01Top_HachiEng

อนันดาฯ จับมือ Shopee เปิดเกมรุก บุกตลาดอีคอมเมิร์ซรายแรก มอบประสบการณ์จองคอนโดและบ้านพร้อมอยู่กับดีลที่ดีที่สุด ตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำการพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าของไทย มุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองในยุคดิจิทัล จับมือ Shopee (ช้อปปี้) ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดประสบการณ์ใหม่แก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยการจองคอนโดใกล้รถไฟฟ้าและบ้านทำเลศักยภาพ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Shopee กับ 12 โครงการ ภายใต้แบรนด์คุณภาพ ไอดีโอ โมบิ  ไอดีโอ /เอลลิโอ / อาร์เด้น และ เอโทล พร้อมโปรโมชั่นที่ดีที่สุด รับส่วนลดสูงสุด 1,900,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อผ่าน Shopee เท่านั้น หวังตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ซื้อขายบนออนไลน์มากขึ้น

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen C นั้นต่างเติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล เรียกได้ว่าอยากรู้ข้อมูลหรือซื้ออะไรก็สามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการผ่านโลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เมื่อพฤติกรรมของคนไทยหันมาซื้อสินค้าบนออนไลน์มากขึ้น จึงทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เติบโตขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บริษัทฯ จึงเล็งเห็นโอกาสในการตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองในยุคดิจิทัลด้วยความเข้าใจและเข้าถึงทุกความต้องการ และตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ โดยจับมือกับ Shopee (ช้อปปี้) ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการนำเสนอคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวพร้อมอยู่บนตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นรายแรก ผ่านแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ Shopee ซึ่งเป็นการขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเพราะเป็นการผสานความแข็งแกร่งของทั้งสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากสองธุรกิจเข้าด้วยกัน เป็นการต่อยอดธุรกิจของสองพันธมิตรเพื่อนำเสนอโซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรเพิ่มเติมให้กับกลุ่มลูกค้าของทั้งสองบริษัทได้มากที่สุด ทั้งนี้ บริษัทฯได้คัดสรรโครงการคอนโดมิเนียม พร้อมอยู่ใกล้รถไฟฟ้า และบ้านพร้อมอยู่ บนทำเลศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ  มานำเสนอกว่า 12 โครงการ ภายใต้แบรนด์ ไอดีโอ โมบิ / ไอดีโอ / เอลลิโอ / อาร์เด้น และ เอโทล ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งทุกครั้งของการเปิดตัวโครงการใหม่ ได้แก่ 1.โครงการไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 66  2.โครงการไอดีโอ โมบิ อโศก 3. โครงการไอดีโอ โมบิ บางซื่อ-แกรนด์อินเตอร์เชนจ์ 4. โครงการไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง-อินเตอร์เชนจ์ 5. โครงการไอดีโอ สุขุมวิท 93  6. โครงการไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่  7. โครงการไอดีโอ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์  8. โครงการไอดีโอ โอทู  9. โครงการเอลลิโอ เดล มอสส์  10.โครงการเอโทล วงแหวน-ลำลูกกา 11.โครงการเอโทล บาหลีบีช อ่อนนุช – ลาดกระบัง และ 12. โครงการอาร์เด้น พัฒนาการ นอกจากนี้ยังมอบโปรโมชั่นและดีลที่ดีที่สุด!! Ananda Deals Day 3-10 มี.ค.นี้ เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่จองคอนโดและบ้านพร้อมอยู่ ผ่านแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น รับสิทธิ์จองเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท รับส่วนลดสูงสุด 1,900,000 บาท รับ Shopee Coin 3,000 coins/ยูนิต พร้อมรับสิทธิ์ผ่อน 0 บาท อยู่ฟรีสองปี   *(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

คุณอากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ในฐานะแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เจ้าแรกบนช้อปปี้ มอลล์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ช้อปปี้สามารถเข้าถึงสิทธิ์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ได้ผ่านทางแพลทฟอร์มอีคอมเมิรซ์ของเรา ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เรามีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจออฟไลน์ดั้งเดิม เพื่อต่อยอดธุรกิจในช่องทางออนไลน์ ต่อจากนี้ไปเราจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อนำเสนอดีลเอ็กซ์คลูซีฟและกิจกรรมพิเศษ ในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย”

สำหรับขั้นตอนการเข้าไปเลือกซื้อคอนโดมิเนียมและบ้านพร้อมอยู่ จากอนันดาฯ ผ่าน Shopee เพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ

  1. เลือกยูนิต ที่สนใจผ่าน Ananda Development Shopee Mall ได้ทั้ง website และ application Shopee
  2. กรอกข้อมูลส่วนตัวและเลือกช่องทางการชำระเงิน  และ
  3. รับอีเมลล์ยืนยันการจอง

Shopee (ช้อปปี้) ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เป็นแพลทฟอร์มที่ออกแบบขึ้นเพื่อชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยระบบการชำระเงิน และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นเรื่องสะดวก ปลอดภัย และไร้ความยุ่งยาก สามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้ทุกกลุ่ม ปัจจุบัน ช้อปปี้เข้าถึงผู้ใช้งาน ทั่วประเทศไทยด้วยยอดดาวน์โหลดมากกว่า 29 ล้านครั้ง

“บริษัทฯ มั่นใจว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ในการเดินหน้าเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างเข้าใจและเข้าถึงครอบคลุมทุกช่องทาง” คุณชานนท์กล่าว

พบดีลและโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ผ่านทางร้านค้าออฟฟิเชียลของอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ บนช้อปปี้ มอลล์ที่ https://shopee.co.th/ananda_development_official. ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ananda.co.th

เอพี ไทยแลนด์ รุกธุรกิจอสังหาฯ ปี 62 บุกทุกเซ็กเมนต์ ชูธุรกิจขาย-เช่า-บริหารจัดการ มุ่งสู่เป้ารายได้ 35,900 ล้านบาท

  • ขับเคลื่อนธุรกิจครั้งใหญ่ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ตอกย้ำวิสัยทัศน์ ‘AP WORLD’ การส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดี
  • รุกเปิดตัว 39 โครงการใหม่ มูลค่ารวมสูงสุด 56,800 ล้านบาท - คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท
  • ประเดิมไตรมาสแรกด้วย ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ คอนโดฯ ใจกลางเมือง ที่เติมเต็มทุกสัมผัสของคำว่าบ้าน เพียง 2 นาที จากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัย
  • ประกาศปิดปี’ 61 ด้วยการสร้างสถิติครั้งใหม่ รายได้รวม (100%JV) สูงสุดในประวัติการณ์ โตสวนกระแสกว่า 30% ที่ 38,020 ล้านบาท

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย ประกาศโตสวนกระแสกว่า 30% ด้วยสถิติการรับรู้รายได้ (รวม 100%JV) ปี 61  สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 38,020 ล้านบาท รวมทั้งความสำเร็จสวนภาพรวมตลาดจากยอดขายรวม อยู่ที่ 41,298 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายถึง 104% พร้อมเดินหน้าประกาศแผนธุรกิจอสังหาฯ ปี 62 มุ่งสู่เป้ายอดขายที่ 41,800 ล้านบาท และเป้ารายได้รวมที่ 35,900 ล้านบาท (รวม 100%JV) ด้วยการรุกตลาดเปิดขายอสังหาริมทรัพย์ครบทั้ง 9 แบรนด์ในพอร์ทโฟลิโอ รวม 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท พร้อมต่อยอดความแข็งแกร่งของ BC และ SMART สู่การเป็นเบอร์ 1 ภายใต้วิสัยทัศน์ AP WORLD การสร้างสรรค์ โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมนำพาเอพีก้าวเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีสินค้าและบริการคุณภาพครอบคลุมทุกความต้องการเชิงลึกของตลาดอย่างแท้จริง

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ 

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ใหญ่ขององค์กร AP WORLD ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการสร้างพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์ไปด้วยระบบนิเวศ (Eco System) ที่เอพีพัฒนาขึ้น ผ่านการขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ธุรกิจนอกอสังหาริมทรัพย์แล้ว เอพียังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเราอย่างไม่หยุดยั้ง ปีนี้เอพีได้วางกลยุทธ์ในการดำเนินงาน 4 มิติหลัก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และความมั่นใจว่าสินค้า และบริการของเอพีจะตอกย้ำวิสัยทัศน์การส่งมอบโลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นได้จริง”

กลยุทธ์ในการดำเนินงาน 4 มิติสู่ความสำเร็จของเอพี (ไทยแลนด์) ในปี 2562 ได้แก่ 

  1. เปิดตัวโครงการครบ 9 แบรนด์ ในทุกเซ็กเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีสินค้าครอบคลุม ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยในปีนี้เอพีเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท เป็นคอนโด 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท (เป็นคอนโดร่วมทุน 3 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท) และแนวราบ 34 โครงการ มูลค่ารวม 34,400 ล้านบาท (แบ่งเป็นทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 16,780 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่า 17,620 ล้านบาท)
  2. สร้างความแตกต่างด้วยสินค้าที่ตอบความต้องการของคนทุกช่วงชีวิต ด้วยเล็งเห็นถึงรูปแบบครอบครัว (Family Pattern) ที่มีความหลากหลาย และต่างไปจากเดิม เอพีจึงออกแบบและจัดวางพื้นที่ในตัวบ้าน และพื้นที่ส่วนกลางให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัวคนรุ่นใหม่ รองรับการอยู่อาศัยของคนหลากหลายรุ่น ผ่าน 3 แนวคิดสำคัญในการออกแบบ ได้แก่ (1) SPACE TRANSFORMATION – ออกแบบให้พื้นที่ในทุกๆ ตารางนิ้วสอดคล้องกับการใช้งานจริงทั้งในวันนี้และในอนาคต (2) HUMAN CONNECTION – สร้างสรรค์ระบบนิเวศที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยทุกวัยเชื่อมต่อกันได้ในสังคมของเอพี และสังคมรอบข้างอย่างมีคุณภาพ และ (3) LIFE-LONG COMMUNITY – การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ช่วยยกระดับให้โครงการของเอพีมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และอำนวยความสะดวกเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยของลูกบ้านในเครือ ได้อย่างยั่งยืน
  3. ผสานกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท ยกระดับคุณภาพคอนโดมิเนียมในเครือเอพีอย่างต่อเนื่อง ด้วย ‘AI BIM’ (Artificial Intelligence Building Information Modeling) เทคโนโลยีการออกแบบงานก่อสร้างอาคารสูงอัจฉริยะ 7 มิติ ที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในทุกกระบวนการทำงาน และมีจุดเด่นในด้านการบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกในที่พักอาศัย (Facility Management) หลังจากส่งมอบโครงการ โดยในปี 2562 นี้ เอพีได้นำเทคโนโลยี ‘AI BIM’ มาใช้แบบครบวงจรในการพัฒนาคอนโดฯ แบบ High-Rise ทุกโครงการ
  4. ต่อยอดความแข็งแกร่งของ BC และ SMART ช่วยให้เอพีก้าวไปสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร (Total Solution Community Developer) โดยในปีนี้ 'บีซี' (BC) ซึ่งเป็นบริษัท Property Agent อันดับ 1 ของไทย พร้อมรุกต่อในตลาดที่เป็นเมืองรองในต่างประเทศ อาทิ คุนหมิง หนานจิง ซีอานในจีน และโอซาก้า ฟุกุโอกะในญี่ปุ่น หลังประสบความสำเร็จในเมืองหลัก เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และอีกหลายเมืองในประเทศจีน และญี่ปุ่นมาแล้ว นอกจากนี้ 'สมาร์ท' (SMART) บริษัท Property Management เตรียมเปิดตัว SMART PLATFORM ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตและประสบการณ์การอยู่อาศัยของกว่า 55,000 ครัวเรือน ในกว่า 200 โครงการ ที่ไม่ใช่เฉพาะในเครือของเอพี ภายในไตรมาส 3

นายวิทการ เปิดเผยแผนการพัฒนาคอนโดมิเนียมปี 2562 ว่า “เอพีมุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนเมืองที่มองหาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ในราคาที่คุ้มค่าจับต้องได้ในทุกเซ็กเมนต์ โดยในปีนี้ เอพีเตรียมเปิดตัว 5 คอนโดมิเนียมใหม่ รวมมูลค่า 22,400 ล้านบาท ภายใต้ 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่  ASPIRE ใน  2 ทำเล ได้แก่ สุขุมวิท – อ่อนนุช และอโศก – รัชดา ที่เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่/คนทำงาน โดยมีโครงการร่วมทุนระหว่าง เอพีและมิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัท ในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป - MECG) รวมทั้งสิ้น 3 โครงการ มูลค่า 18,300 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ THE ADDRESS,  RHYTHM, และ LIFE”

นายวิทการ กล่าวเสริมว่า “ไฮไลท์สำคัญของไตรมาสแรก คือ การเปิดตัว ‘RHYTHM เอกมัย เอสเตท’ คอนโดในกลุ่ม Upper High-End บนทำเลเอกมัยเชื่อมต่อทองหล่อ มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท จำนวน 303 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท (เฉลี่ย 210,000 ล้านบาท / ตร.ม.) โดดเด่นด้วยการจัดวางโครงสร้างอาคารรูปแบบใหม่ เพื่อส่งมอบมิติใหม่ของการใช้ชีวิตแนวสูงที่ไม่ต่างจากการพักอาศัยในบ้าน พร้อมไฮไลท์การออกแบบ Multi-Storey & Floating Lobby 7 ชั้น ครั้งแรกในประเทศไทยที่เปิดมุมมองสู่ Outdoor Terrace การดีไซน์พื้นที่สีเขียวรวมต้นไม้ใหญ่เดิม และพื้นที่ส่วนกลางกว่า 4,800 ตารางเมตรและครั้งแรกกับ Sky Villa ยูนิตพิเศษพร้อมทางเข้าผ่านสวนส่วนตัว โดยจะเปิดจองรอบพิเศษครั้งแรกที่งาน Vertical World ชั้น 1 แฟชั่นฮอลล์ สยามพารากอน วันที่ 21-24 มีนาคมนี้”

นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจแนวราบ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ด้านแผนพัฒนาโครงการแนวราบ นายภมร ประเสริฐสรรค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจแนวราบ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2561 ที่ผ่านมา สินค้าแนวราบของเอพี ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะสินค้าบ้านเดี่ยวของเรามีรายได้เติบโตขึ้นถึง 80% ในขณะเดียวกันสินค้าทาวน์โฮมแบรนด์ บ้านกลางเมือง ยังคงรักษาความเป็นเบอร์ 1 ไฮเอนด์ทาวน์โฮมในเมือง ที่สร้างมูลค่ายอดขายอันดับที่ 1 นั่นเป็นเพราะผลลัพธ์จากกระบวนการทำ Design Thinking อย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 ปี เพื่อหาคำตอบที่แท้จริงของจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญว่า อะไรคือคุณภาพชีวิตที่คนไทยต้องการ โดยเราพบว่าที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่กว้างขวางเกินไป และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเปล่าประโยชน์ และไม่คุ้มค่า ฉะนั้น ‘ที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่’ อาจไม่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่คนไทยต้องการในทุกโลเคชั่น เราจึงมุ่งเน้นพัฒนาให้บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมทุกแบรนด์ในเครือเอพีมีแบบบ้านโมเดลใหม่ที่หลากหลาย รวมถึงการนำเสนอสเปซฟังก์ชั่นที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้สามารถยืดหยุ่นต่อการใช้งานในวันนี้ และในอนาคต สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน

“เพื่อรักษาความไว้วางใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างถึงที่สุด เอพีจึงออกแบบบ้านให้สอดรับกับความต้องการเหล่านั้น เน้นการนำนวัตกรรมทางความคิดในการออกแบบที่อยู่อาศัย 3 ข้อมาใช้ให้เกิดเป็น ‘บ้านกลางเมืองและพลีโน่ โมเดลใหม่ปี 2019’ ที่โดดเด่นตั้งแต่การดีไซน์สถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน ตอบสนองความเป็นปัจเจกของแต่ละครอบครัว รวมทั้งการปรับพื้นที่ใช้สอยภายในใหม่ทั้งหมด ทั้งสเปซฟังก์ชั่นที่รองรับการอยู่ร่วมกันของครอบครัวใหญ่ 2-3 เจนเนอร์เรชั่น ทุกตารางนิ้วสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้แบบเต็มพื้นที่ จัดวางพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กเข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อเพิ่มความร่มรื่น โดยที่ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเสียเวลามากในการดูแล โฟกัสทำเลศักยภาพ ใจกลางเมือง พร้อมแพ็คเกจราคาขายที่จับต้องได้ โดยเตรียมเปิดตัว บ้านกลางเมือง ไฮเอนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้น และพลีโน่ พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 2 ชั้น โมเดลใหม่ปี 2019 เร็วๆ นี้” นายภมร กล่าว

“และในส่วนของการเสริมแกร่งสินค้าบ้านเดี่ยวทุกแบรนด์ในเครือเอพี อาทิ THE PALAZZO, THE CITY และ CENTRO ตอกย้ำการเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค นอกจากการนำเสนอนวัตกรรมสเปซที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในทุกความต้องการของทุกช่วงชีวิตแล้ว ในปีนี้เราได้นำร่องยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrasturcture) ในพื้นที่ส่วนกลาง โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ภายใต้คีย์สำคัญ คือ เน้นประโยชน์ ที่แท้จริงและการคืนกลับที่ยั่งยืนในการใช้ชีวิตของลูกบ้าน อาทิ เทคโนโลยี Solar Cell การผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง และ Water Recycle System ระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ในพื้นที่สวนของโครงการ เป็นต้น หรือการนำร่องใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพของโครงการของเรา” นายภมร กล่าวเสริม

“ในปี 2562 นี้ เอพีพร้อมรุกตลาดแนวราบในทุกทำเล ภายใต้พันธกิจสำคัญในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านเอพีอย่างแท้จริง ด้วยแผนการพัฒนาโครงการใหม่ถึง 34 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 34,400 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่า 17,620 ล้านบาท ทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 16,780 ล้านบาท ซึ่งการรุกตลาดแนวราบนั้นจะขยายทำเลให้ครอบคลุมทุกทำเล เช่น ย่านดอนเมือง วัชรพล พหลโยธิน สวนหลวง ราชพฤกษ์ บางใหญ่ สวนผัก อ่อนนุช พระราม 2 สายไหม เป็นต้น บนทำเลที่ติดถนนใหญ่และเป็น Multiple Connect ที่เชื่อมต่อทางลัด ทางด่วน หรือระบบขนส่งขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยการลดเวลาที่ใช้ไปกับการเดินทาง” นายภมร กล่าวสรุป

สรุปแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2562 เอพี เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 39 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย 41,800 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 35,900 ล้านบาท (100%JV) ในครึ่งปีแรกเอพีเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 21 โครงการ มูลค่า 30,440 ล้านบาท แนวราบ 17 โครงการ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 6 โครงการ และทาวน์โฮม 11 โครงการ มูลค่ารวม 16,840 ล้านบาท และ 4 คอนโดมิเนียมใหม่ ได้แก่ ASPIRE สุขุมวิท – อ่อนนุช มูลค่า 1,600 ล้านบาท ASPIRE อโศก – รัชดา มูลค่า 2,500 ล้านบาท RHYTHM เอกมัย เอสเตท มูลค่า 3,200 ล้านบาท (โครงการร่วมทุน) และ LIFE สาทร Sierra มูลค่าโครงการ 6,300 ล้านบาท (โครงการร่วมทุน)

ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 บริษัทฯ มีสินค้ารอรับรู้รายได้รวมโครงการร่วมทุน (Backlog) มูลค่ามากถึง 50,025 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 7,935 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียม (100%JV) มูลค่า 42,090 ล้านบาท (แบ่งเป็นคอนโดเอพี มูลค่า 2,310 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ทั้งหมดในปีนี้ และเป็นโครงการร่วมทุน มูลค่า 39,780 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2562 ประมาณ 7,569 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566)

“เอพี (ไทยแลนด์) กล้าที่จะแตกต่าง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย”

ผู้เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในวงการอสังหาฯ “ยงยุทธ” Disrupt วงการ ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิม

ตั้งบริษัทสโคป บุกเบิกบริษัทรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ที่เชี่ยวชาญการสร้างที่อยู่อาศัยระดับอินเตอร์เนชั่นแนลพรีเมี่ยมโดยเฉพาะ จับลูกค้ากลุ่มใหม่ซึ่งเป็นนักท่องโลกที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงสุด ในทุกมิติของการออกแบบ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้วัสดุที่ดูหรูหรา

ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งคร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการที่พักอาศัยชื่อดังในประเทศไทยมากมาย ประกาศตั้ง “สโคป” บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยที่มา Disrupt วงการ ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิมที่เคยมีมา ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมี่ยมมาตรฐานระดับโลกโดยเฉพาะ

สโคปจะเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยโครงการแรกในเดือนมิถุนายน 2562 และจะเปิดตัวอีกสองโครงการในอีก 12 เดือนถัดไป คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกันทั้งสิ้น 11,200 ล้านบาท  

การก่อตั้งบริษัทสโคปเป็นการบุกเบิกกลุ่มลูกค้าใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของประเทศไทยที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง โดยสโคปจะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่มีการจัดโครงสร้างองค์กรแบบพิเศษซึ่งแตกต่างไปจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ทั้งนี้เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความต้องการต่างไปจากเดิม

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด 

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด กล่าวว่า “สโคปเป็น บริษัทที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเจาะจงในเรื่องการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนที่เติบโตในยุคอินเตอร์เน็ต ยุคที่เราสามารถเห็นและเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เป็นสุดยอดบนโลกใบนี้ได้อย่างง่ายดายผ่านทางเว็บไซต์ หรือเป็นกลุ่มคนที่เดินทางมามาก และได้เห็นมาหมด เป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการแต่สิ่งที่ดีที่สุด เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรสนิยมดีระดับมาตรฐานสากล และเป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์และคุณภาพการก่อสร้างในมาตรฐานระดับเดียวกันกับที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพดีที่สุดในนิวยอร์คหรือลอนดอน”

นายยงยุทธ กล่าวว่า มาตรฐานและความคาดหวังของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับ Disruptor ที่เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเฉพาะทาง 

นายยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่ว่าจะสร้างบ้าน รถยนต์ หรือทำกระเป๋าถือก็ตาม หากเป็นกลุ่มคุณภาพระดับสูงสุด จะต้องมีรูปแบบองค์กรและรูปแบบทางธุรกิจแตกต่างไปจากองค์กรแบบเดิมทั่วไปที่ทำงานตอบสนองหลายกลุ่มหลายระดับ จึงจะสามารถส่งมอบมาตรฐานระดับสูงสุดได้”

“วิธีการคิดคำนวณต้นทุนต้องแตกต่าง แนวคิดของแผนกจัดซื้อก็ต้องแตกต่าง เช่นเดียวกับระยะเวลาในการออกแบบและแนวคิดในการพัฒนาโครงการ เครือข่ายซัพพลายเออร์และคุณสมบัติของผู้รับเหมา รวมทั้งการฝึกอบรมพนักงานให้ใช้เวลาและใส่ใจกับทุกรายละเอียด และไม่ยอมรับกับความไม่สมบูรณ์แบบใดๆ ก็ตาม ก็จะต้องแตกต่างไปจากเดิมด้วย” นายยงยุทธ กล่าว

เรากำลังบุกเบิกเปิดตลาดใหม่สำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเฉพาะทาง เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงสุดระดับสากล โดยอาศัยรูปแบบการทำธุรกิจ ที่ไม่เหมือนใคร มีโครงสร้างองค์กรที่แตกต่างไปจากแบบแผนเดิมในบริษัททั่วไป ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สามารถยกระดับมาตรฐานของการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยให้สูงยิ่งขึ้น และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น” นายยงยุทธ กล่าว

“ทุกวันนี้ ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ลูกค้ากลุ่มใหม่นี้ไม่ได้มองความหรูหราว่าเป็นเรื่องของการใช้วัสดุแพงๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ลูกค้ากลุ่มนี้จะมองว่าความหรูหราเป็นเรื่อง ‘คุณภาพของกระบวนการความคิด’ ที่ใส่เข้าไปในขั้นตอนการออกแบบที่ยอดเยี่ยม และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม สำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ ความหรูหราจึงไม่ได้หมายถึงก๊อกน้ำทองคำ หรือที่จับประตูทองคำ แต่สิ่งที่พวกเขามองหาคือสุดยอดดีไซน์ ความเรียบง่ายที่โอ่โถงสะอาดตา ประโยชน์ใช้สอย รสนิยมที่ดี และการใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างสูงสุด เพื่อมุ่งให้เป็นบ้านที่ทำให้ทุกวันของผู้อยู่อาศัยมีความสุขมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่สโคปทุ่มงบประมาณไปที่เรื่องการออกแบบจนมากกว่าเป็นเท่าตัว หากเปรียบเทียบกับสัดส่วนงบประมาณสำหรับงานออกแบบ ที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ทั่วไปในวงการ จัดสรรไว้สำหรับแต่ละโครงการ” 

นายยงยุทธ กล่าวว่า สโคปได้จับมือกับที่ปรึกษาที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมาจากทั้งโคเปนเฮเกน นิวยอร์ค ลอนดอน และมิลาน เป็นต้น

“และแนวทางในการออกแบบอาคารของเรา ยังไม่ยึดติดบรรทัดฐานเดิมๆ อีกด้วย” นายยงยุทธ กล่าว

