Biz Focus Industry Issue 084, January 2020

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

เวลาร์เทค เปิดแผนธุรกิจปี 63 เดินหน้าขยาย‌ฐาน‌ลูกค้า เสริมแกร่งองค์กร

เวลาร์เทค เปิดแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2563 มุ่งขยายฐานลูกค้าทุกระดับ พร้อมจับมือ Partner เพิ่มขนาดองค์กร มั่นใจแนวโน้มธุรกิจเติบโตแบบก้ากระโดด จากการต่อยอด IoT Platform และปัจจัยบวกทางการตลา

คุณพันชนะ ตันติพิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวลาร์ เทค จำกัด

คุณพันชนะ ตันติพิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวลาร์ เทค จำกัด กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายทางการตลาดปี 2563 ว่า เวลาร์ เป็นบริษัทที่พัฒนาและให้บริการ IoT Platform แก่องค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งเน้นการให้บริการองค์กรขนาดใหญ่เพื่อสร้างความเข้าใจ Process การทำงานที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยในปี 2563 จะเริ่มมีการขยายตลาดเข้าสู่องค์กรขนาดกลางและเล็กตามลำดับ ด้วยการเสริมทีมงานขายและทีมงานให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาสินค้าและการให้บริการ การจัดกลุ่มผู้ใช้งานตามอุตสาหกรรมและการเสริมทีมงานเฉพาะทางในอุตสาหกรรมนั้นๆ คอยเก็บ Requirement มาพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การทำงานของผู้ใช้งาน พร้อมเสริมความแข่งแกร่งด้วยการจับมือกับ Partner เพื่อทำการ Cross Marketing และ Cross Selling

“จุดเด่นของเวลาร์ คือเป็นบริษัทรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Mindset ของบุคลากร โดยมุ่งเน้นการลงทุนกับ Talent ที่มี Learning Curve ที่ดี ยึดมั่นกับการที่มี Growth Rate ที่สูง มีความพร้อมที่จะพัฒนา Business Model และ Solutions ใหม่ๆ ที่ทันสมัยและทำให้ผู้ใช้งานเป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งเวลาร์วางกลยุทธตัวเองเป็น IoT Partner ทำให้เวลาร์นั้นเปรียบเสมือน Tech Arm ที่พร้อมโตไปกับผู้ใช้งาน อีกทั้งเวลาร์ยังได้ให้บริการครอบคลุม แบบ Onestop เซอร์วิส ตั้งแต่การให้บริการและพัฒนาอุปกรณ์ การเชื่อมต่อระบบประมวลผล แอพพลิเคชั่นและบริการหลังการขายที่ ระบบ IoT Platform แบบครบวงจร และที่สำคัญคือ การเป็นองค์กรที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมไปถึงพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยก้าวทันโลกอยู่เสมอ” คุณพันชนะกล่าว

คุณพันชนะ กล่าวถึงหลัก‌การ‌บริหาร‌ที่‌ส่ง‌ผล‌ให้‌ประสบ‌ความ‌สำเร็จ‌ใน‌การ‌ดำเนิน‌ธุรกิจ‌ว่า เวลาร์ ยึดหลักแนวคิดแบบ Economies of Scale และแบบ Sharing โดยเน้นการพัฒนา Platform ที่เป็น Core หลักที่ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรมและจะ Customize ฟีเจอร์ย่อยๆ ที่เรียกว่า Module ให้ตอบโจทย์การทำงานของแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาไม่สูง ยิ่งมีคนใช้ยิ่งเยอะยิ่งต้นทุนต่ำ และบาง Module ที่พัฒนาให้ที่ใดที่หนึ่งแม้ว่าจะขาดทุนอาจกลับมา Turnover ได้ หากมีผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมอื่นต้องการ Module ที่คล้ายคลึงกัน เวลาร์ จึงเลือกที่จะพัฒนา Solutions ที่มี ROI ที่สูงสำหรับผู้ใช้งาน และเพื่อให้ผู้ใช้งานมี ROI ที่สูง เวลาร์ จึงเลือกใช้ Revenue Model แบบ Subscription Base ที่คิดค่าใช้จ่ายรายเดือนตามจำนวนที่ผู้ใช้งานใช้ ผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายเงินก้อนและหมดห่วงเรื่องการดูแลและพัฒนาระบบ เนื่องจาก Subscription ของ เวลาร์ ครอบคุมถึงการให้คำปรึกษา อบรม ดูแลและพัฒนาระบบสอดคล้องกับการที่เวลาร์ นั้นเป็น IoT Partner ของผู้ใช้งาน

ขณะที่ความสำเร็จและอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาในปี 2562 นั้น บริษัทมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น Middle-level Management สามารถปฏิบัติงานตามนโยบายและแผนงานที่กำหนด ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกอุตสาหกรรม จำนวน Talent ในบริษัทมีเพิ่มขึ้นถึง 200% เพื่อรักษาประสิทธิภาพขององค์กร และนำมาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน มีอิทธิพลต่อการบรรลุเป้าหมายและความมั่นคงขององค์กรต่อไป

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวลาร์เทค กล่าวว่า สำหรับ‌แนว‌โน้ม‌ของ‌ธุรกิจ‌‌เมื่อ‌เปรียบ‌เทียบ‌กับ‌ปี‌ที่‌ผ่าน‌มา‌ ‌ประเมินว่าธุรกิจจะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะบริษัทจะมีการต่อยอด IoT Platform เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ Market Size สำหรับ IoT Platform ขยายได้หลายเท่าตัวตามจำนวนตลาดที่บริษัทเลือกเจาะ อีกทั้ง Solutions มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยที่ Solutions อื่นๆ ในตลาดไม่ได้มีการพัฒนาต่อ ทำให้เวลาร์ มี Solutions ที่มีความแตกต่างกับคู่แข่งอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ใช้งานตัดสินใจเลือกใช้บริการกับเวลาร์ ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญบริษัทยัง‌มี‌การ‌พัฒนา‌เทคโนโลยี‌ใหม่ๆ ‌ตลอด‌เวลา‌ ‌เพื่อ‌ที่‌จะ‌ตอบ‌สนอง‌ใน‌ความ‌ต้องการ‌ของ‌ลูกค้าอีกด้วย

“เรามีการขยายทีมงานเฉพาะทางในทุกๆ ด้าน ทำให้มีความพร้อมในการให้บริการผู้ใช้งานทุกอุตสาหกรรม ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มีลดค่าใช้จ่าย HR เพื่อที่จะแข่งขันราคาในตลาด ด้วยเหตุนี้เราจึงเป็นตัวเลือกใหม่ที่ดีกว่าสำหรับผู้ใช้บริการระบบ GPS Tracking เดิมที่มี Business Model ที่มุ่งเน้นที่จะขายแต่อุปกรณ์ GPS Tracker สำหรับการต่อทะเบียนตามข้อกำหนดกรมการขนส่งทางบก เพราะเราให้บริการโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริงและมี ROI ที่วัดผลได้ชัดเจน” คุณพันชนะกล่าว

คุณพันชนะ กล่าวต่อถึงปัจจัย‌บวก‌ที่‌ส่ง‌ผล‌ดี‌ต่อ‌การ‌ดำเนิน‌ธุรกิจว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เรื่องที่ส่งผลดีต่อธุรกิจคือ 1. ข้อกำหนดใหม่ที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกกฎบังคับใหม่จะลดการแข่งขันลงในตลาดโดยการตัดสินค้าที่ไม่มีคุณภาพออก 2. บริษัทโทรคมนาคมและบริษัทขนาดใหญ่สนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในตลาด เปิดโอกาสการจับมือเพื่อขยายช่องทางการตลาดและการขาย 3. ในสภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี่มาใช้ในการสร้างจุดต่างด้วยการยกระดับการบริการและเพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงานพร้อมๆ กับลดค่าใช่จ่าย

4. เทรนการลงทุนในเทคโนโลยี่ที่เป็นรูปแบบ Subscription base มีความนิยมมากเพราะสามารถประโยชน์ที่ได้สามารถนำมาวัดผลได้อย่างชัดเจนด้วย ROI และไม่จำเป็นต้องลงทุนเงินก้อน 5.ระบบ ERP เป็นระบบที่ต้องใช้พนักงานค่อนข้างเยอะในการป้อนข้อมูลซ้ำๆ ทุกวัน ทำให้มี Human Error การอัพเดตข้อมูลที่ไม่เรียลไทม์และค่า HR ที่แพง Internet of Things (IoT) จึงมีบทบาทมากขึ้นในการป้อนข้อมูลเข้าระบบ ERP แทนมนุษย์ได้แบบเรียลไทม์

6. การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ ทำให้การขนส่งรูปแบบ express เติบโตมากขึ้นพร้อมกับการเพิ่มจำนวนของรถขนาดเล็กที่ใช้ในการขนส่ง 7.ตลาดเริ่มมองหาสินค้าและบริการที่คุ้มค่ามากกว่าสินค้าที่ถูกหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการเลือกใช้สินค้าและบริการที่ไม่มีคุณภาพ และ 8.กลุ่มลูกค้าที่ติดตั้งไปเมื่อ 3-5 ปีที่แล้วตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบกถึงรอบที่จะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เพราะอุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือสัญญาบริการหมดอายุ

ส่วนปัจจัย‌ลบ‌ที่‌ส่ง‌ผลก‌ระ‌ทบ‌ต่อ‌การ‌ดำเนิน‌ธุรกิจ‌‌นั้น คุณพันชนะมองว่าเป็นเรื่องการการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกทำให้กำลังการซื้อของตลาดลดลง คู่แข่งที่ไม่มีศักยภาพเลือกที่จะตัดราคาและขายขาดทุนทำให้ราคาในตลาดเสีย รวมถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์จากจีนไหลเข้ามาภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดการกดราคาตลาดลง

คุณพันชนะ กล่าวปิดท้ายถึง‌ข้อ‌เสนอ‌แนะ‌ที่‌อยาก‌ให้‌ภาค‌รัฐ‌รับ‌ทราบ‌เพื่อ‌ให้‌นำ‌แนวทาง‌จาก‌ผู้‌ประกอบ‌การ‌ไป‌พัฒนา‌อุตสาหกรรมว่า เรื่องแรกรัฐบาลควรยกระดับข้อกำหนดของ GPS Tracker เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะได้คัด GPS Vendor ที่ไม่มีคุณภาพออกและยกระดับการบริการให้เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลสามารถได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและมีคุณภาพมากขึ้น เรื่องที่สอง ควรให้ความสำคัญกับ Data มากขึ้นและนำ Data ที่มีมาวิเคราะห์แบบจริงๆ จังๆ เพื่อประกอบการออกนโยบายการบริหารประเทศในทุกระดับ

เรื่องที่สาม รัฐบาลควรยกระดับการทำงานทั้งหมดให้เป็นดิจิทัล เช่นการพัฒนาระบบกลาง Government Platform แบบเรียลไทม์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาบน dashboard เดียวทำให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการปัญหาและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการเปิดให้ภาคเอกชนสามารถใช้ข้อมูลที่สามารถนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ และเสริมศักยภาพในระบบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้หน่วยงานสัญชาติไทยสามารถไปแข่งขันกับบริษัทต่างชาติที่มีความพร้อมด้านข้อมูล

และสุดท้ายคือ ควรปรับเปลี่ยนหลักสูตรการศึกษาไทยโดยการจัดทำหลักสูตรที่เฉพาะทางในแต่ละอุตสาหกรรมสายงานและอบรมให้บุคคลกรพร้อมทำงานเมื่อจบการศึกษา เพราะบุคคลกรไทยที่พร้อมทำงานนั้นขาดแคลนมาก และบริษัทต้องใช้งบประมาณและต้องใช้เวลาในการอบรมนักศึกษาจบใหม่ไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจึงจะทำงานได้จริง พร้อมกับการให้ความสำคัญกับการพัฒนา mindset ของบุคคลกรให้สู้งานและพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา

อนึ่ง บริษัท เวลาร์ เทค จำกัด ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรรม 4.0 หรือ Industrial IoT ด้วย Solutions ต่างๆ ที่ประกอบด้วยระบบ Cyber-physical, Internet Of Things และ Cloud Computing ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาแบบครบวงจร โดยให้บริการระบบ Internet Of Things (IoT) แบบครบวงจรมีตั้งแต่ทีม R&D ที่ให้บริการพัฒนา Hardware และ Software มีเครือข่ายคู่ค้าทางธุรกิจที่ทำงานขายแบบ Direct sales บริการหลักที่เวลาร์เทคให้บริการอยู่คือระบบ IoT Ecosystem ที่มี Feature หลักเป็นระบบ Connected Vehicle เป็นระบบสำหรับบริหารจัดการระบบ logistics ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก