SMPP รุกตลาดอสังหาเต็มสูบ

SMPP รุกตลาดอสังหาเต็มสูบ

SMPP ปลื้มโครงการ Valerie Office Center ผลตอบรับดี เตรียมส่งมอบ 6 อาคาร มี.ค. คาดปิดการขายทั้งหมด ต.ค.ปี 61 ชูจุดเด่นมินิออฟฟิศ ภายใต้ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากกลิ่นอายยุคเรเนซองซ์ของยุโรป หนุนการลงทุนที่มีความคุ้มค่า พร้อมเร่งเดินหน้าพัฒนาคอนโดฯ สไตล์รีสอร์ทติดรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 5 ไร่

คุณเอกรัฐ จำปา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอ็ม พรอพเพอร์ พลัส จำกัด

คุณเอกรัฐ จำปา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอ็ม พรอพเพอร์ พลัส จำกัด หรือ SMPP ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เปิดเผยถึงรายละเอียดของโครงการวาเลอรี ออฟฟิศ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ (Valerie Office Center) ว่า ภายหลังจากที่มีการเปิดตัวโครงการเฟส 1 เมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าดีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ระหว่างการเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าในเดือนมีนาคมจำนวน 6 อาคาร ส่วนที่เหลืออีก 4 อาคาร คาดว่าจะสามารถปิดการขายและทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในเดือนตุลาคม 2561

โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ติดกับถนนเทพารักษ์ กิโลเมตรที่ 7 ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีทั้งหมด 2 เฟส โดยเฟสแรกมีมูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน 5 ชั้น จำนวน  10 อาคาร มีพื้นที่ขนาด 120-150 ตารางวา โดยมีราคาเริ่มต้น 47-72 ล้านบาท ส่วนเฟสที่ 2 คาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในระยะเวลา 2-3 ปีภายหลังจากที่ปิดการขายและมีการเปิดใช้งานเฟสแรกอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจให้กับบริษัทได้อย่างมั่นคง

สำหรับจุดเด่นของโครงการนี้ คือ เป็นอาคารมินิออฟฟิศที่ถูกออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจจากกลิ่นอายยุคเรเนซองซ์ของยุโรป อีกทั้งยังผสมผสานระหว่างความเป็นคลาสสิคกับโมเดิร์นสไตล์ไว้อย่างลงตัว ตัวอาคารมีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เน้นถึงความหรูหรา วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งอยู่ในเกรดพรีเมียม บวกกับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่ปราศจากเสียงรบกวนทำให้มีบรรยากาศที่น่าทำงานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็น New Business Landmark แห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งที่มีทำเลที่ตั้งที่สามารถเดินทางไปยังเชื่อมต่อกับทางด่วนได้หลายเส้นทาง เช่น ทางด่วนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) ที่สามารถเชื่อมต่อทางด่วนชั้นในและรอบนอกของกรุงเทพมหานครได้ และสามารถขึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษกไปยังถนนพระรามที่ 2 เพื่อเชื่อมต่อไปยังจังหวัดสมุทรสาครหรือเดินทางไปยังภาคใต้ รวมทั้งมุ่งหน้าไปถนนมอเตอร์เวย์เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีหรือระยองได้ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังสามารถเดินทางไปสนามบินนานาสุวรรณภูมิที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 20 กิโลเมตรได้อย่างสะดวก อีกทั้งจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีศรีด่านที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งห่างจากโครงการประมาณ 3 กิโลเมตร รวมทั้งยังสามารถเดินทางไปยังศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและการจัดประชุมระดับนานาชาติได้อย่างสะดวกอีกด้วย

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศ, ลิฟท์โดยสารระบบ Touch Screen, ระบบไฟฟ้าภายในอาคารแบบ LED, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับสำนักงาน, การนำระบบสายไฟฟ้าลงพื้นดิน, เข้าออกโครงการด้วยระบบคีย์การ์ด, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, กล้อง CCTV ภายในอาคาร และกล้อง CCTV โดยรอบโครงการ เป็นต้น

“โครงการนี้ ได้รับการตอบรับและได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้านักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาต่างก็ได้รับการติดต่อเข้ามาเพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดงานอีเว้นท์ต่างๆ และถ่ายโฆษณาอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโครงการและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเดิมได้อีกหนึ่งรูปแบบ ดังนั้นจึงอยากขอเชิญชวนลูกค้าและผู้สนใจให้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ เนื่องจากตัวโครงการได้รับการออกแบบที่ดี โดยทีมผู้ออกแบบและก่อสร้างที่เป็นคนไทย ซึ่งมีคุณภาพและมาตรฐานเทียบเท่ากับมาตรฐานยุโรป และยังถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก” คุณเอกรัฐกล่าว

คุณเอกรัฐกล่าว ต่อว่า นอกเหนือจากโครงการวาเลอรี ออฟฟิศ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ (Valerie Office Center) แล้ว ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการเซลฟ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ (Selve Srinakarin-Teparak) ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเทพา ถนนเทพารักษ์ ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ มีมูลค่าโครงการกว่า 3,300 ล้านบาท โดยได้เริ่มก่อสร้างในเดือนมกราคม 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในกลางปี 2563 (แล้วเสร็จใกล้พร้อมกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเทพา)

โดยโครงการ เซลฟ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ (Selve Srinakarin-Teparak) เป็นอาคารคอนโดมิเนียม สูง 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร จำนวนรวม 1,470 ยูนิต เฉลี่ย 120-200 ยูนิตต่ออาคาร ขนาดห้องพัก 28-48.5 ตารางเมตร โดยมีราคาเริ่มต้น 990,000-4,200,000 บาท โดยคาดว่าจะเปิด Pre-Sale ในช่วงเดือนมีนาคม 2561

สำหรับจุดเด่นของโครงการเซลฟ ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ (Selve Srinakarin-Teparak) จะเป็นคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ท ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 5 ไร่ ที่มาพร้อมกับสนามกีฬาและพื้นที่สำหรับพักผ่อน เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตกับผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่มให้ได้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว และได้ใช้ชีวิตที่ได้รับการพักผ่อนโดยแท้จริง รวมทั้งยังมีห้องพักให้เลือกระหว่างพื้นที่ครัวแบบปิดกับแบบเปิดอีกด้วย

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ, ห้องออกกำลังกาย, ห้องอเนกประสงค์, สวนพักผ่อน, ลู่วิ่ง, ลู่ปั่นจักรยาน, Co-working Space, ลิฟต์โดยสาร,  Access Card Control, กล้อง CCTV ภายในอาคาร และกล้อง CCTV โดยรอบโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับแผนการพัฒนาโครงการโครงการคุณภาพในอนาคต จะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทภายใต้ชื่อ “เซลฟ” อีก 2 โครงการ โดยโครงการแรกจะตั้งอยู่ในพื้นที่โซนลาดพร้าว มูลค่าโครงการ 2.7 พันล้านบาท และโครงการที่ 2 ตั้งอยู่ในพื้นที่โซนรัชดาภิเษก ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาถึงมูลค่าการลงทุน โดยยังคงมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนโดยแท้จริง

ส่วนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในแนวราบ ยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในพื้นที่โซนจังหวัดสมุทรปราการเป็นหลัก โดยเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านทาวน์เฮ้าส์ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2562 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ลงทุนก่อสร้างโครงการ Mixed-Use ในพื้นที่โซนสุขุมวิท โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท

คุณเอกรัฐ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทใส่ใจในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพในทุกโครงการ โดยเริ่มตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ก่อนการก่อสร้างเพื่อให้สามารถรองรับกับการใช้ชีวิตของลูกค้าในอนาคตได้อย่างสะดวก อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่างๆ ที่บริษัทได้มอบให้ยังมีคุณภาพดีและมาตรฐานระดับพรีเมียม ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ลูกค้า กลุ่มนักลงทุน และผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย ให้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง ดั่งสโลแกนของบริษัทที่ว่า “ลงทุนคุ้มค่า ลงทุนกับ SMPP”