01Top_HachiEng

Biz Focus Industry Issue 100, May 2021

User Rating: 5 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar ActiveStar Active
 

N Health ชูศักยภาพผู้นำธุรกิจให้บริการโรงพยาบาลและองค์กรดูแลสุขภาพระดับสากล

N Health ประกาศความสำเร็จองค์กร เข้าสู่ทศวรรษที่ 2 แห่งการดำเนินงาน รุดเดินหน้าปี 64 มุ่งสร้างการเติบโตแข็งแกร่ง เป็นผู้ให้บริการด้านการสนับสนุนบริการทางการแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาล พร้อมวางเป้าอนาคตขยายบริการครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชนนอกเครือ

คุณณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลกลุ่ม 7.1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS)

คุณณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาลกลุ่ม 7.1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) เปิดเผยว่า ในปี 2564 บริษัทจะดำเนินธุรกิจครบรอบ 20 ปี ซึ่งหากมองย้อนกลับไป N Health ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2544 จากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ในช่วงหลังวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ.2540 หรือที่เรียกในประเทศไทยว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เพื่อดำเนินการในส่วนงานการให้บริการ หรือแชร์เซอร์วิสที่แยกออกมาเป็นบริษัทเพื่อปฏิบัติการอยู่เบื้องหลังโรงพยาบาลนอกเหนือจากการดูแลคนไข้โดยตรง โดยเริ่มต้นบริษัทมีหน้าที่ดูในเรื่องของห้องปฏิบัติการ การจัดซื้อกลาง และงานบัญชี ภายหลังจึงได้ขยายงานในเรื่องโลจิสติกส์ และวิศวกรรมทางการแพทย์เพิ่มขึ้น

หลังจากที่บริษัทมีการพัฒนาและขยายงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ N Health ได้เติบโตมาอย่างก้าวกระโดด ด้วยยอดขายที่เพิ่มสูงประมาณ 4,500-5,000 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งนับได้ว่าเราเป็นอันดับ 1 ในประเทศ เนื่องจากมีบริการมากมายที่แตกต่าง และยังครอบคลุมการให้บริการมากถึง 70 สาขา ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ กัมพูชา และ เมียนมาร์ รวมถึงสิงคโปร์ที่เป็น Holding Company ซึ่งบริษัทใช้เป็นฐานในการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

“ผมมีโอกาสได้เข้ามาร่วมงานที่ N Health เมื่อปี 2550 จนถึงวันนี้ก็นับเป็นเวลาถึง 14 ปี ที่ผมได้รับความไว้วางใจจากเครือ BDMS และลูกค้า ทำให้ได้มีโอกาสขยายธุรกิจจนเติบโตมาเรื่อยๆ จากยอดขายเมื่อก่อนซึ่งอยู่ที่ 200 ล้านบาท ก็โตถึง 5,000 ล้านบาทเมื่อปีก่อน (2562) โดยการเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ เกิดจากที่เราสามารถขยายกิจการ และปรับปรุงงานที่ทำอยู่เป็นประจำ พร้อมกับให้บริการลูกค้ารายอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเครือ อย่างเช่น โรงพยาบาลเอกชนอื่นๆ คลินิก หรือโรงพยาบาลภาครัฐทั่วประเทศ” คุณณรงค์ฤทธิ์กล่าว

ณ วันนี้ N Health มีบริการในด้าน Diagnostic ที่เกี่ยวกับห้องปฏิบัติการทั้งหมด ซึ่งมีอย่างครอบคลุม อาทิ Clinical Laboratory, Molecular Laboratory, Wellness Laboratory และ Pathology Laboratory หรือพยาธิวิทยา นอกเหนือจากงานทางห้องปฏิบัติการยังมี งานบริการทางด้าน วิศวกรรมทางการแพทย์ การทำให้ปราศจากเชื้อที่เรียกว่า Sterile Processing งานบริหารจัดการผ้าภายในโรงพยาบาลรวมถึงงานโลจิสติกส์ โดยการบริการแต่ละด้านจะมีบุคลากรผู้ชำนาญการเฉพาะทางที่ครบถ้วนคอยให้บริการ พร้อมมีระบบปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานระดับโลก เช่น มาตรฐาน HA, JCI และ ISO ยิ่งไปกว่านั้นคือมีวัฒนธรรมของนักบริการที่ N Health สร้างขึ้น เพราะเราเชื่อว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ได้ดูแลผู้อื่น การเป็นนักบริการทางการแพทย์ผู้อื่นต้องมาก่อนเสมอ ซึ่งที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นจุดเด่นที่สร้างความภูมิใจให้กับทุกคนในองค์กร และการที่ N Health มาถึงจุดนี้ได้ เป็นเพราะว่าการบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีมาตรฐานสูง

สำหรับการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมา คุณณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่มีความท้าทายในการดำเนินงานอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ N Health ต้องมีการปรับตัวในหลายๆ ด้าน โดยในส่วนของธุรกิจที่นอกจากจะต้องดำเนินธุรกิจของตัวเองแล้ว ยังดำเนินธุรกิจให้เครือทั้งหมดด้วย เพราะฉะนั้นหน้าที่หนึ่งของบริษัทคือ Healthcare Supply Chain โดยดูแลงานจัดซื้อทั้งหมดของโรงพยาบาล 50 แห่งของกลุ่ม BDMS ซึ่งในขณะที่มีการระบาดใหม่ของโควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าหน้ากากอนามัย และแอลกอฮอล์ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่ทั้งนี้ด้วย Service Medical Supply ของบริษัทค่อนข้างดี ทำให้มีเก็บไว้ใช้เพียงพอ จึงผ่านสถานการณ์ต่างๆ มาได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทเมื่อปีที่ผ่านมาลดลงจากปี 2562 อยู่ที่ 4,000 กว่าล้านบาท และอัตราการเติบโตลดลง 10% ซึ่งถือว่าไม่ลดมากนักเมื่อเทียบกับหลายๆ องค์กร ส่วนด้านกำไรยังคงอัตราใกล้เคียงเดิม เนื่องจากบริษัทมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งพยายามสื่อสารเน้นการทำงานกับพนักงานเป็นสำคัญ เพราะถือว่าพนักงานของ N Health เป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้อื่น ฉะนั้นหากไม่สามารถดูแลองค์กรได้ นั่นหมายความว่าจะดูแลสังคมไม่ได้เช่นกัน และด้วยเหตุนี้ทำให้บริษัทมีวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถนำพาบริษัทผ่านไปได้ด้วยดี

คุณณรงค์ฤทธิ์ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2564 ว่า ในปีนี้แผนการดำเนินงานคงคล้ายกับปีที่ผ่านมา แม้จะมีการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 แต่คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เนื่องจากมีการนำวัคซีนเข้ามาในประเทศแล้ว สำหรับ N Health เราตั้งเป้าจะเติบโตจากปีที่ผ่านมา 15% ด้วยการเน้นขยายธุรกิจไปนอกกลุ่ม BDMS รวมถึงการ Direct to Consumer ให้กับประชาชนทั่วไปมากขึ้น โดยประชาชนสามารถเข้ามารับบริการตรวจผลเลือดหรือผลต่างๆ กับห้องปฏิบัติการของ N Health ได้โดยตรง เพื่อนำผลไปให้แพทย์วินิจฉัยภายหลัง ซึ่งจะสามารถช่วยลดระยะเวลาการรักษา และลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้

ส่วนเรื่องของสินค้าและบริการ N Health ยังมีครอบคลุมตามแบบเดิม แต่สิ่งที่จะเน้นเป็นพิเศษคือการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น อย่างเรื่องวิศวกรรมทางการแพทย์ที่ได้นำ Healthcare Robotics มากใช้ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ทำงานอยู่ภายในห้องปฏิบัติการ โดยถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะสามารถลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคต่างๆ ได้ เพราะทำงานอยู่เฉพาะในพื้นที่ปิด และการนำหุ่นยนต์มาใช้ได้รับความนิยมอย่างมากจากหลายหน่วยงาน ซึ่ง N Health ก็มีให้บริการสำหรับโรงพยาบาลอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ ในโอกาสที่ N Health ครบรอบ 20 ปีในการดำเนินธุรกิจ บริษัทจึงถือโอกาสปรับปรุงห้องปฏิบัติการให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า Big Lab in the City ที่สามารถมองเข้าไปเห็นได้อย่างปรุโปร่ง ทิ้งภาพลักษณ์ของห้องแล็บแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด ให้สังคมรับรู้ถึงการมีของบริการในลักษณะนี้อยู่ เพราะหลายคนไม่ทราบ เนื่องจากเวลาไปโรงพยาบาลจะพบแค่หมอกับพยาบาล แต่ไม่รู้ว่ากระบวนการข้างหลังมีอะไรบ้าง ซึ่ง N Health เป็นคำตอบของทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเกี่ยวกับการรักษาโดยตรงหรือการสนับสนุนการบริหารจัดการโรงพยาบาลในด้านต่างๆ

คุณณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า ในการเติบโตของ N Health ด้วยศักภาพที่เรามีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ถึง 70 แห่งทั่วประเทศ และให้บริการทุกที่ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ฉะนั้นเรามั่นใจว่าในอนาคต สิ่งที่บริษัททำจะกลายเป็นระบบงานที่ใหญ่ โดยจะเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถปลั๊กอินกับหน่วยงานที่ให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่หน่วยงานระดับเล็กไปจนถึงระดับใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทยังเชื่อว่าแผนของ N Health จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมในด้านสาธารณสุขซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในเรื่องของการเป็น Medical Hub ของภูมิภาค

นอกจากนี้ ในอนาคตโรงพยาบาลอาจจะไม่ใช่ศูนย์กลางในการรักษาทุกอย่าง แต่โรงพยาบาลจะมีบทบาทเด่นในเรื่องของการรักษาพยาบาลที่เราเรียกว่า IPD หรือผู้ป่วยใน ที่มาโดยการนัด เพื่อมาทำหัตถการสำคัญๆ อย่างเช่น ผ่าตัด ทำคลอด หรือมาทำอะไรที่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือขนาดใหญ่ ส่วนระบบ OPD หรือผู้ป่วยนอก จะเป็นระบบนัดหมายโดยส่วนใหญ่ และมีระบบที่ไปบริการถึงบ้านมากขึ้น ซึ่งระบบนี้จะอยู่ภายในกรอบที่เรียกว่า Preventive Medicine คือเวชศาสตร์ป้องกัน จากระบบที่เน้น Treatment (การรักษา) จะเป็นระบบที่เน้นการป้องกันแทน ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าระบบเหล่านี้จะสร้างการเติบโตให้ N Health ได้อย่างแน่นอน

คุณณรงค์ฤทธิ์ เผยถึงวิสัยทัศน์ในการบริหารงานว่า ในเรื่องทางการแพทย์ สำคัญที่สุดคือเรื่องของความไว้วางใจ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องยึดเป็นหลักคือการสร้างความไว้วางใจ ด้วยมาตรฐานการบริการที่ดี รวดเร็ว และราคาที่แข่งขันได้ แต่ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของเราคือคน เพราะการบริการทางการแพทย์ เป็นบริการที่ต้องพึ่งความสามารถของมนุษย์ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีมาให้ใช้มากมาย แต่ว่าการรักษาพยาบาล ถือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ผู้ที่เจ็บป่วยเขาต้องการความปลอดภัย และก็ต้องการความสบายใจในขณะเดียวกัน เพราะฉะนั้นการบริการทางการแพทย์จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการ เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นมีกำลังใจในการให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ด้วยความสามารถต่อไป

“ผมอยากฝากให้สังคมให้กำลังใจคนทำงานในวงการนี้ ที่บางครั้งก็ปิดทองหลังพระ และบางครั้งอาจจะโดนมองว่าเป็นภาคเอกชนที่มีราคาสูง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเรามีมาตรการและการให้บริการที่เฉพาะตัวจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร สำหรับ N Health วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะดูแลสุขภาพให้กับประชาชนทั่วไป และประชาชนสามารถเข้าถึงเราได้ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะที่สาขาของเราโดยตรง หรือเข้าผ่านบริการกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หรือกลุ่มลูกค้าเรา” คุณณรงค์ฤทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

www.nhealth-asia.com

Page Visitor

028522734
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
16545
60871
196381
1509547
1699103
28522734
Your IP: 3.238.95.208
2021-09-29 06:42