลึกกลยุทธ์และวิธีการลงทุนสไตล์ต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจ จากกูรูด้านการลงทุน ในหัวข้อ “เซียนที่ปรึกษา หาสินค้าแจ้งเกิด” โดย พี่ป้อม คุณสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม และพี่คิม คุณสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ที่ปรึกษาทางการเงินมือทองแห่ง APM  “เคล็ดลับทำเงินหมื่นให้งอกเงยเป็นเงินล้าน” โดย คุณนฤมล บุญสนอง CFP “ฟันธงตลาดผันผวนขนาดนี้ ลงทุนแบบไหนชัวร์กว่ากัน” โดย คุณสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย), คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการ บล.กสิกรไทย และเสี่ยป๋อง วัชระ แก้วสว่าง เซียนหุ้นหมื่นล้าน ผู้สนใจเข้าฟังสัมมนาฟรี ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00-16.30 น. ณ เดอะฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จ.อยุธยา สำรองที่นั่งได้ที่ www.moneychannel.co.th หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ 081-553-0664  แล้วพบกัน !

ทีซีซีเทค ร่วมมือกับ ไอดีซี ไฟแนนเชียล อินไซต์ อัพเดตทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีฟินเทค

นายวรดิษฐ์ วิญญรัตน์ กรรมการบริหารและรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) (ซ้าย) จับมือ นายไมเคิล อะราเน็ตตา รองประธานบริหาร ไอดีซี ไฟแนนเชียล อินไซต์ (IDC Financial Insights) (ขวา) ในฐานะพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานอัพเดททิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางฟินเทคปี 2018 (FinTech Innovation Summit 2018) โดยงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญในอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และผู้ให้บริการเทคโนโลยีฟินเทค ขึ้นเวทีกล่าวถึงทิศทาง และการพัฒนาฟินเทคในประเทศไทย

พร้อมอภิปรายถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการให้บริการทางการเงิน การธนาคาร รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) และบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดบนเวที ทั้งนี้งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงจากแวดวงการเงินการธนาคาร เงินทุนหลักทรัพย์ รวมถึงกลุ่มประกันภัยประกันชีวิต เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก  ณ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

WHART เพิ่มทุนครั้งที่ 3

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล (กลาง) ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group) ในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ร่วมด้วย นายปิยะพงศ์ พินธุประภา (ซ้าย) กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART และ นางสาวรวีรัตน์ สัจจวโรดม (ขวา) ผู้ช่วยผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ร่วมให้ข้อมูลสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 ของกองทรัสต์ WHART เพื่อลงทุนในทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4,464.50 ล้านบาท ซึ่งความโดดเด่นของทรัพย์สินที่จะลงทุนในครั้งนี้เป็นโครงการคลังสินค้า และโรงงานแบบ  Built-to-Suit ระดับสากล หลังเพิ่มทุนสำเร็จขนาดทรัพย์สินรวมจะเพิ่มเป็นประมาณ 32,800 ล้านบาท ณ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้

Page Visitor

004591934
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
10624
34198
233418
1310422
120081
1261906
4591934
Your IP: 35.175.133.127
2020-07-04 08:28