“ที่สโคป ทุกแผนกจะต้องมานั่งทำงานด้วยกันเพื่อระดมความคิดหาวิธีการที่ดีที่สุดร่วมกัน แทนที่จะให้หลายๆ แผนกต่างคนต่างทำงานแยกกัน ซึ่งรวมถึงแม้แต่ซีอีโอของบริษัท ก็นั่งร่วมประชุมวางผังและออกแบบด้วย และที่สโคป ทีมงานจะทำงานออกมาทีละหนึ่งโครงการเท่านั้น เพื่อให้สามารถทุ่มเทเวลาและความใส่ใจทั้งหมดให้กับทุกรายละเอียดของโครงการนั้นได้อย่างเต็มที่ แทนที่จะทำหลายๆ โครงการพร้อมกัน” นายยงยุทธ กล่าว

นอกจากนี้ สโคปยังมีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่บริหารอาคารที่บริษัทสร้างขึ้น ให้ยาวนานเป็น 10 ปี

“เราจะให้บริการเรื่องบริหารอาคาร โดยจัดสรรหน่วยงานภายในของบริษัทสโคปเองเป็นผู้ทำหน้าที่ดังกล่าว แทนที่จะใช้วิธีการตั้งบริษัทแยกออกมาใหม่ที่มุ่งหวังผลกำไรให้เป็นผู้ทำหน้าที่นั้น เหมือนอย่างในรูปแบบธุรกิจปกติทั่วไป เพราะเราเชื่อว่าการตั้งโครงสร้างแบบที่เรากำลังทำอยู่นี้ ทำให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับอินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมี่ยม ได้ดีกว่า” นายยงยุทธ กล่าว

นายยงยุทธ ประเมินว่า “มีความต้องการคอนโดมิเนียมมาตรฐาน ‘อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมี่ยม’ ประมาณ 6,500 ยูนิตต่อปี ในทุกระดับราคา ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 90,000 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับบริษัทสโคป คาดการณ์ว่าลูกค้าของสโคปจะเป็นคนไทยรุ่นใหม่ผู้มีฐานะและรสนิยมที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ประมาณ 80% และเป็นชาวต่างชาติผู้มองหาที่พักอาศัยคุณภาพระดับอินเตอร์เนชั่นแนลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ประมาณ 20%”

นายยงยุทธ คาดการณ์ว่า ตลาดคอนโดมิเนียมคุณภาพระดับสูงสุดในประเทศไทย จะมีมูลค่าถึงประมาณ 78,500 ล้านบาท ในปี 2562 และ “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ราคาคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพสูงสุดในทำเลที่ดีที่สุดในเขตกรุงเทพฯ น่าจะสูงถึง 800,000 บาทต่อตารางเมตร”

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีประสบการณ์และเป็นที่ยอมรับสูงสุดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ผู้มีแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยมากมาย เป็นผู้บริหารโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายระดับและหลากหลายประเภทกว่า 90 โครงการ รวมทั้งเคยเป็นหุ้นส่วนและที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น บมจ. เอสซี แอสเสท บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และ บมจ. พฤกษา

นายยงยุทธ ก่อตั้งบริษัทสโคปขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนจาก บมจ. เอสซี แอสเสท ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุดห้าอันดับแรกของประเทศไทย มาร่วมก่อตั้งบริษัทสโคป “เพื่อให้ สโคปมีความมั่นคงทางการเงินสูงสุดสำหรับการทำโครงการที่ดีที่สุดออกมาเสมอ”

“เอสซี แอสเสท กับผมมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เราจึงจับมือกันก่อตั้งบริษัทสโคปขึ้น” นายยงยุทธ กล่าว

โครงการแรกของสโคปจะสร้างขึ้นบนที่ดินทำเลทองใจกลางเมืองขนาด 2 ไร่บนถนนหลังสวน ซึ่งมูลค่าที่ดินในปัจจุบันสูงกว่า 3 ล้านบาทต่อตารางวา โดยมีมูลค่ารวมของโครงการอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท และก่อนสิ้นปี 2563 สโคปมีแผนจะเปิดตัวอีก 2 โครงการที่ย่านทองหล่อและถนนสุขุมวิท

“ALL” สร้างมิติใหม่ ทาวน์โฮม เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ ส่งซิกข่าวดีก่อนเข้า mai ประกาศศักดา เปิดขายวันเดียว ทะลุเป้า 100%

บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เดินหน้าตอกย้ำ วิสัยทัศน์ ความเป็น  developer  คนรุ่นใหม่ ภายใต้ แนวคิด "Class of Living " ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง  ล่าสุด  ประกาศฉีก ทาวน์โฮม รูปแบบเดิมๆ  สู่การสร้างทาวน์โฮม ในมิติใหม่ “เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์" ที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกฟังก์ชั่นที่ทันสมัย  พร้อมส่งซิกข่าวดี ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ขอประกาศศักดา ความสำเร็จ หลังเปิดขายภายในวันเดียว กวาดยอดขายทะลุเป้า 100%  

