01Top_HachiEng

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” นำธงเบิกฤกษ์เขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ. เชียงราย
เนรมิตพื้นที่ 3,139 ไร่ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเป็น “เมืองแห่งความสุข” (The City of Harmonious Living)

ตฤณ นครา ทุ่มงบ 4 หมื่นล้าน นำธงนักลงทุนนานาชาติผุดโปรเจ็คยักษ์ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เนรมิตพื้นที่ กว่า 3,139ไร่ พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งความสุข” (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดัน     ให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สังคม การลงทุน จ.เชียงรายอย่างยั่งยืน

นายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า เชียงแสนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางยุทธศาสตร์สูงในหลากหลายมิติ จากที่รัฐบาลได้กําหนดให้จังหวัดเชียงรายคือหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ประกอบกับแผนพัฒนาจังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย 4.0” หรือ Tourism Innovation Thailand 4.0 ที่มุ่งสนับสนุนให้เชียงรายเป็น “เมืองแห่งการค้าการลงทุน การเกษตรและการท่องเที่ยว รุ่งเรืองด้วยวัฒนธรรมล้านนาประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข” บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสเพราะการเปิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสนเป็นการขยายโอกาสให้เด่นชัดขึ้น เนื่องจากเชียงแสนมีที่ตั้ง ณ จุดยุทธศาสตร์ของแนวรอยต่อพรมแดน 3 ประเทศ ทั้งตั้งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของแนวเขตระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) ซึ่งมีการพัฒนาโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงด้านการคมนาคม เพื่อความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศจากประเทศจีนทางตอนใต้สู่ประเทศไทยผ่านเมียนมา และ สปป.ลาว ดังนั้น การยกระดับทั้งสามอำเภอของเชียงรายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาครัฐฯ ก็มีการเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัว (Infrastructure & facilities) ไว้หลายด้านทั้งด้านการคมนาคมเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อด้านการขนส่งนานาชาติในระดับภูมิภาค ด้านสิทธิประโยชน์ในด้านการลงทุน การเงิน และศุลกากร”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของตฤณ นคราฯ ได้เผยเพิ่มเติมถึงศักยภาพด้านอื่นๆของเชียงแสนว่า “เชียงแสนตั้งอยู่ในแนวรอยต่อดินแดนของ 3 อารยธรรมที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน ได้แก่ ประเทศไทย เมียนมา และสปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีอารยธรรมชนเผ่าที่หลากหลายที่สุดของภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังมีธรรมชาติและภูมิประเทศที่สวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ผู้คนเป็นมิตร อีกทั้งมีแม่นํ้าโขงไหลผ่านอำเภอเชียงแสนแล้ว และเนื่องจากเคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโยนกซึ่งเป็นยุคแรกของประวัติศาตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทย เชียงแสนจึงยังมีความโดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ มีมรดกทางโบราณสถานและวัฒนธรรมที่งดงาม ทำให้เชียงแสนวันนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยังบริสุทธิ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติมองเห็นความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจด้านการลงทุน”

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุน ฮ่องกง-จีน สหรัฐอเมริกา เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยโครงการฯ จะตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3,139 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตําบล คือ ต.เวียงนอก ต.ป่าสัก และตำบลโยนก ของอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 40,000 ล้านบาท ด้วยจุดเด่น 5 มิติ คือ  1) Synergy ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและชุมชน  2) Economic Drive การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สร้างการขยายตัวของ GDP และสร้างงานเพื่อการเชื่อมโยงและต่อยอดนวัตกรรมอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ  3) Ecology การให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมในทุกๆด้าน  4) Innovation การนำนวัตกรรมที่หลากหลายทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม  5) Smart Tourism การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งอนาคตมาตรฐานสากลที่ครบวงจรทั้งสถานที่ ความเชี่ยวชาญ แหล่งความรู้ และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ภายในโครงการฯ แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย ที่พักตากอากาศที่กลมกลืนกับธรรมชาติในมาตรฐานการบริการระดับห้าถึงเจ็ดดาว ศูนย์สุขภาพระดับโลก คอนโดมีเนียมและที่พักอาศัย ศูนย์การค้าระดับพรีเมียม ร้านสินค้าที่ระลึก ศูนย์การประชุมนานาชาติ ศูนย์กระจายสินค้า OTOP พื้นที่เกษตรกรรมเชิงท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บริการการท่องเที่ยวนวัตกรรมเชิงการแพทย์ โดยในแต่ละโซนได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยนวัตกรรมการออกแบบและก่อสร้างที่ทันสมัย แต่ยังคงรักษาแนวคิดอันเป็นรากเหง้าสังคม และวัฒนธรรมของพื้นที่ รวมทั้งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้โครงการกับพื้นที่เดิมอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนและสวยงาม โดยมี SPAN Consultants Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการออกแบบอาคารวางผังเมืองเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง

