ยิปรอคเปิดตัว “ช่างมือโปร ยิปรอค” ร่วมพัฒนาทักษะช่างยิปซัมทัดเทียมมาตรฐานสากล ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ภาพข่าว : บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) นำโดย มร.ซิลแวง เบอแดงง์ (ที่ 1 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย มิเชล จู (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ กิตติชัย ฉ่ำจิตร (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค เปิดตัวชมรม “ช่างมือโปร ยิปรอค” ชมรมคู่ใจช่างไทย เพื่อยกระดับฝีมือช่างติดตั้งผนังและฝ้าเพดานยิปซัมของไทยให้เติบโตไปพร้อมกับยิปรอคอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์ฝึกอบรมยิปรอค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงแบรนด์ “ยิปรอค” มุ่งมั่นส่งเสริมทักษะของช่างติดตั้งผนังและเพดานยิปซัมในเมืองไทยให้มีมาตรฐานะระดับสากล จัดตั้ง “ช่างมือโปร ยิปรอค” (Gyproc Installer Club) เพื่อยกระดับฝีมือช่างติดตั้งผนังและฝ้าเพดานยิปซัมของไทยให้เติบโตไปพร้อมกับยิปรอคอย่างยั่งยืน โดยมีความมุ่งหมายลดช่องว่างภาวะขาดแคลนแรงงานผู้มีทักษะในเมืองไทย ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมในยุคเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และปฏิรูปฝีมือแรงงานไทยให้มีความเป็นมืออาชีพสอดคล้องกับสภาวะของโลกในปัจจุบัน อีกทั้งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังเอื้อให้เกิดการโยกย้ายแรงงานผู้มีทักษะ จึงคาดการณ์ว่าความต้องการที่มีต่อแรงงานทักษะระดับกลางและระดับสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การส่งเสริมการพัฒนาช่างติดตั้งผู้มีทักษะยังถือเป็นแผนปฏิบัติที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ของยิปรอคในปีนี้ และเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 50 ปีการนำเสนอระบบผนังและเพดานสำเร็จรูปของยิปรอคสู่เมืองไทย

“ช่างมือโปร ยิปรอค” (Gyproc Installer Club) ขอเชิญชวนช่างติดตั้งผนังและฝ้าเพดานยิปซัมในประเทศไทยร่วมสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย พร้อมมอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นสุดคุ้มแก่ลูกค้าคนพิเศษ โดยนำเสนอการใช้ผลิตภัณฑ์ยิปรอคเพื่อช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และต้นทุนในการก่อสร้าง พร้อมคุณภาพผลงานที่สอดคล้องกับเกณฑ์ข้อกำหนดในการก่อสร้าง นอกจากนี้ ชมรมแห่งนี้ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นทั้งในปัจจุบันและอนาคตของช่างติดตั้ง และร่วมพัฒนาเส้นทางอาชีพของช่างติดตั้งเพื่อดึงดูดและพัฒนาผู้มีความสามารถ เข้าสู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทย โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “ช่างมือโปร ยิปรอค” ได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสมาชิกจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของยิปรอคได้โดยตรง ทำให้พวกเขาสามารถทดลองใช้นวัตกรรมแผ่นยิปซัมใหม่ล่าสุดของยิปรอค พร้อมรับข้อเสนอและส่วนลดพิเศษ และเข้าร่วมในกิจกรรมฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญของยิปรอค

มร.ซิลแวง เบอแดงง์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เนื่องจากประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าและนวัตกรรม เราจึงได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและแผนงานในหลายๆ ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศตัวเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายอันท้าทายนี้ แรงงานผู้มีทักษะซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก สำหรับอุตสาหกรรมในเศรษฐกิจใหม่ของประเทศกำลังอยู่ในภาวะขาดแคลน การอุดช่องว่างนี้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน โดย Gyproc Installer Club ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดของเรา ที่ช่วยให้ช่างติดตั้งระบบยิปซัมนั้นได้รับการตอบสนองต่อความต้องการในภาคอุตสาหกรรม ผ่านการดำเนินการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของช่างติดตั้งในการปฏิบัติงาน โดยชมรม “ช่างมือโปร ยิปรอค” พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ช่างติดตั้งเพื่อเติบโตไปพร้อมกับยิปรอคอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้ช่างติดตั้งมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ตระหนักถึงประโยชน์จากการใช้นวัตกรรมโซลูชั่นส์ที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้น และช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินงานโครงการก่อสร้างที่ดีที่สุด ซึ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0”

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ เพียงแค่คุณมีสัญชาติไทยและประกอบอาชีพช่างติดตั้งระบบยิปซัมก็สามารถสมัครสมาชิก “ช่างมือโปร ยิปรอค” ฟรี! พร้อมรับสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นต่างๆอีกมากมาย โดยมีวิธีการสมัครง่ายๆ 3 ช่องทางด้วยกัน สมัครผ่านทางไลน์ด้วยการเพิ่ม @gyprocclub เป็นเพื่อนในไลน์ หรือส่งรายละเอียดการสมัครไปที่อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ www.gyproc.co.th/th/gyprocinstallerclub

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการเข้าร่วมกับ Gyproc Installer Club และกำหนดการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.gyproc.co.th/ หรือ https://www.facebook.com/GyprocTH/

APCO เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ VVIN และ ASL revitalizing Serum & Cream ขยายฐานลูกค้าในประเทศ เร่งยอดขาย Q4/61 แตะ 120 ล้านบาท เผยกลยุทธ์การขายครบทุกช่องทางจำหน่าย โปรโมทผ่านออนไลน์ กระตุ้นการขายต่อเนื่อง พร้อมพัฒนางานวิจัยตามเทรนด์การดูแลสุขภาพและความงาม มุ่งมั่นยกระดับงานวิจัยให้มีความเป็นเลิศในการดูแลคุณภาพชีวิต

ศ.ดร.พิเชษฐ์  วิริยะจิตรา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ VVIN ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพป้องกันการติดเชื้อ และ ASL revitalizing Serum & Cream ผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อลดริ้วรอย คาดว่าจะส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 4 มีรายได้ถึง 120 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การตลาด บริษัทมีแผนการจำหน่ายครบทุกช่องทาง ทั้ง BIM Health Center ศูนย์ให้คำปรึกษาและแนะนำผู้บริโภคให้ใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลสุขภาพ BIM Dropship  ผ่านการแนะนำของสมาชิกหรือผู้แทนจำหน่าย Asian Life Direct Service ผู้แทนจำหน่ายแนะนำและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีแผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านรายการใส่ใจไกลโรค ทางช่อง Nation ช่องทางออนไลน์ผ่าน Facebook ภูมิสมดุล BIM พร้อมจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายต่อเนื่อง

“เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความสนใจในการดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น บริษัทเห็นถึงโอกาส จึงได้พัฒนางานวิจัยเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค และจากช่องทางการขายของบริษัท ที่มีการปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้า โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกแนะนำผู้ที่สนใจเข้าร่วมดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางต่างๆ จะส่งผลให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะสามารถรักษารายได้ทั้งปีใกล้เคียงกับปี 2560 จากในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากกระแสความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภค เกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของบริษัทอื่นที่ถูกตรวจสอบโดยสาธารณสุข   อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง และมีผลงานวิจัยรองรับ เชื่อว่าจะได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค” ศ.ดร.พิเชษฐ์  กล่าว

สำหรับการออกผลิตภัณฑ์ VVIN กลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่ กลุ่มคนที่ทำงานในเมือง หรือทำงานในสถานที่ที่สามารถติดเชื้อต่างๆได้ง่าย โดยมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถพกพาสะดวก กำหนดราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งวัตถุประสงค์ในการออก VVIN เนื่องจากสภาวะแวดล้อมในปัจจุบันทำให้ประชากรมีความเสี่ยงและมีโอกาสติดเชื้อได้มากขึ้น เมื่อติดเชื้อแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อทำลายเชื้อนั้น ในขณะเดียวกันภูมิคุ้มกันก็ทำลายอวัยวะในร่างกายจนล้มเหลว และสามารถพัฒนาไปสู้การติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งมักจะเกิดในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตปีละ 27-30 ล้านคน ซึ่งคณะนักวิจัย Operation BIM ประสบความสำเร็จในการเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมานานแล้ว จึงสามารถปรับสูตรที่ใช้สารสกัดจาก มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และ บัวบก ให้มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ขณะที่ ASL revitalizing Serum & Cream เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารธรรมชาติที่ซึมซาบเข้าสู่ใต้ผิวหน้าแล้ว "ยกกระชับ" สร้างคอลลาเจนได้อย่างรวดเร็ว ลดจุดด่างดำทำให้ผิวหน้าดูขาว กระจ่างใส ยืดหยุ่น เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ละเอียดอ่อนเยาว์กว่าวัย เสริมด้วยประสิทธิภาพป้องกันผิวจากอนุมูลอิสระ คงความสวยกระจ่างใส เนียนนุ่มได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การวิจัยและพัฒนาประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ถือเป็นภารกิจหลักของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีเป้าหมายยกระดับงานวิจัย ให้มีความเป็นเลิศในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอาการต่างๆ ให้เป็นที่เชื่อมั่น ยอมรับ อย่างแพร่หลายของกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

วัชมนฟู้ด จัดงานยิ่งใหญ่มอบรางวัล “Vachamon Awards 2018” ครั้งแรก ขอบคุณคู่ค้าพันธมิตร
จัดเต็มโปรโมชั่น “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท มั่นใจพิชิตเป้ารายได้สิ้นปี 3.5 พันล้านบาท

บริษัทวัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปีตอกย้ำตัวจริงเรื่องผลไม้ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งวงการผลไม้นำเข้าของไทยอีกครั้ง ด้วยการจัดงานมอบรางวัลครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทยคือ รางวัล Vachamon Awards 2018 เพื่อขอบคุณคู่ค้าพันธมิตรที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจผลไม้นำเข้าให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วประเทศไทยสามารถซื้อหาผลไม้นำเข้าเกรดพรีเมียมได้ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 10 ล้านบาทมั่นใจส่งผลยอดรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาทภายในสิ้นปีตามเป้าได้

นางสาววิภาวี วัชรากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัชมนฟู้ด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลไม้เกรดพรีเมี่ยมรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 30 ปีที่เรามุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจนำเข้าผลไม้เกรดพรีเมี่ยมและพัฒนาตลาดผลไม้พรีเมี่ยมในประเทศไทย ให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้คำนึงถึงแต่กำไรเพียงอย่างเดียว ทว่าเราได้คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง เพราะเราอยากให้คนไทยทุกคนได้รับประทานผลไม้คุณภาพดีที่นำเข้าจากต่างประเทศในราคาที่ สมเหตุสมผล โดยเราได้มีการเจรจากับพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ ซึ่งนับเป็นการพลิกกลยุทธ์ครั้งสำคัญ

โดยเราให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้างเป็นหลัก ส่งผลให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้นำเข้าสินค้าผลไม้เกรดพรีเมียมหลากหลายชนิด อาทิ แอปเปิ้ล, องุ่น, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี่ เชอร์รี่ และอื่นๆ อีกมากมาย มาจัดจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงเหมือนในอดีต ซึ่งแต่ก่อนมีราคาแพงมากจนมีเพียงผู้มีฐานะดีจำนวนไม่มากเท่านั้นที่จะสามารถหาซื้อรับประทานกันได้ แต่ปัจจุบันนี้ เราต้องขอบคุณพันธมิตรคู่ค้าของเราที่อยู่กันมาอย่างเหนียวแน่นและได้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มาด้วยกันจนทำให้เราสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นได้ และทำให้เรามียอดขายเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี

“และในวันนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณพันธมิตรของเรา เราจึงได้จัดพิธีมอบรางวัล Vachamon Awards 2018 ซึ่งเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมอบรางวัลให้แก่ลูกค้า (ร้านค้าผลไม้) ที่มียอดซื้อกับวัชมนฟู้ดดีเยี่ยมในปี 2017ซึ่งเราตั้งใจจะจัดเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับพันธมิตร และเป็นการสื่อสารแคมเปญการตลาดทั้งนี้ ทางบริษัทได้เชิญแขกกิตติมศักดิ์ อาทิ เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากประเทศที่บริษัทฯ ทำธุรกิจด้วย รวมทั้งคู่ค้าทางธุรกิจที่ยินดีเป็นผู้สนับสนุนงานอย่างเป็นทางการกว่า 10 แบรนด์จากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมจัดการบรรยายจากอาจารย์ธงชัย นักโหราศาสตร์ชื่อดังในหัวข้อ "รวยสวนกระแส" และมีการจับฉลากรางวัลมอบให้กับผู้โชคดีที่มาร่วมงานอีกด้วย” นางสาววิภาวี กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับเป้าหมายที่วัชมนฟู้ดต้องการทำรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาทในสิ้นปีนี้นั้นทางบริษัทได้จัดโปรโมชั่นเด็ด “วัชมนแจกโชค 3 ชั้น ส่งท้ายปี 61” โชคชั้นที่ 1– แจกกระจุย แถมกระจาย กับคู่ค้าสุดคูล, โชคชั้นที่ 2– รับทอง 1 บาทง่าย ง่ายทุกเดือน เดือนละ 10 รางวัล, โชคชั้นที่ 3– โปรเดิมที่คุ้นเคยรวมมูลค่าเงินรางวัลสูงสุดกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเป็นกระตุ้นยอดขาย โดยลูกค้าของบริษัทสามารถเข้าร่วมแคมเปญนี้ และติดตามกิจกรรมดีๆ จากวัชมนฟู้ดได้ที่ Facebook Fanpage: Vachamon Food นางสาววิภาวี กล่าวสรุป

เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ “โปเตโต้ คอร์เนอร์”
เสิร์ฟความอร่อยต้นตำรับเฟรนช์ฟรายส์ปรุงรสเกรดพรีเมี่ยม
ให้ชาวลำปางได้ลิ้มลอง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง วันนี้เป็นต้นไป

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ร่วมกับ โปเตโต้ คอร์เนอร์ จัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ ต้นตำรับแบรนด์เฟรนช์ฟรายส์ปรุงรสสุดเข้มข้น ให้พี่น้องชาวลำปางได้ลิ้มลองกันแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม กลุ่มลูกค้ามารอชิมเฟรนช์ฟรายส์รสเข้มข้นกันอย่างล้นหลาม ทั้งมี “คุณพีช-พชร จิราธิวัฒน์” 1 ในเจ้าของแบรนด์ และนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง ก็มาร่วมมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรง และแรงบัลดาลใจในการเริ่มต้นเปิดร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ พร้อมร่วมพบปะแฟนคลับ ถ่ายรูป และแจกเฟรนช์ฟรายส์อร่อยๆ ให้คนลำปางได้ทานกันฟรี! ถึง 500 ถ้วยกันเลยทีเดียว งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับยิ้มกันไม่หุบเลย

กล่าวถึงโปเตโต้ คอร์เนอร์ ต้นตำรับเฟรนช์ฟรายส์ปรุงรสที่มีมากว่า 25 ปี มีมากกว่า 1,000 สาขาใน 8 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงค์โปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา ปานามา และประเทศไทย โปเตโต้ คอร์เนอร์ ได้เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 โดยคุณพีช-พชร จิราธิวัฒน์ และหุ้นส่วน ได้เล็งเห็นโอกาสในธุรกิจ ขนมขบเคี้ยว (Snacking) และได้เล็งว่ายังไม่มีผลิตภันฑ์ที่ใกล้เคียงกัน ในราคาที่เข้าถึงง่ายกับคนไทยทุกคน จึงได้ตัดสินใจ มาเปิดสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อมากิจการได้ขยายและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี 3 เดือนเท่านั้นกับจำนวน 27 สาขาในประเทศไทย ซึ่งสาขาที่ 27 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง และเป็นสาขาที่ 3 ที่โปเตโต้ คอร์เนอร์ได้บุกตลาดในภาคเหนือ หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจาก 2 สาขาก่อนหน้า  ทั้งนี้โปเตโต้ คอร์เนอร์ ยังมีแผนที่จะขยายสาขาอื่นๆในภูมิภาคนี้อีกในอนาคต

โปเตโต้ คอร์เนอร์ จัดเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย สินค้าหลักของโปเตโต้ คอร์เนอร์ นั้นคือ เฟรนช์ฟรายส์ที่ทอดสดๆ ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับผงปรุงรสอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 7 รสชาติ แบ่งเป็น 4 รสชาติ Original คือ รสชีส, รสบาร์บีคิว, รสซาวครีม, และรสชิลลี่บาร์บีคิว นอกจากนี้ยังมีรสพิเศษหรือ Seasonal อย่าง รสทรัฟเฟิล รสพิซซ่า และรสคาราเมล อีกด้วย

