01Top_HachiEng
Biz Focus Industry Issue 050, March 2017

Biz Focus Industry Issue 050, March 2017

ฟาร์แมกซ์ประกาศแผนธุรกิจปี 60

ฟาร์แมกซ์ เดินหน้า 4 โครงการ หนุนเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการเพิ่มเซกเมนต์สินค้าใหม่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ เร่งขยายสาขาอีก 3 แห่งด้วยงบลงทุน 30 ลบ. บวกทุ่ม 10 ลบ. พัฒนาระบบไอที และการพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ ด้านผลประกอบการปีนี้ ตั้งเป้าโกยรายได้รวมกว่า400  ลบ. พร้อมชูหลักการบริหารและจุดเด่นตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจกว่า 1 ทศวรรษ


เภสัชกรธัชพล ชลวัฒนสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาร์แมกซ์ รีเทล จำกัด ดำเนินธุรกิจประเภทร้านขายปลีกยา เวชภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ว่า บริษัทจะโฟกัสไปยัง 4 โครงการหลักเพื่อเสริมความแข่งแกร่งให้กับองค์กร ประกอบด้วย 1.โ ครงการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ 2. โครงการพัฒนาระบบไอที 3. โครงการขยายสาขา และ 4. โครงการพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ โดยมีรายละเอียดดังนี้

     1. โครงการเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ  ด้วยการเพิ่มเซกเมนต์สินค้าใหม่ ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาหารทางการแพทย์ รวมถึงเวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันได้อย่างครอบคลุม โดยได้เริ่มดำเนินการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถรับรู้ผลการดำเนินการในช่วงไตรมาส 3 รวมทั้ง ได้มีการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและสื่อสารไปยังผู้บริโภคกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้น

“จากการศึกษาและวิเคราะห์พบว่า ในปัจจุบัน แนวโน้มโครงสร้างจำนวนประชากรของประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ขณะนี้เรามีประชากรทั้งหมดประมาณ 66 ล้านคน และในจำนวนนี้ 11 ล้านคนเป็นประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือคิดเป็น 17% เราจึงมีแนวคิดว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้คนกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะช่วงชีวิตของคนยาวขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของยาที่จะนำไปรักษาเท่านั้น แต่เราจะเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้ให้ดีขึ้นจริงๆ เราจึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในประเทศญี่ปุ่นนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายภายในสาขาของเรา

นอกจากนี้ เรายังเพิ่มในเรื่องการให้ความรู้ โดยมีเภสัชกรเขียนบทความทางด้านวิชาการผ่านทางเฟสบุ๊คและสื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ เช่น หลักการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่ถูกต้องเพื่อเป็นการดูแลรักษาสุขภาพ เป็นต้น สำหรับความคาดหวังจากการเพิ่มเซกเมนต์สินค้าใหม่ในครั้งนี้ คาดจะช่วยให้เรามีการเติบโตเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต อีกทั้ง ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกช่องทางหนึ่งด้วย” เภสัชกรธัชพล กล่าว

     2. โครงการพัฒนาระบบไอที  โดยเป็นโครงการต่อเนื่องจากปลายที่ผ่านมาและเชื่อมโยงมาถึงครึ่งปีแรก ซึ่งบริษัทได้ใช้งบในการดำเนินการ 10 ล้านบาท เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมต่างๆ ของทุกสาขาให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ควบคู่กับการเทรนนิ่งบุคลากร และการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าให้รับทราบว่า บริษัทมีระบบดังกล่าวไว้คอยอำนวยความสะดวก

สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้ จะทำให้การจัดเก็บฐานข้อมูลด้านการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมของผู้บริโภค เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ระบบของบริษัท เพื่ออำนวยความสะดวกในการจ่ายยาให้กับลูกค้าในทุกสาขา (ในกรณีที่ลูกค้าจำชื่อยาไม่ได้) ได้อย่างแม่นยำและก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ยาสูงสุด

     3. โครงการขยายสาขา  โดยบริษัทจะใช้งบลงทุนรวม 30 ล้านบาท สำหรับการเพิ่มอีก 3 สาขาในครึ่งปีหลัง โดยจะเน้นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากภายในกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละสาขาจะตั้งอยู่บนพื้นที่ 150 ตารางเมตรขึ้นไป และเว้นระยะห่างแต่ละสาขาประมาณ 5-10 กิโลเมตร เพื่อให้สอดรับกับความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มคนเมืองในปัจจุบัน ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการสาขาแรกในเดือนกรกฎาคม และที่เหลือจะทยอยเปิดให้ครบตามเป้าหมายภายในช่วงปลายปี 2560 ส่วนในปี 2561 คาดว่าจะมีการขยายสาขาเพิ่ม 3-5 สาขา

ปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งหมดจำนวน 11 สาขา ได้แก่ สาขาประดิษฐ์มนูธรรม สาขาจัตุรัสจามจุรี  สาขาเพียวเพลส รามคำแหง  สาขานวลจันทร์ สาขาแจ้งวัฒนะ สาขาเดอะแจ๊ส วังหิน  สาขาเดอะไนน์ พระรามเก้า สาขาเดอะแจ๊ส รามอินทรา สาขาฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์ สาขาสวนเพลิน พระราม4  สาขาเดอะสตรีท รัชดา  โดยสาขาที่สร้างรายได้มากที่สุดจะเป็นสาขา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เฉลี่ย 1 แสนบาทต่อวัน ทั้งนี้ จากแผนในการดำเนินการขยายสาขาเพิ่มอีก 3 สาขาในปีนี้ จะส่งผลให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 20 สาขาในกรุงเทพมหานครภายใน 2-3 ปี ต่อจากนั้นจะขยายสาขาไปยังหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด อีกทั้ง ยังมีแผนรุกตลาดขยายสาขาไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนในอนาคตอีกด้วย

     4. โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ  โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะฝึกอบรมบุคลากรภายในองค์กรและนักศึกษาฝึกงานที่ได้ร่วมงานกับบริษัท ให้มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้รับการรับรองจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นหน่วยงานเครือข่ายในการผลิตกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม และเป็นแหล่งฝึกงานของนักศึกษาฝึกงานจากสถาบันการศึกษาอีกหลายสถาบัน อีกทั้ง ยังมีการจัดประชุมเชิงวิชาการและส่งบุคลากรไปถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาอีกด้วย

เภสัชกรธัชพล กล่าวต่อถึงเป้าผลประกอบการในปี 2560 ว่า บริษัทตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2559ไม่น้อยกว่า 20% หรือคิดเป็นรายได้รวมทุกสาขาจำนวนกว่า 400 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีความมั่นใจว่าเป้าหมายดังกล่าวจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่เลือกใช้ยาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานจากฟาร์แมกซ์ โดยมีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาให้ลูกค้าทุกครั้งเมื่อมีการสั่งซื้อยา รวมถึงการเดินหน้า 4 โครงการหลักในปีนี้ตามที่ได้มีการกล่าวไปแล้วเบื้องต้น

ส่วนแนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจร้านขายยา เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการต่างๆ จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการแข่งขันผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น บริษัทจึงไม่ได้รับผลกระทบในด้านการแข่งขันที่รุนแรงมากนัก อีกทั้ง มูลค่าตลาดยาและเวชภัณฑ์ในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต 3-5% ในทุกปี ตนจึงมองว่าบริษัทยังมีโอกาสในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และสามารถเติบโตในกลุ่มธุรกิจนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านทิศทางการเติบโตของธุรกิจ เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการรายอื่นๆ มุ่งเน้นในการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นสำคัญ แต่ในส่วนของบริษัทยังคงยึดมั่นในคุณภาพของสินค้าและการบริการที่ดีต่อลูกค้า ทำให้ในแต่ละปีมีปริมาณลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้เหนียวแน่น จึงส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายและทำรายได้ที่เติบโตเพิ่มมากขึ้นได้อย่างยั่งยืน

เภสัชกรธัชพล กล่าวถึงหลักการบริหารภายในองค์กรว่า บริษัทได้วางกรอบในการดำเนินงานให้พนักงานยึดถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อให้งานทุกอย่างมีมาตรฐานระดับโลก ดังนี้ 1. การทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างจะต้องมีกระบวนการและขั้นตอนในการทำงานที่ชัดเจน  2. การตระหนักถึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมต่อลูกค้า 3. การยึดหลักปฏิบัติกับลูกค้าเช่นเดียวกันกับคนในครอบครัว

4. การทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้บริหารกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานที่อยู่ต่างสาขาได้ทำความรู้จักและกระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมออกเยี่ยมชุมชนร่วมกัน การจัดกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ตามโรงเรียนต่างๆ และการทำกิจกรรม CSR ร่วมกับองค์กรอื่นๆ เป็นต้น

สำหรับจุดเด่นของบริษัทที่ทำให้ลูกค้ามอบความไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี เนื่องด้วยบริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจขายส่งมาและต่อมาพัฒนาเป็นร้านขายยา จึงสามารถบริหารต้นทุนราคาสินค้าได้เป็นอย่างดี และจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าได้ในราคาที่เหมาะสม รวมทั้งมีการควบคุมอุณหภูมิของยาเพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพ และมีการสั่งจ่ายยาโดยเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น

นอกจากนี้ ศูนย์เภสัชกรรมฟาร์แมกซ์ยังถือเป็นแห่งแรก ที่เปิดโมเดลศูนย์กลางทางวิชาการให้ความรู้เรื่องเภสัชกรรมโดยตรง อีกทั้งยังเป็นแหล่งฝึกงานหลักของคณะเภสัชศาสตร์จากหลายสถาบัน ทำให้บริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเภสัชกรที่มีคุณภาพ ซึ่งเภสัชกรที่เคยฝึกงานหลายๆ ท่านที่จบการศึกษาแล้วเข้ามาร่วมงานกับฟาร์แมกซ์อย่างต่อเนื่อง

ด้านหลักเกณฑ์การคัดเลือกสินค้า บริษัทมีระบบการคัดเลือกสินค้าโดยทีมเภสัชกร เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ มีการควบคุมอุณหภูมิในการจัดเก็บและการขนส่งยาให้เหมาะสมตามลักษณะของยาประเภทนั้นๆ ตามเกณฑ์มาตรฐาน GPP ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นอกจากนี้ ยังมีการร่วมกันประชุมกับทีมงานภายในองค์กรเพื่อคัดเลือกพาร์ทเนอร์หรือซัพพลายเออร์ ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักของลูกค้า

ดังนั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าคุณภาพยาของฟาร์แมกซ์มีคุณภาพเดียวกับผู้ผลิตรายนั้นๆ เพราะสินค้าจะไม่ถูกเปลี่ยนคุณภาพจากการถูกความร้อนและฝุ่น อีกทั้งสามารถซื้อยาในราคาไม่แพง เนื่องจากบริษัทมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้สามารถจำหน่ายยาคุณภาพได้ในราคาที่เหมาะสม อีกทั้งยังมียาครบครันทุกชนิดในมาตรฐานเดียวกันกับคุณภาพยาจากโรงพยาบาลชั้นนำ

ปัจจุบันฟาร์แมกซ์ มีสัดส่วนรายได้หลักจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาประมาณ 50% ประกอบด้วย 1. ยาสำหรับรักษาโรคเรื้อรัง เช่น ยารักษาโรคเบาหวาน, ยารักษาโรคความดัน และยารักษาโรคหัวใจ เป็นต้น และ 2. ยาสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ยารักษาไข้หวัดและยาฆ่าเชื้อ เป็นต้น ส่วนที่เหลือจะเป็นสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิตามินและอาหารเสริม 20% เวชสำอางและสกินแคร์ทั่วไป 15%, เวชภัณฑ์ (ไม้เท้าและรถเข็น) 5-10% และของใช้ทั่วไป 5%

เภสัชกรธัชพล กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าและซัพพลายเออร์ว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง โดยยึดหลักการให้บริการกับลูกค้าเปรียบเสมือนเป็นญาติและคนในครอบครัว ดังนั้น จึงอยากให้ลูกค้าเชื่อมั่นว่าบริษัทจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อมอบให้กับลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทยังพร้อมที่จะพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลของลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง

Date

04 October 2018

Tags

cover 2017

Page Visitor

028033159
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
39527
48658
88185
1019972
1699103
28033159
Your IP: 3.215.177.171
2021-09-20 17:25