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ ALL ได้เปิดจอง โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ ภายในงาน VVIP Day ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่บริษัทฯได้คาดการณ์ไว้  โดยเห็นได้จากยอดจองที่เข้ามา กว่า 100% ซึ่งเป็นยอดจอง 100 หลัง โดยความสำเร็จดังกล่าว ถือเป็นการนิมิตรหมายที่ดีก่อนที่ ALL จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เนื่องจากเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพ และการมุ่งเน้น ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ของALL เพื่อยกระดับและตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ ในทุกๆฟังก์ชั่นที่ทันสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ แนวคิด "Class of Living " ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง   

โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่ถือเป็นการสร้างมิติที่อยู่อาศัย ในรูปแบบทาวน์โฮมใหม่ๆ โดยฉีกทุกกฎของทาวน์โฮม ในรูปแบบเดิมๆ กับถนนซอยโครงการกว้าง 12 เมตร และนำฟังก์ชั่นทันที่สมัย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ ซึ่งชูความโดดเด่นภายใต้แนวคิด “XL สเปซ XL ความสุข” สามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง (XL Urban Life)   

“สาเหตุที่ยอดจอง ทะลุ 100 % หลังจากที่เปิดให้จองตั้งแต่วันแรก เนื่องจากการออกแบบ ที่อยู่อาศัย ของ ALL  ในโครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ รวมถึงโครงการอื่นๆ สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของที่อยู่อาศัย ได้ครบ 360 องศา ดังนั้นในทุกๆโครงการที่เราเปิดให้จองซื้อในวันแรก มักจะได้ผลตอบรับเกินเป้าหมายที่บริษัทฯวางไว้ ซึ่งนั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ ALL ที่เราพยายามมุ่งสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เพื่อหวังตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นฟังก์ชั่น การใช้งานการออกแบบที่ทันสมัย มุ่งเน้นให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้จริง ภายใต้การออกแบบบนพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

อย่างไรก็ตาม โครงการเดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ ตั้งอยู่ในซอยนวมินทร์ 85 บนทำเลการเดินทางที่สะดวกสบาย ใกล้ทางด่วน รามอินทรา – อาจณรงค์และวงแหวนกาญจนาภิเษก ถูกออกแบบ พื้นที่ใช้สอยในบ้านเทียบเท่าบ้านเดี่ยวสูงสุด 220 ตารางเมตร รวมถึงยังออกแบบห้องผู้สูงอายุ ชั้น 1 พร้อมหน้าต่างขนาดกว้างพิเศษ  สามารถรับลมและแสงแดดยามเช้า ส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่มีสวนสาธารณะ คลับเฮ้าส์ ฟิตเนส และสระว่ายน้ำระบบเกลือ ยาวขนาด 30 เมตร ด้วยถนนภายในโครงการกว้าง 12 เมตร   ซึ่งการตอบโจทย์ของโครงการที่อยู่อาศัยดังกล่าว การความคุ้มค่าที่ครบทุกฟังก์ชั่น จึงเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจของกลุ่มลูกค้า ที่เข้ามาจองซื้อ  

พฤกษา ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เลือกใช้ ปูนซีเมนต์ “อินทรีเพชร Easy Flow” ปูนซีเมนต์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตทแวลู และนายธีรเดช เกิดสำอางค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายศิวะ มหาสันทนะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายมนตรี นิธิกุล รองประธานอาวุโส สายงานการตลาดและงานขาย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) โดยพฤกษาเลือกใช้ ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก (Hydraulic Cement) ประเภท GU ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก. 2594-2556  ที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต โดยพฤกษาจะนำไปใช้ในงานสร้างถนนของโครงการและที่จอดรถหน้าบ้าน  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม และลดโลกร้อน จึงมีแผนจะใช้ปูนซีเมนต์ดังกล่าวในโครงการของพฤกษา ซึ่งปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาโครงการนี้ เทียบเคียงได้กับปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการปลูกต้นไม้ทดแทนถึง 210,000 ต้น   

Page Visitor

025496842
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
4470
62857
182758
182758
1709768
25496842
Your IP: 18.204.48.64
2021-08-04 01:32