เปิดแผนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของ BAFS

เปิดแผนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของ BAFS

BAFS เสริมแกร่งองค์กร เดินหน้าลุยโครงการขยายระบบบริการเติมน้ำมันอากาศยานทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ และโครงการขนส่งน้ำมันทางท่อภาคพื้นดิน งบลงทุนร่วมหมื่นล้านบาท คาดแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 63 หนุนรายได้โตต่อเนื่อง บวกส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และรักษาสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำวิสัยทัศน์การบริการธุรกิจพลังงานด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กลุ่มบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS GROUP ประกอบด้วย บริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ให้บริการจัดเก็บ ขนส่ง และเติมน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและดอนเมือง บริษัทไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด หรือ TARCO ให้บริการส่งน้ำมันอากาศยานผ่านระบบท่อแรงดันสูง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทบริการน้ำมันอากาศยาน จำกัด หรือ IPS สนับสนุนแรงงานให้บริการระบบจัดเก็บ และเติมน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยาน สมุย สุโขทัยและตราด บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ FPT บริการเก็บรักษาและขนส่งน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ทางระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน และบริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ BID ดำเนินการวิจัย พัฒนา ปรับปรุง ออกแบบ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการให้สิทธิและให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

คุณประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

คุณประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทยังคงมีการลงทุนใน 2 โครงการหลัก ซึ่งต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการขยายระบบบริการเติมน้ำมันอากาศยานทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อรองรับแผนการขยายท่าอากาศยานตามแผนแม่บทของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาขน)

ส่วนโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อภาคพื้นดินไปยังภาคเหนือ มูลค่าการลงทุน 9,700  ล้านบาท จากคลังน้ำมันบางปะอิน จ.อยุธยา ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทในกลุ่ม คือ บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด หรือ FPT เป็นโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างคลังน้ำมันและท่อส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือ แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 อยู่ในระหว่างการก่อสร้างและวางระบบท่อจากคลังน้ำมันบางปะอินไปยังคลังน้ำมันที่พิจิตร มีความยาวของเส้นท่อ 367 กิโลเมตรส่วนระยะที่ 2 ดำเนินการก่อสร้างและวางระบบท่อจากคลังน้ำมันที่พิจิตรไปยังคลังน้ำมันที่ลำปาง มีความยาวของเส้นท่อ 202 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ความยาวของท่อตลอดโครงการจะมีความยาวทั้งสิ้น 569 กิโลเมตร โดยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างและวางท่อส่งน้ำมันตั้งแต่ปี 2560 บริษัทคาดการณ์ว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ ซึ่งสามารถเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันของประเทศโดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่งน้ำมันไปยังภูมิภาค และยังส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมเพราะโครงการจะทำให้ราคาน้ำมันในเขตพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ต่อเนื่องในอนาคตมีราคาใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ

“บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในการขนส่งน้ำมันไปยังพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้ BAFS มีรายได้เพิ่ม และที่สำคัญยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการขนส่งน้ำมันทางท่อเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงสามารถลดอุบัติเหตุ ลดการการสูญเสียทางเศรษฐกิจและที่สำคัญทำให้บริษัทบรรลุผลตามนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในการลดมลพิษจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดจากการขนส่งน้ำมันด้วยรถบรรทุก

ปัจจุบันการดำเนินกิจกรรมของบริษัทมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์หรือปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 4,000 ตันเทียบเท่าต่อปี (Tons Equivalent per Year) ทั้งนี้เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะสามารถลดการปล่อยก๊าซได้ประมาณ 30,000-40,000 ตันเทียบเท่าต่อปี (Tons Equivalent per Year) ซึ่งจะทำให้ BAFS เป็นบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซ CO2 สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Company)” คุณประกอบเกียรติกล่าว

คุณประกอบเกียรติ กล่าวต่อถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการบริการธุรกิจพลังงานด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมว่า

“การปฏิบัติงานในทุกขั้นตอน บริษัทจะให้ความสำคัญการเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นหลักและมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายครอบคลุมทั้งสายห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความสมดุลใน 3 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

จากการมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ซึ่งยืนยันได้จากรางวัลต่างๆ ที่บริษัทได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาทิ รางวัลหุ้นยั่งยืน Thailand Sustainability Investment (THSI) 3 ปีติดต่อกัน (2015, 2016 และ 2017) จากการประเมินโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รางวัล SET Sustainability Awards 2017 ประเภทบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนดีเด่น (Outstanding Sustainability Awards) ซึ่งประกาศเกียรติคุณและยกย่องเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนซึ่งถือเป็น "องค์กรต้นแบบ" ในการสร้างทั้งคุณค่าและมูลค่าต่อองค์กรและสังคม ซึ่งปีนี้ BAFS เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มมูลค่าตลาด 10,000 – 30,000 ล้านบาท ที่ได้รับรางวัลนี้

“บริษัทได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันที่ประกอบด้วย 3 ห่วง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน และ 2 เงื่อนไข คือการมีความรู้และคู่คุณธรรม ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการในขับเคลื่อนองค์กร โดยกำหนดกรอบการพัฒนาเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนเป็นกลยุทธ์สำคัญ มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นพื้นฐาน

ด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจและแผนงานขององค์กรที่ชัดเจน กอรปกับความร่วมมือของผู้บริหารและพนักงาน บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงาน เพื่อรักษาการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างแท้จริง BAFS จะเป็นองค์กรธุรกิจที่สามารถส่งมอบคุณค่าที่ดีให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนและเติบโตได้อย่างยั่งยืนตลอดไป” คุณประกอบเกียรติกล่าว