จุดเด่นของโปเตโต้ คอร์เนอร์นั้น คือคุณภาพที่ดีเยี่ยมของสินค้าและบริการในราคาที่ใครต่อใครก็เอื้อมถึง เพราะราคาเริ่มต้นเพียง 39 บาทเท่านั้น ด้านของคุณภาพทางร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ ใช้วิธีการทอดสดใหม่ในทุกๆถ้วย ไม่มีการเก็บเฟรนช์ฟรายส์ทิ้งไว้ ในส่วนผงปรุงรสที่ขึ้นชื่อนั้น ก็เป็นสูตรต้นตำรับมากว่า 25 ปีแล้ว อีกทั้งโปเตโต้ คอร์เนอร์ยังแสดงถึงการใส่ใจลูกค้า โดยออกนโยบาย “หากลูกค้าไม่พอใจในสินค้าสามารถเปลี่ยนถ้วยใหม่ได้ ฟรี”  ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สามารถขอเปลี่ยนได้หากยังรับประทานไม่ถึงครึ่งถ้วย และลูกค้าสามารถเลือกได้อีกว่าอยากได้ผงเยอะ หรือผงน้อย เพราะทางร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ มีจุดประสงค์จะทำให้ลูกค้าทุกๆ คนมีช่วงเวลาที่ดีขึ้นในทุกๆครั้งที่เข้ามาที่ร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ โดยร้านโปเตโต้ คอร์เนอร์ เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ บริเวณ ชั้น 3 (ตรงข้าม Eat & Play Zone) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

สำหรับพิธีเปิดได้รับเกียรติจากคุณพรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง เป็นประธานเปิดงาน โดยมีคุณพชร จิราธิวัฒน์ เจ้าของแบรนด์ โปเตโต้ คอร์เนอร์ พร้อมคุณพิมมุก ทวีวัฒน์, คุณปิยวดี ทวีกิจจินดา พร้อมแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน เมื่อเร็วๆนี้

#PotatoCornerAtCentralPlazaLampang #NowOpen
#
โปเตโต้คอร์เนอร#CentralPlazaLampang

กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดตัว “เรดดี้ บู้ท” พร้อมคุณสมบัติเพื่อความฟิตและเฟิร์ม
เจาะกลุ่มชายหนุ่มรุ่นใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ ‘เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์’
ย้ำตำแหน่งเจ้าตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม

  • สูตรใหม่! ผสานคุณประโยชน์จาก ‘แอล-อาร์จินีน’ และ ‘ซิงค์’  มีคุณสมบัติในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ผสมผสานกับน้ำองุ่นและทับทิม ในรสชาติหวานน้อย
  • คว้า “ก๊อต จิรายุ” นักแสดงหนุ่มสุดฮอตเป็นพรีเซนเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ
  • จัดเต็มโปรโมชั่นทุกช่องทาง สร้างสีสันตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม

เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจำหน่าย ‘เรดดี้’ ผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน พรีเมี่ยมสำหรับคนรุ่นใหม่ สร้างสีสันตลาดต่อยอดการเติบโต เปิดตัว “เรดดี้ บู้ท” (Ready Boott) สำหรับชายหนุ่ม คนรุ่นใหม่ที่อยากดูดีอยู่เสมอ เพิ่มคุณประโยชน์จากซิงค์ และแอล-อาร์จินีน ชูคอนเซ็ปต์ ‘เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์’ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนวัยทำงาน ดึงนักแสดงหนุ่มสุดฮอต “ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล” เป็นพรีเซนเตอร์คนล่าสุด พร้อมทุ่มงบ 100 ล้านบาท จัดเต็มแคมเปญสื่อสารการตลาดทุกช่องทางเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้เรดดี้คือรายแรกที่จับกลุ่มเป้าหมาย White Collar หรือกลุ่มคนทำงานออฟฟิศอย่างชัดเจน ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกลุ่มเป้าหมาย

การเปิดตัว เรดดี้ บู้ท ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จในการเปิดตัว เรดดี้ พิงค์ และเรดดี้ แบล็ค ในปีที่แล้ว ที่สร้างการเติบโตให้กับแบรนด์เรดดี้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 20% ทำให้ในปัจจุบัน เรดดี้ เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม และมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 50%

นายสุรชัย จงเลิศวราวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานการขายและการตลาด ประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า “กลุ่มพนักงานออฟฟิศและกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ สามารถขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม ยอดขายแบรนด์เรดดี้ จึงเติบโตมากกว่า 20% (ขณะที่ตลาดเครื่องดื่ม ให้พลังงานระดับพรีเมี่ยมเติบโต 10%) ความท้าทายของเราคือจะต้องเสริมสร้างการเติบโต เราจึงต้องคิดค้นและแนะนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในทุกๆ ด้านให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น รสชาติ คุณประโยชน์ และรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ที่ดูดีดูโดดเด่น เรดดี้ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายรวมของเครื่องดื่ม ให้พลังงานของกลุ่มธุรกิจ TCP เติบโตขึ้นทุกปี การเปิดตัว ‘เรดดี้ บู้ท’ สูตรใหม่ พร้อมพรีเซนเตอร์ใหม่ ในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์เรดดี้ ที่เติบโตสวนทางกับภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน และตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง

เครื่องดื่มเรดดี้ บู้ท เหมาะสำหรับผู้ชายยุคใหม่อายุ 20-34 ปีที่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน แต่ก็ยังใส่ใจ ให้ตนเองดูดีและมีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม อีกทั้งปรับสูตรให้เข้ากับเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันด้วยการ นำเสนอส่วนผสมของแอล-อาร์จีนีน และซิงค์ ที่ช่วยในเรื่องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ในสูตรน้ำตาลน้อย และความหอมจากน้ำองุ่นและทับทิม รสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี

“เราเตรียมงบประมาณด้านการตลาดไว้ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างครบวงจร อาทิ ภาพยนต์โฆษณา สื่อกลางแจ้ง สื่อ ณ จุดขาย โปรโมชั่นในร้านค้า กิจกรรมสุดพิเศษกับพรีเซนเตอร์ และการแจกผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภค ได้ลิ้มลองรสชาติของเรดดี้ บู้ทสูตรใหม่อีกด้วย” นายสุรชัย กล่าวเสริม

“เพื่อขยายฐานไปยังกลุ่มเป้าหมายชายหนุ่มวัยทำงาน ใส่ใจสุขภาพและความฟิตแอนด์เฟิร์ม เราจึงเลือก คุณก๊อต จิรายุ นักแสดงหนุ่มสุดฮอตมากความสามารถมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อนำเสนอจุดเด่นของเรดดี้ บู้ทเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยมที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่แอคทีฟได้ตลอดเวลา ทั้งเรื่องงานและ การดูแลสุขภาพ เนื่องจากคุณก๊อต จิรายุ มีคุณสมบัติครบในการเป็นตัวแทนผู้ชายยุคใหม่มุ่งมั่นจริงจัง ในทุกบทบาท ดูดี พร้อมอวดหุ่นเฟิร์มในทุกสถานการณ์ ตรงกับคอนเซ็ปต์ของผลิตภัณฑ์คือ เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์”  นายสุรชัย กล่าวสรุป

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรดดี้ บู้ทในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน ผลักดันให้ไปสู่เป้าหมายยอดขาย 100,000 ล้านบาท  เพื่อให้กลุ่มธุรกิจ TCP ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทจากเมืองไทยที่น่าจับตาบนเวทีโลก กลุ่มธุรกิจ TCP มั่นใจว่า เรดดี้ บู้ทใหม่ จะช่วยส่งเสริมยอดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยมแบรนด์เรดดี้ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม (ราคาขวดละ 15 บาทขึ้นไป) มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยมีเรดดี้เป็นเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 50% สำหรับยอดขายรวมของแบรนด์เรดดี้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2561 มากกว่า 600 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปี 2561 จะมียอดขายรวมมากกว่า 900 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 15%

“เรดดี้” เครื่องดื่มให้พลังงานพรีเมี่ยม บรรจุอยู่ในขวดขนาด 150 มล. ราคา 15 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ท่านสามารถรับทราบข้อมูลกิจกรรมความเคลื่อนไหวของเครื่องดื่มเรดดี้ และกลุ่มธุรกิจ TCP ได้ที่ www.tcp.com

 

‘เรดดี้ บู้ท พร้อมรุก… ทุกสถานการณ์’

Page Visitor

004898657
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
40699
46079
284765
1608516
426804
1261906
4898657
Your IP: 3.228.21.204
2020-07-11 23:26