“ซังโกะ ไดคาซติ้ง” ประกาศแผนธุรกิจปี 61

“ซังโกะ ไดคาซติ้ง” ประกาศแผนธุรกิจปี 61

“ซังโกะ ไดคาซติ้ง” เตรียมรีโนเวทอาคารนำเข้าเครื่องจักรใหม่เร่งขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีกเท่าตัว รองรับความต้องการของลูกค้า ด้วยงบลงทุน 40 ลบ. คาดแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์กลางปีนี้ ชูจุดเด่น สินค้ามีคุณภาพดี การส่งมอบงานให้ลูกค้าตรงเวลา ด้านผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้าแตะ 500 ลบ.

คุณรัฐวัฒน์ ศุขสายชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานทั่วไป บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

คุณรัฐวัฒน์ ศุขสายชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานทั่วไป บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SANKO ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทมีแผนรีโนเวทอาคารโรงงานและนำเข้าเครื่องจักรใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิต รองรับความต้องการของลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

โดยคาดว่าจะใช้งบในการดำเนินการ 40 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ารีโนเวทอาคาร 2 ล้านบาท ส่วนอีก 38 ล้านบาท จะเป็นค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเครื่องจักร เช่น เครื่องไดแคสติ้ง, เครื่องจักร CNC, เครื่อง CCM และเตาหลอม เป็นต้น โดยเครื่องจักรดังกล่าวจะเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากต่างประเทศ ประกอบด้วย เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น 80% และเทคโนโลยีจากยุโรปอีก 20% โดยคาดการณ์ว่าภายหลังจากที่มีการดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จและเดินเครื่องพาณิชย์อย่างเต็มกำลังในช่วงกลางปีนี้ จะสามารถผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นได้อีกถึง 10%

“ในปี 2560 ที่ผ่านมาเรามีการติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิตแล้ว 2 เครื่อง และมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ขนาด 300 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี และในปีนี้เราจึงเดินหน้าโครงการใหม่ โดยติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มอีกหลายตัวพร้อมทั้งรีโนเวทอาคารเดิมและปรับปรุงพื้นที่ให้มีความลงตัวก่อนที่จะติดตั้งเครื่องจักร รวมถึงอาจมีการสร้างอาคารย่อยเพิ่มอีก เพื่อจัดเก็บสารเคมีและวัตถุดิบที่ย้ายมาจากอาคารโรงงานเดิมอีกด้วย” คุณรัฐวัฒน์กล่าว

คุณรัฐวัฒน์ กล่าวต่อถึงจุดเด่นของสินค้าว่า สินค้าของบริษัทมีคุณภาพดี และการส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้ตรงเวลา นอกจากนี้ ในกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการสั่งซื้อสินค้าหรือมีออเดอร์เร่งด่วน บริษัทยังพร้อมที่จะตอบสนองในการผลิตสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าอย่างทันท่วงที และเนื่องด้วยสินค้าของบริษัทเป็นสินค้าที่ใช้ในการประกอบยานยนต์ ดังนั้น กระบวนการผลิตจะเน้นคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก จึงส่งผลให้บริษัทได้รับการยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าด้วยดีเสมอมา

ด้านผลประกอบการในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 500 ล้านบาท โดยเพิ่มจากปี 2560 ที่สามารถสร้างรายได้เพียง 430 ล้านบาท คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเป็นไปได้อย่างแน่นอนเนื่องด้วยจะได้รับปัจจัยบวกจากออเดอร์ของลูกค้าเก่าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเครื่องจักรยังมีความพร้อมที่จะผลิตสินค้าตามออเดอร์จากลูกค้าใหม่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สวนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ตนมองว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงผันผวน ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งเน้นในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้ลดลงเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาผลประกอบการไว้ในระดับที่พึงพอใจ และคาดว่าบริษัทจะสามารถเติบโตเพิ่มปีละ 10% อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนระยะกลาง บริษัทมองว่าปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการใช้รถยนต์และยอดสั่งซื้ออะไหล่รถยนต์ลดลง ดังนั้นจึงต้องเตรียมการผลิตสินค้าประเภทอื่น เช่น งานหล่อของตกแต่งบ้านแทนที่อะไหล่รถยนต์ เป็นต้น ส่วนแผนในระยะยาว อาจมีการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์รายอื่นที่มี Know-how ในการทำธุรกิจอื่นๆ ทดแทนธุรกิจผลิตอะไหล่ยานยนต์ หรืออาจหา Know-how มาปรับใช้ในการทำธุรกิจทดแทนธุรกิจอะไหล่ผลิตยานยนต์

ด้านหลักการบริหารภายในองค์กร ตนจะมุ่งเน้นในการสร้างบรรยากาศให้ที่ทำงานเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพนักงาน อีกทั้งยังมีต้นไม้ภายในโรงงานสร้างบรรยากาศอันร่มรื่น ซึ่งจะทำให้พนักงานทำงานโดยไร้ความเครียด ประกอบกับบริษัทยังมีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในโรงงานเพื่อลดปัญหากู้เงินนอกระบบของพนักงาน รวมถึงการจัดให้มีห้องรับเลี้ยงเด็กรองรับพนักงานที่เป็นแม่ลูกอ่อนอีกด้วย โดยการดำเนินตามที่กล่าวมาข้างต้นส่งผลให้พนักงานมีความรู้สึกดีและผูกพันกับองค์กร ซึ่งจะทำให้องค์กรเกิดการพัฒาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

ส่วนการส่งต่อองค์ความรู้ไปยังพนักงาน ในทุกปีบริษัทจะมีการจัดหลักสูตรให้ความรู้สำหรับพนักงานกว่า 100 หลักสูตร เพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและพัฒนาองค์กร โดยจะมีห้องจัดประชุมสำหรับอบรมพนักงาน ซึ่งในอนาคตจะมีการผลักดันให้เป็นเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ และเปิดให้นักศึกษาเข้ามาหาความรู้เกี่ยวกับการผลิตอะไหล่ยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานหล่อ ซึ่งในสถาบันการศึกษาไม่ค่อยมีการจัดการเรียนการสอนอีกด้วย