“การท่าเรือแห่งประเทศไทย” เปิดแผนพัฒนา 5 ปี

“การท่าเรือแห่งประเทศไทย” เปิดแผนพัฒนา 5 ปี

การท่าเรือแห่งประเทศไทย โดย “ท่าเรือกรุงเทพ” ชูแผนวิสาหกิจการท่าเรือฯ ปีงบประมาณ 2561-2564 เดินหน้าพัฒนา 5 ด้านหลัก พร้อมลงทุนในโครงการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คุณโกมล ศรีบางพลีน้อย ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ การท่าเรือแห่งประเทศไทย

คุณโกมล ศรีบางพลีน้อย ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังปี 2561 ว่า ปัจจุบัน การท่าเรือแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนวิสาหกิจการท่าเรือฯ ปีงบประมาณ 2561-2564 ซึ่งภายใต้แผนยุทธศาสตร์ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาใน 5 ด้านหลัก คือ 1. การพัฒนาระบบการบริหารท่าเรือของไทยให้สนับสนุนและเป็นกลไกขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ  โดยมุ่งลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในองค์รวม และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการนำเข้า-ส่งออก เพื่อการเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าในภูมิภาคอาเซียน

2. พัฒนาคุณภาพการจัดการท่าเรือ เมืองท่า และระบบโครงข่ายในองค์รวม  เพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความยั่งยืน และสนับสนุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม 3. พัฒนาโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง  และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้และเป็นธรรม 4. เพิ่มการบริการลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อกิจการท่าเรือ  และ 5. พัฒนาสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง (High Performance Organization)

ทั้งนี้ ท่าเรือกรุงเทพมีบทบาทส่งเสริมการพัฒนาโลจิสติกส์  ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพ การบริหารจัดการ และการให้บริการในด้านต่างๆ ให้มีความครบถ้วน ครอบคลุม เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ และส่งเสริมการพัฒนาโลจิสติกส์ โดยพัฒนาศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในด้านโลจิสติกส์ให้มากขึ้น

ประกอบกับการปรับปรุงกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้เร็วขึ้น ลดขั้นตอนการดำเนินการที่ซ้ำซ้อนในการให้บริการ เพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน รวมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ National Single Window (NSW) ในการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานระหว่างภาครัฐและเอกชน และการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้สามารถบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแผนการลงทุนในปี 2562 - 2564 ในอีกหลายโครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษอาจณรงค์ - บางนา เพื่อเป็นการระบายรถบรรทุกขาออกที่มุ่งหน้าออกไปยังถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) และรถบรรทุกขาเข้าที่มายังท่าเรือกรุงเทพ เพื่อลดผลกระทบของการจราจรทางบกบนท้องถนนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมทั้งลดระยะเวลาการติดเวลาของรถบรรทุก คาดการณ์ว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2564

2. โครงการพัฒนาสถานีบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก (Exported Container Freight Station) บนพื้นที่ 45  ไร่ โดยจะก่อสร้างสถานีในรูปแบบของระบบปิดและรูปแบบ “Cross Docking” เพื่อสะดวกในการขนถ่ายสินค้า สามารถป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า และเพิ่มการหมุนเวียนรถบรรทุกสินค้าได้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563

3. โครงการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพฝั่งตะวันตก ศูนย์กระจายสินค้าท่าเรือกรุงเทพ (Bangkok Port Distribution Park) เป็นโครงการบูรณาการพื้นที่หลังท่าของท่าเรือกรุงเทพ โดยลดการใช้พื้นที่ของกิจกรรมต่างๆ ของท่าเรือกรุงเทพที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันจาก 930 ไร่ เหลือ 533 ไร่ อีกทั้งยังเพิ่มกิจกรรม เขตปลอดภาษี (Free Zone) และทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

4. โครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งตะวันตกในลักษณะท่าเรืออัตโนมัติ ท่าเทียบเรือตู้สินค้าเขื่อนตะวันตก (Bangkok Port West Terminal) โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาท่าเทียบเรือให้มีความยาวหน้าท่าทั้งหมดประมาณ 650 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีแผนการจัดตั้งท่าเทียบเรือสำราญ (Cruise Terminal) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขยายกิจการท่าเรือและธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย