“หอมมนต์” เร่งขยายตลาดทั้งในและตปท.

“หอมมนต์” เร่งขยายตลาดทั้งในและตปท.

หอมมนต์เบเกอรี่เผยแผนการดำเนินงาน เดินหน้าขยายตลาดให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ บวกบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมเปิดตลาดที่ สปป.ลาว และกัมพูชาภายในปีนี้ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 300 ลบ.

คุณประภาภรณ์ ไชยมาตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท หอมมนต์เบเกอรี่ จำกัด

คุณประภาภรณ์ ไชยมาตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท หอมมนต์เบเกอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่แบรนด์ “หอมมนต์” เปิดเผยว่า ด้วยกระแสตอบรับของเบเกอรี่แบรนด์ “หอมมนต์” ที่ดีอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยวางแผนที่จะขยายธุรกิจให้กระจายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

รวมทั้ง การขยายธุรกิจในประเทศกลุ่มเพื่อนบ้าน (CLMV)  โดยปัจจุบัน บริษัทได้เข้าไปเปิดตลาดที่ สปป.ลาวในรูปแบบของแฟรนไชส์ ซึ่งได้มีการเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายแล้ว และมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2561 อีกทั้ง ยังตั้งเป้าหมายที่จะเปิดตลาดให้คน 17 จังหวัดใน สปป.ลาว อีกด้วย ส่วนแผนที่จะเปิดตลาดในประเทศกัมพูชา บริษัทคาดการณ์ว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้อย่างแน่นอน

“ตลาดในประเทศเราเหลือเพียงไม่กี่จังหวัดที่จะต้องเข้าไปขยาย อาทิ จังหวัดบึงกาฬ, สมุทรสงคราม, พัทลุง และสงขลา เป็นต้น ซึ่งคาดการณ์จะดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งประเทศภายในปีนี้ ส่วนตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน เราได้มีการดำเนินการแล้วใน สปป.ลาว และกัมพูชา โดยตั้งเป้าหมายจะขยายตลาดให้ครอบคลุมในปีนี้เช่นเดียวกัน

สำหรับการเข้าไปทำตลาดในต่างประเทศ เรายังคงใช้กลยุทธ์เดียวกันกับในประเทศ กล่าวคือ การหาตัวแทนใหญ่ หรือตัวแทนประจำจังหวัด ทำหน้าที่สต็อกและกระจายสินค้าให้กับตัวแทนตลาดนัดเพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคต่อไป โดยคาดการณ์ว่าจะต้องใช้งบในการลงทุนทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาท ในการขยายสาขาและการทำการตลาดควบคู่กัน” คุณประภาภรณ์กล่าว

คุณประภาภรณ์ กล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมกว่า 200 ล้านบาท และในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายอยู่ที่ 300 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากการเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น สำหรับสัดส่วนรายได้จะมาจากการจำหน่ายเบเกอรี่ในส่วนของแบรนด์ “หอมมนต์” 80%, แบรนด์ “Sweet’n Soft” 15% และอีก 5% มาจากแบรนด์ “Many Many Delivery” ที่เจาะกลุ่มตลาดพรีเมียมและมีกำลังซื้อสูง

คุณประภาภรณ์ กล่าวต่อว่า บริษัทได้เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2554 โดยจำหน่ายเค้กภายใต้แบรนด์ “Sweet’n Soft” ในราคา 3 ชิ้น 100 บาท และเมื่อดำเนินธุรกิจได้ระยะหนึ่งทำให้ทราบถึงปัญหาในเรื่องของวัตถุดิบประเภทผลไม้ที่เก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน จึงได้มีการพัฒนาแบรนด์ “หอมมนต์” ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าตลาดนัด โดยสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานและมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพของสินค้า

ส่วนจุดเด่นของแบรนด์ “หอมมนต์” ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มตลาดนัด คือ วัตถุดิบเกรดคุณภาพและเหมาะสมกับราคา สร้างความสะดวกสบายให้กับตัวแทนจำหน่ายในเรื่องของการประหยัดเวลา ไม่มีความยุ่งยาก จำหน่ายได้ผลกำไรมาก และการเก็บรักษาได้เป็นระยะเวลานาน ตลอดจนยังใช้สูตรที่ไม่มีไขมันทรานส์ (Non Dairy Trans Fat) ซึ่งตอบโจทย์กับผู้บริโภคในกลุ่มรักษ์สุขภาพได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

“เค้กทุกชิ้นถูกคิดค้นและพัฒนาสูตรพิเศษให้สามารถเก็บได้นานถึง 1 เดือน ด้วยการแช่แข็ง โดยรสชาติยังเหมือนเดิม อีกทั้ง ยังเป็นเค้กสูตรไขมันต่ำที่ใช้วิปครีมชนิด 0%ไขมันทรานส์ จึงมีความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของลูกค้า เราได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าให้มีความหลากหลายตรงความต้องการของผู้บริโภค ทั้งรสชาติ และรูปลักษณ์น่ารับประทาน ปัจจุบัน หอมมนต์มีเค้กที่หลากหลายรสชาติมากถึง 50 กว่ารสชาติเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค” คุณประภาภรณ์กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังจับกลุ่มตลาดพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ “Many Many Delivery” เค้กระดับพรีเมียมในราคา 1,000-5,000 บาท ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพและการบริการส่งถึงที่ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง โดยลูกค้าสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกง่ายดายผ่านการโทรศัพท์สั่งเค้กล่วงหน้า 3 ชั่วโมง ซึ่งบริษัทมีทีมงานให้บริการจัดส่งอย่างรวดเร็วในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี

คุณประภาภรณ์ กล่าวปิดท้ายว่า บริษัทอยากให้ตัวแทนมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่มีการทำตลาดให้อย่างครอบคลุมและไม่บังคับเป้าหมายการจำหน่ายสินค้าให้กับตัวแทนแต่ละจังหวัด อีกทั้งสินค้าของบริษัทยังเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและอร่อย ตลอดจน ยังมีการจัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องการลงทุนร้านเค้กตามต่างจังหวัด และทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเพิ่มกลยุทธ์ทางการขายให้กับตัวแทนตลาดนัดทั่วประเทศให้มีการเติบโตไปด้วยกัน