ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดกิจกรรมเติมเต็มความสุข

คุณดุษฎี เล็กยิ้ม ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานการเงิน บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น จัดกิจกรรมเติมเต็มทุกแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกบ้านสมาชิก อินสไปร์ ฮับ ด้วยโปรโมชั่นพิเศษกว่าใคร เมื่อซื้อตั๋วชมภาพยนตร์ ณ โรงภาพยนต์เด็ก (Kids Cinema) 1 ที่นั่ง รับฟรี! อีก 1 ที่นั่ง* (ที่นั่งปกติ/Normal Seat) ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ต.ค. 61 ณ โรงภาพยนตร์เด็ก (Kids Cinema) ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์สำหรับเด็กแห่งแรกในเมืองไทย ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เมกา บางนา นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษที่เตรียมมาเอาใจสมาชิก อินสไปร์ ฮับ อาทิ โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และไอซ์สเก็ต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th

Gossip News

***...งานนี้ต้องบอกเลยว่าถ้าไม่ดีจริง ไม่ประสบความสำเร็จมาถึงตอนนี้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ NPL ของภาคอสังหาฯจะสูงขึ้น 3.39% ในไตรมาส 2 แต่ผู้นำอสังหาคอนโดติดรถไฟฟ้าอย่าง บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ นำโดยผู้บริหารหนุ่ม คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ออกมาบอกว่า NPL ของบริษัทฯ อยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 1% แค่นั้นเอง เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่ดี มีศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า ซึ่ง มีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างแน่นอน ...***

อนันดาฯ นำเทคโนโลยีทันสมัย “ระบบจอดรถอัตโนมัติ” ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง

คุณสุเมธ รัตนศรีกูล (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการธุรกิจคอนโดมิเนียม แอชตัน / ไอดีโอ คิว และ เอลลิโอ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาคอนโดมิเนียมในทำเลที่มีศักยภาพสูงติดรถไฟฟ้า จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ นายวรเทพ ศิริรัตนอัสดร (ขวา) กรรมการบริหาร บริษัท ทีเอชเอส พาร์คกิ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด ผู้นำระบบจอดรถอัตโนมัติในประเทศไทย ติดตั้งระบบจอดรถอัตโนมัติ Automatic Parking System จำนวนที่จอด 108 คัน โดยได้มีการติดตั้งพร้อมให้บริการแล้วกับโครงการ แอชตัน เรสซิเดนซ์ 41 คอนโดมิเนียมหรูบนถนนสุขุมวิท โดยระบบจอดรถอัตโนมัติ ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรม ความทันสมัยที่ อนันดาฯ เลือกใช้ในโครงการเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในการนำรถเข้าจอด และนำรถออกให้กับผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการของอนันดาฯ ที่เลือกใช้ระบบจอดรถอัตโนมัติ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างออกแบบ และพัฒนาร่วมกัน

ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดทัพใหม่ ดึง 3 ผู้บริหาร ดีกรีภาคตลาดทุน – อสังหาฯ เสริมศักยภาพ
ตั้ง “เกศรา มัญชุศรี” นั่งประธานบอร์ด เร่งขับเคลื่อนธุรกิจ สู่ผู้นำด้านอสังหาฯ ระดับ TOP 5

ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดทัพใหม่ ประกาศเดินเกมรุกธุรกิจ ดึง 3 ผู้บริหารมือดี จากภาคตลาดทุน ดีกรี อดีต MD ตลาดหลักทรัพย์ฯ “เกศรา มัญชุศรี” นั่งประธานกรรมการและกรรมการอิสระ และ ผู้บริหารจากภาคอสังหาฯ “สมชาย  ชาญธนเวทย์” นั่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร“พิพัฒณ์ นิยะถิรกุล” นั่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เร่งยกระดับการขับเคลื่อนบริษัทฯ สู่การเป็นบริษัทที่น่าร่วมลงทุน เพื่อก้าวเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับ TOP 5 ของประเทศ

นางเกศรา มัญชุศรี ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการอิสระ ครั้งนี้ ถือว่ามีความท้าทาย ในบทบาทและส่วนร่วมในการช่วยวางแผนและกำหนดกรอบยุทธ์ศาสตร์ของบริษัทฯ ที่เป็นองค์กรเอกชนอย่างเต็มตัว หลังจากที่หมดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 12 ในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ทีมผู้บริหารของ ออลล์ อินสไปร์ฯ รวมถึงพนักงาน ในองค์กรทุกคน มีความมุ่งมั่น และมีศักยภาพในการทำงานอย่างมืออาชีพ โดยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ภายใต้แนวคิดการบริหารงานแบบคนรุ่นใหม่     ที่ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียดขั้นตอนทำงาน จึงทำให้วันนี้ “ออลล์ อินสไปร์ฯ” สามารถก้าวเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชั้นนำระดับแนวหน้าของประเทศได้เพียงไม่กี่ปี และจากความมุ่งมั่น ความตั้งใจ รวมทั้งความมีพลังของผู้บริหาร และทีมงาน ที่มีความจริงใจในการส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ และสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตให้กับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นสาเหตุหลักในการเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทฯ

“โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ในการทำงานกว่า 35 ปี มีความเชี่ยวชาญการบริหารงานเกี่ยวกับงานด้านเศรษฐศาสตร์และตลาดการลงทุน จะสามารถขับเคลื่อน “ออลล์ อินสไปร์ฯ” ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง  โดยมุ่งมั่นที่จะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค ด้วยที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ครอบคลุมการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ในทำเลเหมาะสมและราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อเพิ่มความสามารถในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น” นางเกศรา กล่าว

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ออลล์ อินสไปร์ฯ ประกาศเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยได้เชิญ ผู้บริหารระดับมืออาชีพ ทั้ง 3 ท่าน ซึ่งประกอบด้วย นางเกศรา มัญชุศรี นั่งดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ นายสมชาย ชาญธนเวทย์ ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายพิพัฒณ์  นิยะถิรกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนและเสริมศักยภาพให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น 

โดยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารของบริษัทฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการต่อยอดการขยายธุรกิจในอนาคต โดยบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์หลักคือ การสร้างการจดจำในแบรนด์ “All Inspire” ให้เห็นถึงความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจ ในการก้าวเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ และเป็นบริษัทที่น่าร่วมลงทุน

ซึ่ง ออลล์ อินสไปร์ฯ ไม่ใช่แค่ก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังสามารถตอบโจทย์ความเข้าใจของลูกค้าได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด จนทำให้ทุกๆ ทำเล แต่ละโครงการในปัจจุบัน ประสบความสำเร็จ และสามารถปิดการขายได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจากแผนกลยุทธ์การเจาะตลาด ส่งผลให้ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดโครงการครึ่งปีหลัง 3,400 ล้านบาท

ตลาดที่อยู่อาศัยของกรุงเทพฯ มีมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เป็นที่สนใจของบรรดานักลงทุนอสังหาฯที่ชอบเข้ามาเก็งกำไร ในเรื่องของผลตอบแทน รวมถึงกลุ่มที่มองหาที่อยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการสูง ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ หันมาให้ความสำคัญกับรายละเอียด เรื่องทำเลในการพัฒนาโครงการมากขึ้น  เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดที่เข้ามาตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องคัดเลือกทำเล ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี เข้ามาพัฒนาในโครงการ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

โครงสร้างฐานรากและกรรมวิธีในการตอกเสาเข็ม

การสร้างอาคารหรือบ้านสักหลัง ฐานรากถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากเรามีฐานรากที่ดีแล้ว อาคารของเราก็จะมั่นคงแข็งแรง ในระบบโครงสร้างฐานราก เสาเข็ม เป็นส่วนที่ถือว่าสำคัญที่สุดของอาคาร ทำหน้าที่ในการค้ำยันอาคาร ถ่ายน้ำหนักของตัวบ้านลงสู่พื้นดิน เสาเข็มที่ใช้ในการก่อสร้างมีอยู่หลายประเภทเพื่อความเหมาะสมในการทำงานแต่ละพื้นที่ ในการตอกเสาเข็มเราจะต้องใช้ปั้นจั่นที่เหมาะสมกับเสาเข็มแต่ละประเภทเช่นกัน

ปัจจุบันวิวัฒนาการความก้าวหน้าด้านฐานรากและการตอกเสาเข็ม ได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความแข็งแรง และปลอดภัยให้กับลักษณะของงานก่อสร้างต่างๆ มากขึ้น อย่างนวัตกรรมของเสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Micro Pile) ที่เป็นเสาเข็มแบบกลม และเสาเข็มแบบสี่เหลี่ยม ตรงกลางกลวง มีโครงเหล็กฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตโดยรอบ ผลิตโดยใช้กรรมวิธีการเหวี่ยงคอนกรีตในแบบหล่อ ซึ่งหมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้เนื้อคอนกรีตมีความหนาแน่นสูง และเกิดรูกลมกลวงตรงกลางจากแรงเหวี่ยง จึงมีความหนาแน่น และแข็งแกร่งกว่าคอนกรีต ที่หล่อโดยวิธีธรรมดา เสาเข็มทั้ง 2 ชนิดนี้ สามารถรองรับน้ำหนัก ปลอดภัยได้ถึง  15-50 ตันต่อต้น (การรับน้ำหนักขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มและสภาพชั้นดินแต่ละพื้นที่) มีความหนาของเนื้อคอนกรีตอยู่ในช่วง 8 – 10 เซนติเมตร และมีความยาวอยู่ในช่วง 1.5 เมตร ซึ่งความยาวนี้สามารถเพิ่มได้โดยการนำเสามาเชื่อมต่อกัน เป็นที่นิยมในการต่อเติม เพราะคุณภาพมาตรฐานการผลิต รวมไปถึงปั้นจั่นตอกเสาเข็มขนาดเล็ก ที่สามารถเข้าไปทำการติดตั้งในพื้นที่แคบได้อย่างมีคุณภาพ สามารถทำงานหรือลำเลียงเข้าซอยแคบได้

โดยใช้วิธีการตอกเสาเข็มชนิดนี้ ด้วยปั้นจั่นแบบพิเศษ ลูกตุ้มมีน้ำหนัก 1.4 ตัน มีความยาวแนวราบ 3 เมตร และมีความสูง 3 เมตร ส่วนของความกว้างของปั่นจั่นมีความกว้างเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเข้าทำงานในพื้นที่จำกัดได้โดยสะดวก เหมาะกับการต่อเติมบ้าน แก้ไขปัญหาอาคารทรุด ปรับปรุงโรงงาน ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง สามารถตอกเสาเข็มชิดกำแพงหรือผนังบ้านได้ และไม่ทำให้โครงสร้างเดิมแตกร้าว หรือสั่นสะเทือนขณะที่ตอก ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง นวัตกรรมนี้จึงเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาจะต้องทำงานและควบคุมโดยทีมช่างผู้ชำนาญการ ผ่านการอบรมการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ พร้อมทั้งรับประกันผลงาน 7 ปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด) และรับประกันความเสียหายจากการตอก (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด)

สำหรับผู้มีปัญหาเรื่องการต่อเติมด้านโครงสร้างระบบฐานราก ปรึกษาได้ที่โทรศัพท์ 02 156 9804 หรือ http://www.bhumisiam.com

Page Visitor

022622051
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
9061
49579
9061
669559
1767374
22622051
Your IP: 3.235.173.155
2021-06-13 03:21