BCH ปั้นแบรนด์ใหม่รุกตลาดทั้งในและ ตปท.

BHC ส่งแบรนด์ใหม่ “เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” เจาะกลุ่มลูกค้าเงินสดระดับกลาง-บน ประเดิมสาขาแรกในไทยย่านรัตนาธิเบศน์ เร่งเดินหน้าขยายสาขา 2 ที่เวียงจันทร์ สปป.ลาว ด้วยงบลงทุนกว่า 1 พันลบ. คาดสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 1/2563 พร้อมเผยทิศทางในปีนี้ มุ่งอัพเกรดรพ.ในกลุ่มเกษมราษฏร์เป็นหลัก

ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้เพิ่มแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” สำหรับการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศไทย นำร่องสาขาแรกด้วยการเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ มาเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อยกระดับให้เป็นโรงพยาบาลระดับพรีเมียม เจาะตลาดกลุ่มลูกค้าเงินสดระดับกลาง-บน

นอกจากมีการเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลแล้ว จะมีการปรับปรุงให้เป็น Accident Center และศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง อย่างครบวงจร ทั้ง ศูนย์โรคหัวใจ, โรคทางเดินอาหาร, และโรคเบาหวาน เป็นต้น รวมทั้งจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เป็นศูนย์ One stop Services เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

“ปัจจุบันโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนลสาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งเราได้อัพเกรดและปรับปรุงภาพลักษณ์ใหม่ให้กลายเป็นโรงพยาบาลที่ทันสมัย รองรับกลุ่มผู้เข้าใช้บริการที่จ่ายค่าบริการด้วยเงินสด ส่วนผู้ประกันตนทั้งหมดจะถูกโอนย้ายไปโรงพยาบาลการุญเวช รัตนาธิเบศร์ ซึ่งมีแผนจะเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ในอนาคต

สำหรับแบรนด์เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นแบรนด์เพิ่มขึ้นมาเสริมจากที่มีแบรนด์เกษมราษฎร์ที่ยังมีลูกค้าประกันสังคม ส่วนการุญเวช ที่ผ่านมาเป็นแบรนด์พัก หลังจากซื้อกิจการจากที่อื่นมา โดยจะทำการปรับปรุงระบบให้ได้มาตรฐานเดียวกัน และจะเปลี่ยนมาใช้แบรนด์เกษมราษฎร์ ซึ่งต่อไปแบรนด์การุญเวชจะมีน้อยลง และหมดไปในอนาคต” ดร.นพ.เฉลิมกล่าว

ส่วนแบรนด์เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล สาขา 2 จะอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว ภายใต้ชื่อโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ บนพื้นที่ 20 ไร่ มีขนาด 250 เตียง เฟสแรก 100 เตียง ด้วยงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท (รวมที่ดินกว่า 300 ล้านบาท) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการโอนที่ดิน และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่ 1/2563 ทั้งนี้ บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในเมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยบริษัทเป็นผู้ถือหุ้น 75% พาร์ทเนอร์ชาวไทย 10% และพาร์ทเนอร์ในสปป.ลาว 15%

“เราเล็งเห็นว่าสปป.ลาวเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและกำลังจะเป็นจุดเชื่อมต่อของ AEC อีกทั้งยังเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเจริญเติบโต เนื่องด้วยมีกลุ่มนักลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปเข้าไปลงทุนกันอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาคนลาวมีความนิยมและเชื่อมั่นในโรงพยาบาลของไทยจึงเดินทางเข้ามารักษาทางฝั่งจังหวัดหนองคาย และอุดรธานี เป็นจำนวนมาก

ดังนั้นเราจึงมองเห็นถึงโอกาสในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่อยู่ฝั่งสปป.ลาว รวมไปถึงประชากรเวียดนามที่ถือเป็นเมืองรอยต่อของประเทศไทยและสปป.ลาว ได้เดินทางเข้ามารับการรักษาอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล สาขานี้ ยังถือป็นโรงพยาบาลระดับพรีเมี่ยมที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในสปป.ลาว อีกด้วย” ดร.นพ.เฉลิมกล่าว

