Biz Focus Industry Issue 082, November 2019

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

“ฮัทชิสัน พอร์ท” เปิดท่าเทียบเรือชุด D ในแหลมฉบังอย่างเป็นทางการ พร้อมดึงเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่สุดในโลกสู่ประเทศไทย

บริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือชั้นนำในประเทศไทย เปิดท่าเทียบเรือชุด D ในแหลมฉบังอย่างเป็นทางการ ชูความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่สุดในโลก “มร. สตีเฟ่น” ฟุ้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าของท่าเรือแหลมฉบังราว 40% พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าระดับโลก

มร. สตีเฟ่น แอชเวิร์ธ กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท

มร. สตีเฟ่น แอชเวิร์ธ กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ฮัทชิสัน พอร์ท ได้เปิดท่าเทียบเรือชุด D อย่างเป็นทางการ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยมีหนึ่งในเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้เข้าเทียบท่าท่าเทียบเรือชุด D มาแล้ว และท่าเทียบเรือชุดนี้จะติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกล (Remote Control Technology) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าระดับโลก

ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือชุด D เป็นหนึ่งในท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าแห่งแรกของโลกที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกลอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับปั้นจั่นหน้าท่าและปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางทั้งหมด โดยจะเป็นท่าเทียบเรือน้ำลึกที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย พร้อมความสามารถในการรองรับบรรดาเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับ เฟสแรกของท่าเทียบเรือชุด D เปิดให้บริการแล้ว โดยมีความยาวหน้าท่า 400 เมตร ประกอบด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Super Post Panamax Quay Cranes) จำนวน 3 คัน และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง (Rubber Tyred Gantry Cranes) จำนวน 10 คัน ซึ่งในการก่อสร้างขั้นต่อมา ปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าจำนวน 3 คัน และปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางจำนวน 10 คัน ได้ถูกขนส่งมายังท่าเทียบเรือแล้ว และจะพร้อมใช้งานภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ ท่าเทียบเรือชุด D จะมีความยาวหน้าท่ารวมทั้งสิ้น 1,700 เมตร ประกอบไปด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าจำนวน 17 คัน และมีปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางจำนวน 43 คัน ทั้งหมดใช้เทคโนโลยีควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกล เพิ่มความสามารถในการรองรับตู้สินค้าได้ราว 3.5 ล้านทีอียูต่อปี (หน่วยนับตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต) โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับตู้สินค้าของท่าเทียบเรือแหลมฉบังได้อีกราว 40 เปอร์เซ็นต์ หรือให้สามารถรองรับตู้สินค้าได้ทั้งสิ้น 13 ล้านทีอียู ทั้งนี้ การเลือกใช้เทคโนโลยีการควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกลจะเพิ่มความปลอดภัย ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ให้กับสายการเดินเรือ รวมถึงผู้ใช้งานท่าเทียบเรือรายอื่นๆ

“ขณะนี้ ท่าเทียบเรือชุด D ได้กลายเป็นความจริงแล้ว โดยเราได้รับหนึ่งในเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้าเทียบท่ามาแล้ว ท่าเทียบเรือชุดนี้พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยในระดับโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับการปฏิบัติงานของฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล”

“จำนวนเม็ดเงินที่เราได้ลงทุนไปกับท่าเทียบเรือชุดนี้ คงได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ฮัทชิสัน พอร์ท พร้อมลงทุนระยะยาวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยอย่างจริงจัง นี่นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่การขนส่งตู้สินค้าลงและขึ้นเรือทั้งหมดถูกปฏิบัติการด้วยปั้นจั่นที่ติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกลหรือรีโมทคอนโทรลทั้งหมด ท่าเทียบเรือแห่งใหม่นี้ จะยังช่วยเพิ่มศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลายเชนในประเทศไทย ผ่านการสร้างโอกาสในการต่อยอดการพัฒนาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ตลอดจนการส่งเสริมวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน” มร. สตีเฟ่น กล่าว

มร. สตีเฟ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อสร้างท่าเทียบเรือชุด D1, D2 และ D3  เริ่มต้นในปี 2559 เมื่อเสร็จสมบูรณ์ท่าเทียบเรือชุด D จะมีปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่า (RCQC) ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจำนวน 17 คันและปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง (RCeRTGC) จำนวน 43 คัน โดยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าใหม่สามารถรองรับเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันได้ และท่าเทียบเรือชุด D ที่เสร็จสมบูรณ์ จะสามรถรองรับตู้ขนส่งสินค้าได้อีก 3.5 ล้านทีอียู (หน่วยนับตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต) ส่งผลให้ท่าเรือทั้งหมดของฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทยรองรับตู้สินค้าได้มากกว่า 6 ล้านทีอียู กลายเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือขนส่งตู้สินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“การลงทุนมูลค่ามหาศาล โดยมีมูลค่าการลงทุนเกือบ 20,000 ล้านบาท (600 ล้านเหรียญสหรัฐ) ของฮัทชิสัน พอร์ท ในการก่อสร้าง นำเข้าเครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ในท่าเทียบเรือชุด D แสดงถึงความมุ่งมั่นของฮัทชิสันที่มีต่อประเทศไทยและท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงความตั้งใจพัฒนาและสร้างให้ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย เป็นท่าเรือชั้นนำของกลุ่มบริษัทฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” มร. สตีเฟ่น กล่าวปิดท้าย

 

เกี่ยวกับฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย 

ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (Hutchison Ports Thailand - HPT) ได้รับการก่อตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจขนส่งตู้สินค้าของประเทศไทย บริษัทฯ ตั้งอยู่ในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบนชายฝั่งของจังหวัดชลบุรีที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ลงมาเพียง 130 กิโลเมตร ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย ให้บริการอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ รวมถึง บริการสถานีขนถ่ายสินค้า ระบบรถไฟขนส่งรางคู่และมีเส้นทางเชื่อมต่อที่ดีกว่าสู่ทางหลวงสายหลักเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางในที่ต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีจุดให้บริการในแหลมฉบังอยู่ที่ ท่าเทียบเรือ A2 A3 C1 C2 D1 D2 และ D3

ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย เป็นสมาชิกของกลุ่มฮัทชิสัน พอร์ท ซึ่งเป็นส่วนงานหนึ่งของบริษัท ซีเค ฮัทชิสัน โฮลดิ้งส์ จำกัด (CK Hutchison Holdings Limited) ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านท่าเทียบเรือและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ฮัทชิสัน พอร์ท เป็นผู้ลงทุน พัฒนาและดำเนินกิจการด้านท่าเทียบเรือชั้นนำของโลก มีเครือข่ายท่าเทียบเรือถึง 51 แห่ง กระจายอยู่ใน 26 ประเทศทั่วโลก ทั้งใน เอเซีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ฮัทชิสัน พอร์ท ได้ขยายกิจการครอบคลุมไปถึงธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ ท่าเทียบเรือโดยสาร บริการท่าอากาศยาน ศูนย์กระจายสินค้า บริการขนส่งด้วยระบบรางและอู่ซ่อมเรือ