“กรไทย” คว้า Prime Minister's Export Awards 2017

กรไทยรับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2560 (Prime Minister's Export Awards 2017) ประเภทรางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม (Best Halal ) การันตีผลิตภัณฑ์คุณภาพได้มาตรฐาน พร้อมมั่นใจเป้ารายได้ปีนี้พุ่งกว่า 2.8 พันลบ.

คุณวัชรลักขณ์ ตัณฑ์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรไทย จำกัด

คุณวัชรลักขณ์ ตัณฑ์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ปี 2560 (Prime Minister's Export Awards 2017) ประเภทรางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม (Best Halal) ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

สำหรับการเข้าร่วมประกวดในรางวัลดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่บริษัทได้เข้าไปมีส่วนร่วมและได้รับรางวัลในครั้งนี้ บริษัทได้มีการพิจารณารายละเอียดของประเภทรางวัลและสินค้าที่เหมาะสม รวมทั้งมีความพร้อมก่อนที่จะมีการเสนอชื่อและรายละเอียดการดำเนินการตามเกณฑ์การตัดสินของโครงการดังกล่าว โดยผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัล คือ ผลิตภัณฑ์ครีมเทียมโคคอฟ (Cocof)

“การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดของเรา ซึ่งรางวัลดังกล่าวได้รับมอบจากนายกรัฐมนตรีโดยตรง และได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหลายท่าน จึงทำให้รางวัลนี้ เป็นรางวัลที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมงานในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ

ประกอบกับ วิสัยทัศน์ของเราในการให้ความสำคัญกับชาวมุสลิม โดยสำนักงานของเราก็ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิมและพนักงานของเรา บางส่วนก็เป็นชาวมุสลิมด้วย นอกจากนี้ การได้รับรางวัลนี้ ยังช่วยให้เราสามารถที่จะนำตราสัญลักษณ์มาตีพิมพ์บนผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ และสร้างความมั่นใจในการส่งออกสินค้า หรือง่ายต่อการขยายฐานลูกค้าในประเทศกลุ่มมุสลิมมากขึ้น” คุณวัชรลักขณ์กล่าว

สำหรับการเข้าร่วมประกวดรางวัลประเภทอื่นๆ ในปีถัดไป บริษัทมีแผนจะเข้าร่วมประกวดสินค้าในกลุ่มรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) อย่างไรก็ตาม บริษัทจะต้องมีการพิจารณาความพร้อมภายในองค์กรและเกณฑ์การพิจารณาของประเภทรางวัลด้วย เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การพิจารณาและการปรับลดจำนวนรางวัลที่จะมอบในปีถัดไปด้วย

คุณวัชรลักขณ์ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจว่า บริษัทได้มีการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ มูลค่าประมาณ 40-50 ล้านบาท เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทสินค้า OTOP หรือ SME โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและพร้อมที่จะเดินเครื่องพาณิชย์ได้ในช่วงไตรมาสที่ 1/2561 นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะติดตั้งและปรับปรุงไลน์การผลิตในกระบวนการบรรจุสินค้า (Packaging) ให้มีความทันสมัยและได้มาตรฐานสากลมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นในปีหน้า รวมทั้ง การขยายตลาดในต่างประเทศทั้งในฐานลูกค้าเดิมและตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น อาทิ ประเทศฟิลิปปินส์และกัมพูชา เป็นต้น โดยผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งการออกบูธร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และการเข้าร่วมโครงการ Business Matching & Selling Mission ด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานสากลต่างๆ ซึ่งล่าสุดได้ผ่านการรับรองมาตรฐานทางอุตสาหกรรมอาหาร FSSC 22000 (Food Safety System Certification) ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐาน BRC และในส่วนของมาตรฐานอาหารยิว (Kosher Dietary Law) ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการขอรับการรับรองเป็นลำดับถัดไป

ส่วนเป้าผลประกอบการในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมกว่า 2,800 ล้านบาท ซึ่งจะมีสัดส่วนมาจากยอดขายต่างประเทศ 40% และยอดขายในประเทศ 60% สำหรับในไตรมาสที่ 3/2560 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถเติบโตได้ถึง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีความมั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถทำรายได้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน โดยรายได้หลักมาจากครีมเทียม 80% และอีก 20% จะเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมทั้งได้รับปัจจัยเสริมจากการรุกตลาดต่างประเทศด้วย

คุณวัชรลักขณ์ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทมีความภาคภูมิใจในการที่เป็นองค์กรของคนไทยและได้รับการยอมรับในตลาดโลก บริษัทมุ่งเน้นการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญมาโดยตลอด รวมทั้ง การทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง และการสร้างธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้องค์กรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป