ฮั้วฟงรับเบอร์ทุ่ม 200 ลบ.ขยายโรงงาน 2

ฮั้วฟงรับเบอร์ทุ่ม 200 ลบ.ขยายโรงงาน 2

ฮั้วฟงรับเบอร์เดินหน้าขยายโรงงาน 2 ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 200 ลบ. ก่อสร้างอาคารแผนกอบ โกดังสำเร็จรูป และโกดังวัตถุดิบ รองรับความต้องการตลาดยางรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ที่เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยแผน 5 ปี ลุยสร้างโรงงานแห่งที่ 3 มูลค่าการลงทุนกว่า 1,500 ลบ.

คุณจาง จื้อ เหยา รองประธานกรรมการ บริษัท ฮั้วฟงรับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

คุณจาง จื้อ เหยา รองประธานกรรมการ บริษัท ฮั้วฟงรับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ HFT ผู้ผลิตและจำหน่ายยางนอกและยางในรถจักรยานภายใต้แบรนด์ Duro และรถจักรยานยนต์ภายใต้แบรนด์ Dunlop กล่าวว่า บริษัททุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ขยายโรงงาน 2 ด้วยการก่อสร้างอาคารแผนกอบ, อาคารโกดังสำเร็จรูป และอาคารโกดังวัตถุดิบเพิ่ม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตยางสำหรับรถจักรยานที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นกว่า 70-80%  และยางประเภทอื่นๆ อีก 30%  โดยตั้งเป้าการผลิต 15,000 ชิ้นต่อวัน       

สำหรับโรงงาน 2 ตั้งอยู่ ซอย 11 B ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู มีพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ใกล้กับโรงงาน 1 ในซอย 6C นิคมอุตสาหกรรมบางปู ปัจจุบันโรงงาน 2 ผลิตยางนอก และยางในสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถขนส่งขนาดเล็ก โดย 60% จะผลิตสินค้าไลน์เดียวกับโรงงาน 1 ซึ่งในปัจจุบันเต็มกำลังการผลิตแล้ว โดยทั้ง 2 โรงงานมีพนักงานรวมทั้งสิ้นกว่า 1,900 คน

“เนื่องจากโรงงาน 2 ยังมีพื้นที่ว่าง เราจึงขยายเพิ่มเติมด้วยการก่อสร้างอาคารดังกล่าว ซึ่งปัจจุบัน การรก่อสร้างโครงสร้างอาคารแล้วเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนลำดับต่อไปคือการนำเข้าเครื่องจักรและติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ต่อจากนั้นในเดือนตุลาคมจะเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบระบบเครื่องจักรเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการผลิต คาดว่าในเดือนพฤศจิกายนจะสามารถผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ 100%” คุณจาง จื้อ เหยา กล่าว

คุณจาง จื้อ เหยา กล่าวต่อถึงเป้าหมายของบริษัทในปี 2561 ว่า 2 ไตรมาสแรกของปี 2561 นับว่าเติบโตในทิศทางที่ดีมาก ส่วนไตรมาส 3 อยู่ในสภาวะที่คงที่ เนื่องจากเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างส่วนขยายโรงงาน 2 เพื่อผลิตสินค้าให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ในไตรมาส 4 บริษัทคาดการณ์ว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้นและสามารถผลิตสินค้าได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2562 บริษัทเตรียมปรับปรุงไลน์การผลิตเดิม โดยการนำเข้าเครื่องจักรใหม่ที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมัน  ซึ่งบริษัทจะใช้สิทธิบัตรที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ในการลดหย่อนภาษีการนำเข้า และภาษีในส่วนต่างๆ ที่มีระยะเวลาคงเหลือของสิทธิบัตรอีก 2-3 ปี 

สำหรับแผนงานระยะยาวภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทจะทุ่มงบลงทุนครั้งใหญ่กว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 เพื่อรองรับการผลิตที่เติบโตและความต้องการที่สูงขึ้นในตลาดยางรถจักรยาน และรถจักรยานยนต์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนและเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ภายใต้ข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นพื้นที่ที่บริษัทเคลื่อนย้ายและเซ็ตระบบต่างๆ ได้รวดเร็วและง่ายที่สุด   

คุณจาง จื้อ เหยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมยางรถจักรยานและรถจักรยานยนต์กว่า 10-15% ซึ่งยังเป็นเส้นทางการเติบโตของบริษัทได้อีกยาวไกล เพราะธุรกิจจักรยานและจักรยานยนต์ในภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทยเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่มาก โดยบริษัทมีการจำหน่ายในประเทศ 50% และต่างประเทศ 50% สำหรับตลาดยางรถจักรยานในต่างประเทศที่บริษัทส่งออกจะอยู่โซนในยุโรปหลายประเทศ เช่น อิตาลี และโปรตุเกส เป็นต้น    

ด้าน CSR หรือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร บริษัทได้ให้ความสำคัญและมีการส่งเสริมกิจกรรมในด้านต่างๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น การผลิตสินค้าที่ใส่ใจและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค, การรณรงค์เรื่องการลดอุบัติเหตุภายในโรงงาน, การอนุรักษ์พลังงานภายในโรงงาน รวมถึงการเข้าร่วมโครงการในชุมชนกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ร่วมบริจาคโลหิตร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมบางปูและเหล่ากาชาดของจังหวัดสมุทรปราการ, การทำความสะอาดพื้นที่ภายในและพื้นที่โดยรอบโรงงานให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นต้น