บขส. ยกระดับการให้บริการ

บขส. ยกระดับการให้บริการ

เปิดแผนการดำเนินงาน “บขส.” ปีงบประมาณ 2562 เล็งเช่ารถบัส 314 คัน บวกซื้อเพิ่ม 99 คัน พร้อมจัดหามินิบัส 55 คันให้บริการแทนรถตู้ ในวงเงินงบประมาณรวมกว่า 3,000 ลบ. เดินหน้าปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารสู่ “สมาร์ท สเตชั่น (Smart Station)” หนุนตอบโจทย์ผู้ใช้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง

คุณจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่

คุณจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. เปิดเผยถึงทิศทางในการดำเนินงานของปีงบประมาณ 2562 เพื่อยกระดับสถานีขนส่งผู้โดยสารสู่ความทันสมัย ว่า ปัจุบัน บขส. อยู่ในระหว่างการเตรียมการจัดหารถบัส ในรูปแบบการเช่าเพื่อนำมาใช้ในกิจการวิ่งรถแทนรถบัสคันเก่า จำนวน 314 คัน ในวงเงินประมาณ 2,200 ล้านบาท อีกทั้ง ยังอยู่ในระหว่างรอพิจารณาการอนุมัติงบการจัดซื้อรถบัสใหม่จำนวน 99 คัน ในวงเงินประมาณ 690 ล้านบาท

รวมทั้ง อยู่ในระหว่างการจัดหารถมินิบัสจำนวน 55 คัน เพื่อนำมาใช้ทดลองวิ่งขนส่งผู้โดยสารแทนรถตู้ในเส้นทางระยะสั้นไม่เกิน 300 กิโลเมตร จำนวน 13 เส้นทาง โดยใช้วงเงินประมาณ 170 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการและมองเห็นถึงความแตกต่างด้านความสะดวก ระหว่างการใช้บริการรถตู้กับรถมินิบัส

นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารสู่ “สมาร์ท สเตชั่น (Smart Station)” ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการจัดทำ Big Data หรือข้อมูลทั้งหมดที่สามารถนำมาวิเคราะห์การเดินรถ เพื่อใช้ในการคาดการณ์แนวโน้มที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการของประชาชนในอนาคต ซึ่งจะทำให้ บขส. สามารถเพิ่มเพิ่มหรือลดเที่ยวเดินรถในช่วงเทศกาลต่างๆ ได้อย่างตรงจุด

โดยโครงการสมาร์ท สเตชั่น จะมีการเพิ่มระบบต่างๆ เข้าไปให้บริการกับประชาชน เช่น การจัดทำศูนย์ควบคุมการเดินรถ หรือ Bus Control ซึ่งจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ว่าในแต่ละเที่ยวพนักงานขับรถและบริกรเป็นใคร รถวิ่งไปในเส้นทางใด อัตราการบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยววิ่งจำนวนเท่าใด และมีรายได้เฉลี่ยมากน้อยเพียงใด คาดว่าจะเป็นรูปธรรมในปี 2562

ขณะเดียวกันยัง มีการพัฒนาบุคลากร โดยตั้งสถาบันฝึกทักษะการขับโดยสารสาธารณะขั้นสูง ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรที่เป็นผู้ขับขี่อาวุโสคอยให้ความรู้และกำกับดูแลการขับขี่ของพนักงานขับรถของ บขส. เพื่อให้คนขับรถมีทักษะที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการดูแลสภาพเครื่องยนต์ให้พร้อมเสมอ นอกจากนี้ ในอนาคต มีแผนจะติดตั้งเครื่องทดสอบการขับขี่รถยนต์ โดยจำลองสภาพแวดล้อมการขับขี่ในภาวะคับขันอีกด้วย

“แรงผลักดันที่ทำให้เราต้องเร่งดำเนินการในโครงการสมาร์ท สเตชั่น คือ เรามองว่าในอนาคตสถานีขนส่งผู้โดยสารอาจจะต้องเล็กลง เพื่อให้สอดรับกับการเป็นสมาร์ทซิตี้ ประกอบกับประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลมันนี่ ที่จะเข้ามาแทนการใช้เงินสด ซึ่งมีความทันสมัยและประชาชนต้องการความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะต้องตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคให้ได้ในอนาคต

ประกอบกับ ปัจจุบัน การแข่งขันมีแนวโน้มดุเดือดมากยิ่งขึ้น และมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นมากด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องปรับตัวเพี่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการเดินรถทั้งเอกชนหรือรถร่วมได้ โดยมุ่งเน้นไปที่การให้บริการไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยภายในสถานี  ความปลอดภัยและความสะอาดระหว่างเดินรถ หรือแม้กระทั่งรสชาติอาหารที่อร่อยและถูกใจผู้โดยสาร” คุณจิรศักดิ์กล่าว

คุณจิรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ผลประกอบการของ บขส.โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาทต่อปี โดยรายได้หลักจะมาจากการเดินรถ และรองลงมาคือ การจัดส่งพัสดุภัณฑ์ เนื่องจากใต้ท้องรถบัสจะมีพื้นที่ว่างสำหรับจัดเก็บของ ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วนสร้างรายได้ให้บขส. รวมทั้งยังมีค่าธรรมเนียมจากการเดินรถในแต่ละเส้นทาง

ขณะที่ด้านรายจ่ายโดยเฉลี่ยของ บขส. อยู่ที่ 3,800 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในหลายด้าน โดยล่าสุดในปีนี้ได้มีการก่อสร้างและเปิดคิวรถตู้ใหม่เพื่อเพิ่มปริมาณการเดินรถให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการที่จะรักษารายได้ให้อยู่ในตัวเลข 4,000 ล้านบาท จึงต้องมีการเพิ่มเที่ยวการเดินรถให้ได้ 300,000 เที่ยววิ่งต่อปี และมีจำนวนรถวิ่งให้บริการ 650 คัน

คุณจิรศักดิ์ กล่าวปิดท้ายว่า อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า บขส. มีสถานีที่อยู่ในความรับผิดชอบเพียง 8 แห่ง จากสถานีทั่วประเทศจำนวน 102 แห่ง และที่ผ่านมาอาจมีบางสิ่งที่ไม่ได้รับความสะดวกอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการพัฒนาอาจจะต้องใช้เวลาบ้างตามสมควร บขส. ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับและพัฒนาการให้บริการกับประชาชนด้วยความเอาใจใส่ และยังคงหาแนวทางลดต้นทุนในการเดินรถและตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชนได้ใช้ในการเดินทาง