นอกจากนี้ ภายในโครงการฯ ยังจะมีการก่อสร้าง เสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก (Thailand World Tallest Flag Pole) ด้วยความสูง 189 เมตร และเพื่อสร้างให้เชียงแสนเป็นพื้นที่ปักหมุดแห่งใหม่ และเป็นที่จดจําในระดับโลก ติดตั้งธงชาติไทยผืนใหญ่ขนาด 60x40 เมตร กว้างเท่ากับสนามฟุตซอล 1 สนาม สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งจะดำเนินการโดยบริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ต จํากัด (Trident Support LLC) ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเสาธงชาติสูงซึ่งเป็นแลนมาร์คมาแล้วทั่วโลก 7 แห่ง และเสาธงที่จะสร้างขึ้นนี้จะได้รับ การบันทึกลงใน Guinness World Records อีกด้วย ส่งผลทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างการรับรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเชียงแสนและเชียงรายได้เป็นอย่างดี โดยโครงการจะใช้เวลาดำเนินการนาน 1 ปี

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตฤณ นคราฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงเจตนารมณ์และแนวคิดโครงการว่า “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ลเป็นการลงทุนที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของอำเภอเชียงแสน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเข้าใจในชุมชน และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การเกิด ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล จะสร้างงานให้เกิดการกระจายรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่แรงงานไปจนถึงระดับเจ้าหน้าที่บริการและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากถึงกว่า 10,000 อัตรา ซึ่งโครงการฯ จะมีการทำความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐฯ และสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างบุคคลากรและยกระดับมาตรฐานทรัพยากรมนุษย์ ให้สอดคล้องความต้องการของสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในโครงการฯ จึงเป็นโอกาสที่จะดึงให้มีชาวเชียงแสน หรือชาวเชียงรายที่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานนอกพื้นที่มีโอกาสย้ายกลับสู่ภูมิลำเนา ซึ่งเป็นการช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานของบุคคลากรคุณภาพ”

“โครงการ “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” จึงเป็นมากกว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดยักษ์ ในรูปแบบ One Stop Service City  อันทันสมัยเราภูมิใจในเชียงแสนแผ่นดินทองที่เรืองรองด้วยอารยธรรม เราจะสร้างความรุ่งเรือง พลิกผืนแผ่นดินเชียงแสนให้เป็นดินแดนแห่งทองคำ เพื่อ“ความสุข” ของชาวเชียงแสน นักลงทุน ผู้มาเยือน-นักท่องเที่ยว และชาวเชียงราย เพื่อให้เป็น “เมืองแห่งความสุข” หรือ The City of Harmonious Living อย่างแท้จริง” นายตฤณ กล่าวในที่สุด

พฤกษา คว้ารางวัล MAT Award 2018 จากแคมเปญ “พฤกษา ใส่ใจ…เพื่อทั้งชีวิต”

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดองค์กร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมสายงานการตลาดองค์กร คว้ารางวัล “Bronze Award” สุดยอดแคมเปญการตลาด ประเภทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง (Real Estate) จากแคมเปญ “พฤกษา ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต” ในงานประกาศรางวัล MAT Award 2018 จัดโดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้มาจากความโดดเด่นของแคมเปญการตลาด ที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก Brand purpose ที่ถ่ายทอดลงไปลึกถึงวัฒนธรรมองค์กร (Corporate culture) ในการใส่ใจส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า ซึ่งมีความหมายมากกว่างานสื่อสารทั่วๆไป โดยรางวัลที่ได้รับนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และตอกย้ำความเป็นมืออาชีพของพฤกษา  

เฮลิกซ์ จัดโปรแรงกระตุ้นยอดขายส่งท้ายปี ทาวน์โฮมพร้อมอยู่ “ผ่อน 2018 บาท นาน 18 เดือน”

คุณธีรกิจ กลัดสำเนียง Head of Business Unit – Housing บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด ในเครือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ด้วย “ผ่อน 2018 บาท นาน 18 เดือน” กับ 4 โครงการทาวน์โฮมคุณเยี่ยมพร้อมอยู่ บนทำเลคุณภาพที่ดีที่สุด ได้แก่ โครงการ ยูนิโอ ทาวน์ ลำลูกกา คลอง 4, โครงการ ยูนิโอ ทาวน์ เพชรเกษม 110, โครงการ ยูนิโอ ทาวน์ ศรีนครินทร์-บางนา และ โครงการ ยูนิโอ ทาวน์ สวนหลวง-พัฒนาการ ราคาเริ่มต้น 2.28 – 3.19 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 61 – 25 ธ.ค. 61 นี้ ที่ Sales Gallery ทั้ง 4 โครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 032 2222 หรือ www.helix.co.th หรือ Add Line@helix

เมื่อวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการในแบบ Personalization โดยประมวลผลจาก Big Data

เมื่อโลกเปลี่ยนผันไปตามเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคมีช่องทางในการหาข้อมูลสินค้าและบริการอย่างง่ายดายผ่านสื่อออนไลน์เพียงปลายนิ้ว พร้อมคาดหวังบริการที่ตรงใจมากขึ้นจากธุรกิจต่างๆ เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Business Model ของธุรกิจต่างๆ จะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจต่างๆจึงควรต้องเร่งสร้างการ Service ในมิติใหม่ ให้สอดคล้องกับความต้องการอันแท้จริงของลูกค้าได้

โชคดีที่ในยุคปัจจุบัน ธุรกิจไม่ต้องมานั่งคาดเดาความต้องการของลูกค้าเหมือนที่เคยทำมาอีกแล้ว เพราะด้วยการมาถึงของ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลมหาศาลของผู้บริโภคอย่างละเอียดผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะและเครื่องมือสื่อสารอันทันสมัย ทำให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ และสร้างสรรค์บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายบุคคลได้ หรือแบบที่เรียกว่า Personalization นั่นเอง

ในวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย แบบบ้านสำเร็จรูปซึ่งมีหน้าตาหมือนกันทั่วไป อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแล้ว เนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการบ้านที่สะท้อนความเป็นตัวเองและไม่เหมือนใครมากขึ้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงจำเป็นต้องนำเสนอ Design และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล ในแบบ Personalization มากขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ศูนย์รับสร้างบ้าน แลนดี้ โฮม จึงมุ่งพัฒนาการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของลูกค้าในยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญในการสร้างประสบกาณ์ที่ดีผ่าน Consumer Journey ในทุกจุด Touch Point พร้อมเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูล ในทุกภาคส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง ผ่านระบบ Cloud Service ในการนำเสนอบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตรงใจ ในแบบ Personalization

แลนดี้ โฮม มุ่งมั่นในการสร้างบ้านในฝันของลูกค้า ผ่านแนวคิด “ Always Ahead”  โดยแลนดี้ โฮม มีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า พร้อมพัฒนาระบบการก่อสร้าง ตลอดจนการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยทั้งในปัจจุบัน และอนาคตเพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ดีที่สุด ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละครอบครัวแลนดี้ โฮม ได้พัฒนาระบบการจัดการภายใน พร้อมลงทุนงบประมาณกับระบบการจัดการ CRM ที่ทันสมัย นำมาซึ่งความเข้าใจในทุกความแตกต่างของลูกค้าแต่ละคน ถือเป็นการปรับเปลี่ยนจากการออกแบบบ้านในแบบ Customization ที่เดิมทีลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนแบบบ้าน หรือต้องการให้ออกแบบบ้านใหม่ได้ตามความต้องการ แต่ในปัจจุบัน การออกแบบบ้านแบบ Personalization จะตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธภาพมากกว่าเดิม เพราะสามารถออกแบบบ้านได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ทันที โดยแทบจะไม่ต้องมีการปรับแบบสิ่งเหล่านี้ ล้วนเน้นย้ำจุดแข็งของความเป็น Trend Setter ในการออกแบบบ้านของแลนดี้ โฮม ได้เป็นอย่างดี โดยในปัจจุบัน แลนดี้ โฮม มีแบบบ้านมาตรฐานให้ลูกค้าเลือกมากกว่า 200 แบบ"

และในอนาคต แลนดี้ โฮมพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์รับสร้างบ้านที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุค 4.0 และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกลยุทธ์ดังต่อไปนี้

  1. Personalized Approach  สื่อสารข้อมูล การสร้างบ้านที่มีประโยชน์ ตามความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งระบบ CRM หรือจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการเยี่ยมชมแบบบ้านผ่านเว็ปไซต์ co.th โดยประมวลผล พร้อมส่งข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ  เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสถึงความพิเศษสุดในทุกจุดการบริการ
  2. Big Data Analysis  เพิ่มประสิทธิภาพในการรับรู้ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างและหลากหลาย พร้อมเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ CRM ระดับโลก ด้วยระบบ Cloud Service ให้ทุกส่วนในด้านงานบริการ เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว เพื่อปรับปรุงการบริการ และรูปแบบการสื่อสารระหว่างลูกค้าและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. Landy Home Planner  แอพลิเคชั่นอัจฉริยะที่จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สถาปนิก และที่ปรึกษางานขาย สามารถนำเสนอข้อมูลการปลูกสร้างบ้าน ให้แก่ลูกค้าได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสไตล์แบบบ้านที่ลูกค้าสนใจ, สเปควัสดุ ,โปรแกรมคำนวณพื้นที่ใช้สอย ตลอดจนงบประมาณการปลูกสร้าง พร้อมการบันทึกข้อมูลลูกค้าแบบ Real Time เพื่อเก็บรวบรวมรายละเอียดที่เคยคุยกันไว้อย่างมีระบบ
  4. Landy Work Flow System  การบริหารจัดการการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ของส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กร ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งสามารถควบคุมงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด โดยมีการบริหารจัดการการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยส่วนงานขาย, งานออกแบบ, งานก่อสร้าง ตลอดจนส่วนบริการหลังการขาย ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบ และทราบถึงขั้นตอนการทำงานได้อย่างชัดเจน หากเกิดความล่าช้าในจุดใด ก็สามารถทราบได้ทันทีถึงสาเหตุ ทำให้แก้ไขปัญหารวดเร็ว  ช่วยลดต้นทุนและความสูญเสียทางด้านทรัพยากรต่างๆได้อย่างดี

นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทแลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญด้านงานสถาปัตยกรรมการออกแบบ, การบริการ ตลอดจนนวัตกรรมและขั้นตอนการก่อสร้างที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแห่งอนาคต เราเข้าใจ ในทุกความต้องการที่แตกต่างกัน ของแต่ละครอบครัว ทั้งจำนวนสมาชิก หรือไลฟสไตล์การใช้ชีวิต ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาแบบบ้านที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม หากแต่ต้องตอบสนองทุกความต้องการ ในแบบ Personalization”

และที่กล่าวมา ก็คือการพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้งจากแลนดี้ โฮม เพื่อคงความเป็นศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศไทย และมุ่งสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัยแห่งอนาคตในยุค Thailand 4.0

รู้จัก แลนดี้ โฮม มากขึ้นได้ที่ www.landyhome.co.th หรือ www.facebook.com/landyhomeonline

Gossip News

***... ใกล้โค้งสุดท้ายของปีเข้ามาทุกที หากใครที่กำลังมองหาโอกาสดีๆ ในการเป็นเจ้าของทาวน์โฮมบนทำเลศักยภาพไม่ต้องรออีกต่อไป กับค่าย เฮลิกซ์ จำกัด (ในเครือ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)) นำโดยผู้บริหาร คุณจุฑา พรมชินวงศ์ กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ที่คราวนี้เตรียมจัดงาน V.I.P. Day โครงการ ยูนิโอ ทาวน์ สุขสวัสดิ์ 30 โครงการใหม่ล่าสุด พบทาวน์โฮมซีรี่ย์ใหม่ 2 ชั้น ออกแบบในสไตล์ Modern Classic ภายใต้คอนเซ็ปเท่ห์ “Happiness Is Homemade” พร้อมเปิดเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างครั้งแรก พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษเฉพาะในงาน* ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท และฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอน ราคาเริ่ม 3.59 ล้าน* ทั้ง ใกล้ – คุ้ม – ครบ แบบนี้พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แล้วพบกันในวันที่ 8 – 9 ธ.ค. นี้ที่ Sales Gallery โครงการ ยูนิโอ ทาวน์ สุขสวัสดิ์ 30 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-032-2222 หรือ Line@Helix (http://bit.ly/LINE_Helix)

Page Visitor

025516711
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
24339
62857
202627
202627
1709768
25516711
Your IP: 35.175.191.36
2021-08-04 09:51