“JSP” เดินหน้าปรับลุคแบรนด์ใหม่ ส่ง 17 โครงการ รุกตลาดสังหาฯ

JSP เผยแผนปี 60 ปรับกลยุทธ์ 4 เรื่องหลักสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ บวกเปิดตัวโครงการใหม่อีก 17 โครงการ ทั้งใน กทม. ปริมณฑล และโซนภาคตะวันออก รับ EEC รวมมูลค่าประมาณ 1 หมื่นลบ. พร้อมตั้งเป้ารับรู้รายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% ด้วยยอดรับรู้รายได้ประมาณ 5,000 ลบ.

คุณธีระชาติ มโนธรรมรักษา กรรมการ บริษัท เจ.เอส.พี. แอสพลัส จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ครบทั้งฟังก์ชัน ภายใต้คอนเซ็ป “The Innovative city of Good living” เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทมีกลยุทธ์ในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนใน 4 เรื่องหลัก ประกอบไปด้วย

  1. J Series คือ การปรับแบรนด์และกลยุทธ์ของเซกเมนต์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมตามกลุ่มเป้าหมายของตลาด โดยมุ่งเน้นในการทำโครงการแนวราบที่ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทเป็นหลัก ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม อาทิ J Condo, J City, J Villa, J Biz และ J Grand เป็นต้น เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าที่สามารถรับทราบได้ทันทีถึงอัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์
  2. J-Touch Point คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้า ด้วยกลยุทธ์ J-Touch Point ผ่านงาน Exterior ซุ้มทางเข้า, ป้อมยาม, ป้ายต่างๆ ภายในโครงการ กลิ่นอโรม่าเฉพาะโครงการ การปรับการบริการ การต้อนรับของพนักงานขายและ Uniform ใหม่ แม่บ้าน รวมไปถึง รปภ.และการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มีความเป็นมืออาชีพและไม่ต่างจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับ Top 5
  3. J ID หรือ J Intelligent Design นวัตกรรมบ้านที่ผสมผสานด้วยฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านที่ประกอบไปด้วย I-Function การใช้พื้นที่สำหรับการจัดเก็บของได้อย่างคุ้มค่า, I-Energy การปรับลดใช้พลังงานภายในตัวบ้าน อาทิ การใช้หลอดไฟ LED เป็นต้น, I-Design การออกแบบให้มีความโปร่งโล่งระบายอากาศได้เป็นอย่างดี, I-Color การใช้สีภายในที่รู้สึกสบาย และ I-Channel การอำนวยความสะดวกในช่องทางการติดต่อสื่อสารให้กับลูกบ้าน

โดยให้บริการ Wi-Fi Internet ทั่วพื้นที่ส่วนกลางโครงการ เพื่อเชื่อมโยงการรับรู้ข่าวสารต่างๆ และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของลูกบ้าน และ 4. J Banking การประสานงานความร่วมกับธนาคารต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนในการอำนวยความสะดวกเรื่องการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกบ้านที่สนใจซื้อบ้านในโครงการ ซึ่งจะเป็นการปรับภาพลักษณ์ของ JSP ให้อยู่ในกลุ่มของ Super Premium ที่ลูกบ้านสามารถยื่นกู้ได้ 100%

“ด้วยการวิจัยและพัฒนา Product ภายในบริษัท ให้ตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ใน Gen X วัย 30 -40 ปี และ Gen Y วัย 20-30 ปีมากขึ้น รวมถึงการควบคุมระบบต้นทุนโครงการด้วยระบบการก่อสร้างแบบ Precast เพื่อให้เกิดการ Turn over สูง รวมถึงการปรับเป็นบ้านสร้างเสร็จก่อนขายเพื่อควบคุมมาตรฐานงานก่อสร้างได้รัดกุม การส่งมอบบ้านได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ประกอบกับการเสริมกลยุทธ์ด้านสินเชื่อกับธนาคารชั้นนำ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมเป็นพันธมิตรสินเชื่อปรับเรตติ้งบริษัทให้อยู่ในกลุ่มลูกค้าชั้นดี ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ากู้ซื้อบ้าน JSP ได้ 100-103% ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษเทียบเท่าบริษัท อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ” คุณธีระชาติกล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2560 บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 17 โครงการ  รวมเป็น 22 โครงการทั้งปี ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัดในโซนภาคตะวันออก โดยเฉพาะทำเลทอง รับเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC (Eastern Economic Corridor) ซึ่งมี 2 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรีและฉะเชิงเทรา โดยจะเปิดตัวในครึ่งปีแรก จำนวน  7  โครงการ ได้แก่ J condo พระราม 2, J condo บางเสร่, J City ติวานนท์-บางกะดี, J City รัตนาธิเบศน์–บางบัวทอง, J City วงแหวน-บางใหญ่, J Grand สาทร-กัลปพฤกษ์ และ J Grand Ville สาทร-กัลปพฤกษ์ รวมมูลค่าประมาณ 10,000  ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการในปีนี้ ตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% หรือมียอดรับรู้รายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยจะมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบ 80% และอีก 20% มาจากโครงการคอนโดมิเนียม และด้วยการเพิ่มนวัตกรรมบ้านชาญฉลาด JID โดยในปีนี้ที่มีโครงการกว่า 20 โครงการที่ลูกค้าจะได้พบเห็นในทุกทำเลศักยภาพ ยิ่งตอกย้ำถึงการก้าวสู่ผู้นำบ้านในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท จึงมั่นใจได้ว่าจะเติบโตตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

คุณธีระชาติ กล่าวปิดท้ายถึงจุดเด่นของบริษัทว่า ด้วยประสบการณ์การทำงานของทีมงานทุกฝ่ายที่มีคุณภาพผ่านงานโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มามากมาย และด้วยเป้าหมายของบริษัทที่เน้นกลุ่มบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท จึงอยากให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า จะได้รับบ้านที่มีคุณภาพดีในราคาที่ไม่เอื้อมถึงได้ และด้วยมาตรฐาน JID จะยิ่งทำให้สร้างความเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอน