“เฮลิกซ์” เปิดแผนธุรกิจปีจอ ตั้งเป้ากวาดรายได้ 7 พันลบ.

“เฮลิกซ์” เปิดแผนธุรกิจปีจอ ตั้งเป้ากวาดรายได้ 7 พันลบ.

เฮลิกซ์เผยแผนธุรกิจปีนี้ อัดงบลงทุน 1.3 หมื่นลบ. ผุดคอนโดฯ 4 โครงการและทาวน์เฮ้าส์อีก 10 โครงการ เกาะแนวรถไฟฟ้าและกรุงเทพฯ รอบนอก คาดรับรู้รายได้ 7 พันลบ. จากโครงการที่แล้วเสร็จในปีที่ผ่านมาและโครงการที่จะโอนในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าเติบโตปี 63 มีรายได้กว่า 1.2 หมื่นลบ.

คุณจุฑา พรมชินวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด

คุณจุฑา พรมชินวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด ในเครือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANANDA ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรคุณภาพ เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทได้มีการกำหนดแผนที่จะลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 13,000 ล้านบาท ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม จำนวน 4 โครงการ โดยเล็งทำเลที่ตั้งเกาะติดตามแนวรถไฟฟ้า อาทิ เส้นสุขุมวิท เป็นต้น มูลค่าการลงทุน 5,000 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 10 โครงการ ในเขตกรุงเทพฯ รอบนอก อาทิ ประชาอุทิศ, ศรีนครินทร์ และสุขสวัสดิ์ เป็นต้น มูลค่าการลงทุน 8,000 ล้านบาท

สำหรับปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถรับรู้รายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้าง 1,500 ล้านบาท จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม 3,000 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ในปัจจุบันบริษัทยังมีงานในมือ (Backlog) กว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปีนี้

สำหรับรายได้ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะรับรู้รายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยจะมาจากงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมประมาณ 3,500 ล้านบาท รายได้จากการพัฒนาโครงการทาวน์เฮ้าส์ 1,500 ล้านบาท และงานรับเหมาก่อสร้าง 2,000 ล้านบาท โดยในช่วงต้นปี 2561 บริษัทมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จที่พร้อมโอนให้กับลูกค้าอีกหลายโครงการจึงทำให้มีการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง

“เฮลิกซ์ เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบ Integrated Company โยดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทแนวสูงและแนวราบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการแบ่งสัดส่วนงานก่อสร้าง 20% งานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 80% (คอนโดมิเนียม 60% และทาวน์เฮ้าส์ 40%) ดังนั้น ด้วยรูปแบบการดำเนินดังกล่าวจึงทำให้เรามีการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี”  คุณจุฑากล่าว

ส่วนเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตทั้ง 2 ธุรกิจที่บริษัทดำเนินอยู่ (งานรับเหมาก่อสร้างและงานพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์) โดยตั้งเป้าในปี 2562 มีรายได้ 10,000  ล้านบาท และในปี 2563 มีรายได้ 12,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องด้วยทีมงานของบริษัทต่างเป็นทีมบุคลากรรุ่นใหม่จึงต้องมีการตั้งเป้าหมายที่มีความท้าทายกับความรู้ความสามารถจึงทำให้เกิดการพัฒนาได้เป็นอย่างดี

คุณจุฑา กล่าวต่อถึงแนวโน้มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้คาดการณ์ว่า จะดีกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ด้วยโครงการต่างๆ ที่ภาครัฐเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น และการปรับราคาของวัสดุก่อสร้างที่ถูกลง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มที่จะมีการขยายการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อรองรับการแข่งขันดังกล่าว บริษัทจึงต้องมีการเพิ่มในเรื่องของคุณภาพสินค้าและการบริการที่จะสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง

ประกอบกับ เมื่อตลาดคึกคักจะทำให้เกิดผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหม่ที่จะเข้ามาเล่นตลาดนี้มากขึ้น จึงทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเกิดการแข่งขันในการรับงานมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความกังวลแต่อย่างใด ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่สามารถสอดรับกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากงานภายนอกที่บริษัทรับก่อสร้างแล้ว ยังมีงานจากบริษัทแม่อีกด้วย ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนงานภายนอกกับ ANANDA อยู่ที่ 60 : 40 และจะพยายามปรับสัดส่วนให้เท่ากัน 50 : 50 ในอนาคต

สำหรับจุดเด่นและจุดแข็งของบริษัทที่ทำให้สามารถดำเนินธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสามารถในการควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและมีทีมงานก่อสร้างที่มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดี จึงทำให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการบริหารจัดการระยะเวลาในการก่อสร้างที่มีขั้นตอนสามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อนแผนการก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน บริษัทมีประสบการณ์ในด้านงานก่อสร้างมาอย่างยาวนานและมีการพัฒนาการให้บริการที่ดีขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งนอกจากการก่อสร้างที่รวดเร็วแล้ว บริษัทยังสามารถเก็บรายละเอียดและแก้ไขงานได้อย่างรวดเร็ว ตามมาตรฐานคุณภาพของงานก่อสร้าง ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทมุ่งเน้นผลงานที่สามารถตอบโจทย์และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ราคาที่จับต้องได้ และการบริการหลังการขายที่พร้อมรับในทุกความต้องการของลูกบ้าน อาทิ โครงการยูนิโอ สุขุมวิท 72 ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าต่างชาติ ซึ่งมียอดจองกว่า 400 ยูนิต เป็นต้น

คุณจุฑา กล่าวต่อถึงหลักในการบริหารจัดการองค์กรและบุคลากรว่า ตนมุ่งเน้นการทำงานเป็นทีมภายใต้วัฒนธรรมแบบพี่น้อง ตลอดจนการลงพื้นที่ตามไซต์งานก่อสร้างโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกน้องในทุกระดับงาน ตั้งแต่ระดับผู้จัดการโครงการก่อสร้างจนถึงระดับพนักงานก่อสร้าง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความสนิทเป็นกันเอง ซึ่งจะทำให้ลูกน้องมีความสุขและทำงานร่วมกับบริษัทอย่างยาวนาน

ด้านหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ไปยังลูกน้อง ตนจะใช้การปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง อาทิ การลงมือฉาบ Skim หรือการปูกระเบื้องที่ถูกต้อง เป็นต้น และสอนพนักงานทุกคนให้ยึดกลยุทธ์ “อย่าเป็นนักบริหาร ต้องเป็นแม่ทัพ แม่ทัพที่ลงไปทำงานจริงๆ” โดยทุกๆ วันศุกร์ทีมงานจะลงพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างต่างๆ ให้ทีมงานได้เห็นผลงาน อาทิ ทีมออกแบบได้เห็นผลงานการออกแบบ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นเช่นไรและมีความยากง่ายอย่างไร เป็นต้น

“จากที่ตนใช้หลักการบริหารดังกล่าว ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก โดยลูกน้องต่างได้รับความรู้และสร้างความสัมพันธ์อันดีที่ทีมบริหารได้ลงไปพบปะพูดคุย สร้างความผูกพันในรูปแบบของเพื่อนร่วมงานและพี่น้องได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง เมื่อเราลงพื้นที่เราจะไม่เรียกว่าแรงงานก่อสร้าง แต่เราจะเรียกพวกเขาว่า “นักสร้าง” ซึ่งเป็นการให้เกียรติ เพราะพวกเขาเป็นคนสร้างเป็นคนลงมือรังสรรค์ผลงานต่างๆ เพื่อให้ทีมงานรู้สึกถึงความภาคภูมิใจและรับรู้ถึงคุณค่าของตนเอง” คุณจุฑากล่าว

คุณจุฑา กล่าวต่อถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้า ทั้งด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ว่า เฮลิกซ์ เป็นบริษัทน้องใหม่ที่เข้ามากลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าที่มีความสนใจ บริษัทมุ่งพัฒนาคุณภาพและการให้บริการอยู่เสมอ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันมีผลงานโครงการคุณภาพต่างๆ มากมายจึงอยากให้ลูกค้าเชื่อมั่นและไว้วางใจ