ท่อส่งปิโตรเลียมไทยรับรางวัลดีเด่นด้านความปลอดภัย

ท่อส่งปิโตรเลียมไทยรับรางวัลดีเด่นด้านความปลอดภัย

“ท่อส่งปิโตรเลียมไทยคว้ารางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี 2561 ระดับประเทศ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการมุ่งหมายที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อ ด้วยการให้บริการที่เป็นเลิศ ปลอดภัย และมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม

คุณสุนทร เชื้อสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด

คุณสุนทร เชื้อสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด หรือ Thappline ผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อ เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี 2561 (Thailand Labour Management Excellence Award 2018)  ระดับประเทศ โดยได้รับเป็นปีแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่มีคุณภาพและให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัย

โดยรางวัลดังกล่าวได้เริ่มต้นจากการมีวิสัยทัศน์ในการมุ่งหมายที่จะเป็นบริษัทชั้นนำในการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อ ด้วยการให้บริการที่เป็นเลิศ ปลอดภัย และมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้มาตรฐานและคุณภาพในการให้บริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนการมีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ทั้งลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

สำหรับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้าง ลูกจ้างได้ร่วมมือกันพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ และเพื่อให้สถานประกอบกิจการที่ได้รับการคัดเลือกสามารถเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกจ้างด้านความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างแท้จริง ซึ่งการมอบรางวัลได้จัดขึ้นในงาน Thailand Labour Management Excellence Award 2018 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ด้านนโยบายการเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ บริษัทไม่ได้มีการดำเนินการสิ่งใดเป็นพิเศษ เนื่องจากมาตรการด้านความปลอดภัยที่กำหนดไว้มีมาตรฐานและได้รับการปรับปรุงแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีทีมงานที่รับผิดชอบในเรื่องของความปลอดภัยที่จะกำหนดนโยบาย ดูแลมาตรฐานสากล และระบบอาชีวอนามัย ตลอดจนมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย ซึ่งคลังน้ำมันที่ปทุมธานีและสระบุรีรวมถึงทุกๆพื้นที่ของบริษัทได้ดำเนินการมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย จะมีการดำเนินการในเรื่องของการซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำตลอดทั้งปี ซึ่งจะทำให้บุคลากรทุกฝ่ายทราบว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร จึงทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ มีความพร้อมตลอดเวลา และสามารถปฏิบัติตนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากพบจุดที่จะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย ทีมงานจะมีการดำเนินการแก้ไข เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

“ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเราตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน เราสามารถที่จะรักษาชั่วโมงความปลอดภัยในการทำงานโดยไม่เกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานในสถานประกอบการได้แล้วกว่า 11 ล้านชั่วโมง” 

"และการเข้าร่วมประกวดรางวัลในครั้งนี้ แม้ว่าเราเพิ่งจะมีการยื่นเข้าร่วมประกวดเป็นปีแรกหลังจากที่เคยส่งเข้าประกวดมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วและสามารถที่จะคว้ารางวัลดีเด่นในระดับประเทศได้ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ในการที่จะเข้าร่วมประกวดในปีถัดไป เรายังคงที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเรื่องระบบงานความปลอดภัยนั้นจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของจิตสำนึกของพนักงานทุกคน และจะต้องมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้องให้กับพนักงานรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมงาน เพื่อให้มีความปลอดภัยในการทำงานสามารถที่จะรักษามาตรฐานและปฏิบัติได้ถูกต้อง” คุณสุนทรกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีแผนที่จะพัฒนาต่อยอดจากการเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ในด้านของการดูแลและพัฒนาระบบความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความรวดเร็วในการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น อีกทั้ง ยังมีการนำระบบ BCM (Business Continuity Management) ซึ่งเป็นการวางกรอบการทำงานเพื่อให้สามารถบริหารจัดการความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ เข้ามาเป็นเกณฑ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงอีกด้วย

ประกอบกับ บริษัทยังมีความพร้อมและมีความยินดีในการเป็นองค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาระบบการปฏิบัติงานของบริษัทที่ยึดมั่นด้านความปลอดภัยที่ใช้มากว่า 24 ปี ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเข้าไปศึกษากับหน่วยงานต่างๆ และนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งตนมองว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และสามารถนำมาพัฒนาองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ด้านแผนการดำเนินงาน บริษัทดำเนินธุรกิจด้านท่อขนส่งน้ำมันเพื่อรองรับการให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการในการใช้พลังงานและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทได้มีแผนการลงทุนในส่วนของการก่อสร้างปั๊มส่งน้ำมันที่ศรีราชา ด้วยงบลงทุนกว่า 450 ล้านบาท และการก่อสร้างถังเก็บน้ำมัน จำนวน 20 ล้านลิตร ใช้งบกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งน้ำมันเพิ่มมากขึ้นคาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมใช้งานในปี 2562 เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับแนวโน้มในการดำเนินธุรกิจในปีหน้าคาดการณ์ว่าจะต้องมีการปรับตัวมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน หลายธุรกิจเริ่มนำเทคโนโลยี Digital Transformation เรื่อง AI (Artificial Intelligence) เข้ามาใช้ปรับปรุงงาน ทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการใช้ชีวิตของคนที่เริ่มหันมาประหยัดพลังงานหรือเลือกใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

คุณสุนทร กล่าวต่อถึงหลักการทำงานและการบริหารองค์กรว่า จากวิสัยทัศน์ของบริษัทในการเป็นบริษัทชั้นนำในการขนส่งน้ำมันทางท่อที่มีคุณภาพ ดังนั้น การบริหารจัดการองค์กรจะต้องมีการศึกษา วางแผน กำหนดกลยุทธ์ให้สามารถบริหารจัดการภาพรวมธุรกิจบริษัทฯให้เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งให้พนักงานปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การมีความรับผิดชอบต่อสังคม จึงทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน