then
January 29, 2022

โรงงานผลิตยิปซัมตราช้าง (สงขลา) คว้ารางวัล Eco Factory การันตีความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สงขลา) จำกัด หนึ่งในโรงงานผลิต “ยิปซัมตราช้าง” ได้รับรางวัลโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) ซึ่งถือเป็นรางวัลที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในด้านการบริหารจัดการที่ดีมีความปลอดภัย และมีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดของเสีย และประการสำคัญคือ มุ่งเน้นพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้อยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนโดยรอบโรงงานอย่างยั่งยืน ซึ่งตรงกับแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในอนาคต

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ประกอบการที่ดี ของกลุ่มบริษัทสยามอุตสาหกรรมยิปซัม ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “ยิปซัมตราช้าง” ต่อการการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ความเป็นเลิศในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และการบริการที่ดี เพื่อให้สภาพแวดล้อม และการเติบโตของสังคมเมืองสามารถก้าวไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน

SYS ร่วมกับ วสท. ดูงานการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ

นายพงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ พร้อมด้วยผู้บริหารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จัดการบรรยายเรื่องการออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้กับวิศวกรที่สนใจ พร้อมทั้งนำเยี่ยมชมโครงการดังกล่าว ซึ่งโครงสร้างอาคารก่อสร้างด้วยเหล็ก SYS H-Beam Grade SM520 ที่ช่วยประหยัดต้นทุนการก่อสร้าง รวมทั้งใช้สินค้าความยาวพิเศษ (Customized Length) จาก SYS ที่มีความยาวสูงสุดถึง 20 เมตร ทำให้ไม่ต้องเชื่อมต่อเหล็กหน้างาน โครงสร้างไร้รอยต่อ ลดเวลาในการก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมมีความสวยงาม โปร่งโล่ง และทันสมัย โดยได้รับเกียรติจากวิศวกรบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ เป็นผู้บรรยาย และตัวแทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด นำเข้าเยี่ยมชมโครงการ   

ภูมิสยามฯ รับโล่ทำคุณประโยชน์

นางสาวปารมี สุวรรณพหู เจ้าหน้าที่อาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ตัวแทนจากบริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. เทคโนโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมัน เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผกก.สภ.ลำลูกกา ในโอกาสร่วมส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม ทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม และสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งสร้างห้องปฏิบัติการสายตรวจสถานีตำรวจภูธรลำลูกกา ถือเป็นการดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจ รับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ณ สถานีตำรวจภูธรลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี

คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ นำร่องโครงการเลิกใช้โฟมและพลาสติก 100%
จับมือ เค.เอ็ม.แพ็กเกจจิ้งฯ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษเบอร์ 1 ของไทยและอาเซียน ผลักดันโครงการ

คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ชูวิสัยทัศน์นำร่องครั้งแรกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนองนโยบายรัฐผลักดันโครงการ SCI KU GO ZERO WASTE WITH KM PACKAGING เลิกใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม และพลาสติก 100 % จับมือกับ บริษัท เค.เอ็ม.แพ็กเกจจิ้ง จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษเบอร์ 1 ของเมืองไทยและอาเซียน ในการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ตลอดโครงการคาดช่วยลดขยะพลาสติก และโฟม ได้ถึงปีละกว่า 4.5 แสนชิ้น พร้อมต่อยอดด้วยการจัดประกวดออกแบบแบบโลโก้โครงการสร้างแรงกระตุ้นให้นักศึกษาใส่ใจปัญหาการจัดการขยะ ทั้งยังเตรียมประเดิมใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้มาใช้ครั้งแรกกับงานเกษตรแฟร์ 2562 ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ด้วย

รศ.ดร อภิสิฏฐ์ ศงสะเสน คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึง รายละเอียดการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) "โครงการ SCI KU GO ZERO WASTE WITH KM PACKAGING" กับ บริษัท เค.เอ็ม.แพ็กเกจจิ้ง จำกัด ว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ได้เริ่มนำร่องทำโครงการที่จะนำไปสู่การเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม และพลาสติก 100 % ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายในปี 2562 ที่ทางคณะวิทยาศาสตร์เล็งเห็นและต้องการผลักดันให้ศูนย์อาหารหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ100 %

สำหรับสาเหตุที่เลือกร่วมมือกับ บริษัท เค.เอ็ม แพ็กเกจจิ้ง จำกัด เนื่องจากเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพและมีศักยภาพตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดขยะพลาสติก และโฟม ได้ถึงปีละกว่า 4.5 แสนชิ้น

"โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับโครงการ SCI KU GO ZERO WASTE ในการเรียนการสอนหลากหลายด้านของคณะวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำองค์ความรู้มาตอบสนองนโยบายรัฐบาลเนื่องด้วยคณะวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน วิชาพื้นฐานของคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นักศึกษาจากทุกคณะจะต้องมาเรียน และมีศูนย์อาหารที่ทันสมัยสามารถรองรับนักศึกษาได้เป็นจำนวนมากทำให้เป็นแหล่งรวมของนักศึกษา และเจ้าหน้าที่คณะต่างๆ ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เริ่มโครงการคัดแยกขยะในบริเวณคณะซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไประดับหนึ่งแล้ว" รศ.ดร อภิสิฏฐ์กล่าว

นายพศิน กมลสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท เค.เอ็ม.แพ็กเกจจิ้ง จำกัด เผยถึงที่มาของความร่วมมือโครงการ SCI KU GO ZERO WASTE WITH KM PACKAGING เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเห็นควรเริ่มต้นจากนักเรียนนักศึกษา เพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในอนาคต โครงการนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะเลือกมหาวิทยาลัยในเมืองไทยที่มีความใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด มีคณะที่มีการเรียนการสอนในเรื่องสิ่งแวดล้อมมีผู้เชี่ยวชาญ ในการช่วยพัฒนาต่อยอดสินค้าของบริษัทต่อไปได้ บริษัทจึงได้เลือกคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการเพื่อผลักดัน และขยายผลสำเร็จต่อในอนาคต

สำหรับสินค้าที่ทางบริษัทนำมาร่วมสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นกลุ่มสินค้าภายในแบรนด์ Green Good by K.M. Packaging ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษย่อยสลายได้ด้วยตัวเองภายใน 180 วัน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการที่คณะวิทยาศาสตร์ดำเนินการอยู่ โดยบริษัทจะสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวตลอดโครงการ ในเบื้องต้นช่วงเริ่มโครงการบริษัทได้สนับสนุนบรรจุภัณฑ์ มูลค่าประมาณ 200,000 บาท

ผศ.ดร. จริน กาญจนวรินทร์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิต กล่าวเสริมว่า ได้มีการต่อยอดโครงการดังกล่าวโดยการจัดประกวดออกแบบโลโก้ SCI KU ZERO WASTE เพื่อกระตุ้นให้นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ และคณะอื่นๆ ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันโครงการ โดยเห็นว่าจากจุดเริ่มต้นของคณะวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ จะสามารถขยายผลต่อให้เลิกใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม และพลาสติก100% ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อไป และในงานเกษตรแฟร์ 62 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25 มกราคม 2562 - 2 กุมภาพันธ์ 2562 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่จะนำบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้มาใช้ในบูธของสโมสร และคณะต่างๆ ด้วย

ผศ.ดร.ชุรภา ธีรภัทรสกุล ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ กล่าวเพิ่มเติม ว่าปัจจุบันศูนย์อาหารของคณะวิทยาศาสตร์มีนโยบายงดใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมแล้ว 100% เหลือเพียงแก้วน้ำเท่านั้นที่ยังคงมีการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกเนื่องจากที่ผ่านมามีข้อจำกัดในเรื่องขนาด และคุณภาพไม่ตรงตามความต้องการการร่วมมือกับ บริษัท เค.เอ็ม. แพ็กเกจจิ้ง จำกัด ในครั้งนี้ ทางศูนย์ได้รับการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์แก้วย่อยสลายได้ เพื่อนำมาใช้แทนแก้วพลาสติกทั้งหมด ถือว่ามีส่วนเติมเต็มให้โครงการสมบูรณ์ และสามารถเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทโฟมและพลาสติกได้  100 % ตามเป้าหมายของโครงการ

มนุษย์เงินเดือน เฮ! เอ็กซ์พีริส ประเทศไทย เผยผลสำรวจ กลุ่มธุรกิจ ท็อป 3 จ่ายโบนัส-ปรับเงินเดือน

ก้าวสู่ปีใหม่ของการทำงาน มนุษย์เงินเดือนเตรียมตัวรับโบนัส  ซึ่งเป็นขวัญกำลังใจจากนายจ้างที่มอบให้แก่ลูกจ้างกับความขยันทุ่มเทในการทำงานดีของปีที่ผ่านมา  ล่าสุด เอ็กซ์พีริส (Experis) บริษัทในเครือของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ทำการสำรวจองค์กรธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ในประเทศไทย โดยเปิดเผย 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อหอมมีการปรับเพิ่มเงินเดือนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและการให้บริการด้านโซลูชั่น กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการปรับค่าตอบแทนเฉลี่ยในปี 2662 ของภาคธุรกิจอยู่ที่มากกว่า 3-5 % และธุรกิจส่วนใหญ่กว่า 40 % มีอัตราการจ่ายโบนัสตอบแทนการทำงานตลอดปี 2561 ให้กับพนักงานอยู่ที่อย่างน้อย 1 เดือน  จากการสำรวจ ชี้ปัจจัยหนุนจากบรรยากาศทางเศรษฐกิจในประเทศ การลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงการส่งออกที่ได้รับอานิสงส์กับกลุ่มธุรกิจ ท็อป 3 ดังกล่าว

จากผลสำรวจโดยแบ่งเป็นกลุ่มองค์กรธุรกิจในและระหว่างประเทศ พบว่า มีอัตราการปรับเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 3-7% และมีการจ่ายโบนัส 1-3 เดือน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุอีกว่าแนวโน้มการจ่ายโบนัส พบว่า 95% ของกลุ่มองค์กรธุรกิจที่ สำรวจยืนยันการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานของพวกเขา แต่มีเพียง 5% ที่ระบุว่าจะไม่มีการจ่ายโบนัสซึ่งมีเหตุผลมาจากผลประกอบการต่ำกว่าเป้าหมาย  ส่วนใหญ่ราว 40%  จะจ่ายโบนัสอย่างน้อย 1 เดือน

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อหอมมีการปรับเพิ่มเงินเดือนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและการให้บริการด้านโซลูชั่น กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ 3 กลุ่มธุรกิจที่มีการจ่ายโบนัสมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจการค้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้า นับได้ว่า 2 กลุ่มธุรกิจที่ติดท็อป 3 ทั้งเงินเดือนขึ้นและโบนัสสูงนับเป็นธุรกิจที่น่าจับตามากทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจต่างๆ ส่งผลต่อจีดีพีของประเทศซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการสนับสนุนด้านนโยบายจากทางภาครัฐในการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจทั้งการค้า การลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคอุตสาหกรรมใน EEC รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการทั้งในและระหว่างประเทศสู่การส่งออกอย่างมีนัยสำคัญต่อไป

Page Visitor

035134063
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
9797
57389
328804
1378779
1731519
35134063
Your IP: 54.204.73.51
2022-01-29 05:40