ด้านทิศทางการดำเนินงานในปี 2560 ดร.นพ.เฉลิม กล่าวว่า จะมุ่งเน้นไปยังการอัพเกรดโรงพยาบาลในกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฏร์เป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. โรงพยาบาลการรุญเวช ปทุมธานี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงภาพลักษณ์และยกระดับการให้บริการ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และจะเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปทุมธานี 2. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ปัจจุบันอยยู่ระหว่างการขยายห้องพักผู้ป่วยนอก และจัดตั้งเป็นศูนย์โรคหัวใจของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

3. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ จังหวัดเชียงราย จะมีการปรับปรุงมาตรฐานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ในกรุงเทพมหานคร และจัดตั้งศูนย์โรคหัวใจขนาดใหญ่พร้อมกับสร้างอาคารผู้ประกันตนเพิ่มอีก 1 อาคาร และ 4. คลินิคเกษมราษฎร์ ศรีบุรินทร์ สาขาอำเภอแม่สาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการ และจะเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ขนาด 30 เตียง เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้บริการจากเมียนมา

“เนื่องด้วยที่เรามีผู้ใช้บริการรวมทั้งหมดกว่า 3 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ประกันตนอยู่ในความรับผิดชอบประมาณ 8 แสนคน ดังนั้นเราจึงได้มุ่งอัพเกรดโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ที่มีอยู่เดิม และเป็นโรงพยาบาลที่ซื้อกิจการมาจากที่อื่น ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดให้มีความทันสมัยและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าประกันสังคมที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

โดยล่าสุดเราได้ซื้อกิจการโรงพยาบาลโสธราเวช ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และดำเนินการรีโนเวทภาพลักษณ์ใหม่ทั้งหมด พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ ฉะเชิงเทรา เพื่อขยายฐานลูกค้าในโซนภาคตะวันออกและเป็นศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลในเครือของบริษัท ซึ่งจะส่งผลให้เรามีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต” ดร.นพ.เฉลิมกล่าว

ดร.นพ.เฉลิม กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินงานในปี 2561 ว่า บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ รามคำแหง ขนาด 139 เตียง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2561 ขณะเดียวกันยังมีแผนที่จะเปิดตัวโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อรัญประเทศ ขนาด 130 เตียง บนพื้นที่ 16 ไร่ โดยจะเริ่มก่อสร้างในปลายปีนี้ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าเงินสดและประชาชนฝั่งกัมพูชาที่ข้ามชายแดนเข้ามารักษาในประเทศไทย

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทในการรีโนเวทและขยายอาคาร OPD ในส่วนของโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ สระบุรี เพื่อรองรับผู้ป่วยทั่วไปและผู้ใช้บริการที่เป็นกลุ่มลูกค้าเงินสด ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเข้าใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ปราจีนบุรี ขนาด 115 เตียง บนพื้นที่ 10 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกันตนในนิคมอุตสาหกรรม 304 และนิคมอุสาหกรรมโรจนะ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เชียงของ ขนาด 30 เตียง บริเวณเส้นทาง R3A ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ที่สำคัญระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว และจีน อีกด้วย

ดร.นพ.เฉลิม กล่าวถึงผลประกอบการในปี 2559 ที่ผ่านมาว่า บริษัทมีอัตราการเติบโตเพิ่มจากปี 2558 ประมาณ 13-14% ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2559 อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดให้บริการของโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ ฉะเชิงเทรา ที่จะครอบคลุมลูกค้าในโซนตะวันออก และส่งผลให้บริษัทมีรายได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนจุดเด่นที่ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างเนื่อง คือ บริษัทเป็นผู้ให้บริการทางด้านการแพทย์ที่มีผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้บริการในทุกระดับ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังมีการรับประกันคุณภาพและมาตรฐานโดยโรงพยาบาลในเครือทุกสาขา อีกทั้งยังมีการยกระดับการให้บริการและมาตรฐานทางด้านการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการขยายเครือข่ายไปยังทั่วประเทศและรุกไปยังตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ดร.นพ.เฉลิม กล่าวต่อถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าว่า ตนขอขอบคุณลูกค้าและผู้ใช้บริการทุกท่านที่มอบความไว้วางใจในในการให้บริการของโรงพยาบาลในเครือบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการและยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้การวินิจฉัยโรคและการรักษาพยาบาลสามารถตอบโจทย์กับลูกค้าได้ดีที่สุด