ออริจิ้น เขย่าวงการอสังหาฯ Grand Opening โครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา

ออริจิ้น เขย่าวงการอสังหาฯ Grand Opening  โครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา

“ออริจิ้น” ประกาศความสำเร็จ เปิดตัวโครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา (KnightsBridge The Ocean Sriracha) อย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ชูจุดเด่นคอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่มีบวกทำเลที่ตั้งที่โดดเด่น ด้านหลังติดกับภูเขาเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้น และด้านหน้าติดทะเลเห็นวิวพระอาทิตย์ตก

คุณอรุช ช่างทอง EVP of Eastern Seaboard Business บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

คุณอรุช ช่างทอง EVP of Eastern Seaboard Business บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยถึงรายละเอียดในโครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา (KnightsBridge The Ocean Sriracha) ว่า โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปลายปี 2558 และแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2560 ล่าสุดเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ที่ผานมา โดยโครงการมีมูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท

สำหรับโครงการ ไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา (KnightsBridge The Ocean Sriracha) ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 4 ไร่ โดยเป็นอาคารคอนโดมิเนียม High Rise สูง 36 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 720 ยูนิต มีราคาเริ่มต้น 2.9 -15 ล้านบาท ประกอบด้วย ห้องพักประเภท 1 Bedroom 28-34.90 ตารางเมตร, ห้องพักประเภท 2 Bedrooms แบ่งเป็น Suit (C1) Suit (C2) Suit (C3), ห้องพักประเภท Duplex 52.00-101.50 ตารางเมตร และห้องพักประเภท Penthouse  87.50-93.00 ตารางเมตร

ส่วนจุดเด่นของโครงการนี้คือ เป็นคอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่มีทำเลที่ตั้งที่โดดเด่นด้วยด้านหลังติดกับภูเขาสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้น และด้านหน้าติดทะเลมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตก อีกทั้งตัวอาคารยังมีความสูงกว่าโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกันทำให้สามารถมองเห็นวิวโดยรอบโครงการได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการบริหารงานที่เอื้ออำนวยต่อลูกค้าที่เป็นนักลงทุนโดยมีแบรนด์คราวน์ เรสซิเดนซ์ (Crown Residences) เป็นผู้ดำเนินการจัดหาและคัดเลือกผู้พักอาศัยให้แก่ลูกค้าที่ต้องการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม อีกทั้งยังมีการันตีผลตอบแทนให้กับลูกค้าที่เป็นนักลงทุนอีกด้วย

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังถือเป็นโครงการที่แวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญที่จะรองรับบการทำกิจกรรมต่างๆ ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น เช่น สถานีรถไฟแหลมฉบัง, สถานีรถไฟท่าเรือแหลมฉบัง, โรบินสัน สาขาแปซิฟิค พาร์ค ศรีราชา, Harbour Mall และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เป็นต้น นอกจากนี้ยังถือเป็นคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงเพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยในอนาคตจะมีการเกิดขึ้นของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และโครงการ EEC ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการผลักดันอยู่ในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันโครงการนี้ยังตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตให้กับทั้งลูกค้าชาวญี่ปุ่นและชาวไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยมีส่วนกลางที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าใกล้เคียงกับโรงแรมระดับหรู เช่น พัตต์กอล์ฟ, Baby Park, ห้อง Home Theater, Multi-function Room, Golf Simulator Room, Laundry Room, สระว่ายน้ำชั้น 4, สระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้า, Sky Fitness, Sky Lounge, Tatami Room, Japanese Garden, ออนเซน, Hi-Speed Internet, รถ Shuttle Bus และสัญญานเคเบิลทีวีของญี่ปุ่น เป็นต้น

“เนื่องจากในย่านนี้มีชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันภายในห้องพักแต่ละห้องของโครงการนี้ยังมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมกับตู้เซฟนิรภัยที่ทางโครงการมอบให้ อีกทั้งยังมีชักโครกระบบอัตโนมัติและอ่างอาบน้ำระบบน้ำวนที่จะให้ความผ่อนคลายกับลูกค้าในหลังเลิกงาน รวมถึงมีปุ่มกดขอความช่วยเหลือที่จะส่งสัญญาณไปยังส่วนกลางไว้สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน รวมทั้ง เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคตอีกด้วย” คุณอรุชกล่าว

คุณอรุช กล่าวต่อถึงกลยุทธ์การตลาดว่า บริษัทมีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านป้ายโฆษณาต่างๆ และมีการบอกต่อของลูกค้าเดิมไปยังลูกค้าใหม่ หรือที่เรียกว่าเพื่อนบอกต่อเพื่อน ตลอดจนมีการลงพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมือกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ทำงานในโรงงานได้มากขึ้น ส่วนทางออนไลน์จะเป็นการโปรโมทผ่าน Google, Facebook และเว็บไซต์ต่างๆ พร้อมทั้งมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น แถมเฟอร์นิเจอร์, ผ้าม่าน และส่วนลดในการโอน เป็นต้น