ไทยโพลีคอนส์ประกาศรุกงานภาครัฐ

ไทยโพลีคอนส์ประกาศรุกงานภาครัฐ

ไทยโพลีคอนส์ปักหมุดเมกะโปรเจค EEC เล็งคว้างาน Infrastructure ดันสัดส่วนงานภาครัฐพุ่ง 50% เผยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร คาดปิดดีลภายในสิ้นปี พร้อมโชว์หลักการบริหารหนุน Gross Margin เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย Q2 อยู่ที่กว่า 200 ลบ. ด้านรายได้รวม ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา

คุณกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี (ซ้าย) ประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมด้วย คุณปฐมพล สาวทรัพย์ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินว่า บริษัทมีแผนจะปรับสัดส่วนการรับงานระหว่างภาครัฐและเอกชนให้อยู่ในระดับที่เท่ากัน หรือ  50 : 50 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนของงานภาคเอกชนอยู่ที่ 60% และงานภาครัฐ 40% เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนเมกะโปรเจคของภาครัฐที่แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในขณะนี้ โดยเฉพาะโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

โดยบริษัทจะเน้นงาน Infrastructure รวมทั้ง Industrial มากยิ่งขี้น เนื่องจากโครงการของภาครัฐจะมีทั้งงาน Infrastructure และ Industrial เป็นจำนวนมาก เช่น งานก่อสร้างถนน สะพาน หรือโรงงานต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย ซึ่งบริษัทจะเน้นงานโครงการแนวราบที่มีความชำนาญ รวมถึงโครงการอาคารสูงเกาะติดแนวรถไฟฟ้า

ผู้บริหารกล่าวต่อถึงนโยบายการบริหารงานว่า จะเน้นการลงทุนอย่างระมัดวังและรอบคอบ เพื่อปิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในจุดต่างๆ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมเวิร์ค โดยจะพิจารณาการทำงานงานร่วมกัน รวมถึง การประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานว่าจะรับงานที่มี Gross Margin ไม่ต่ำกว่า 8% โดยเน้นการส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ภายในกรอบระยะเวลาตามสัญญา บริหารต้นทุนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่มีเป้าหมายให้ Backlog เติบโตต่อเนื่องตามการเติบโตของอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง

ทั้งนี้ จากนโยบายดังกล่าวทำให้บริษัทมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2559 ที่ผ่านมาโดยรายได้รวมในปี 2560 ของทั้ง 4 ธุรกิจ (รับเหมาก่อสร้าง โรงไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ และเทรดดิ้ง) อยู่ที่ 3,432 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 724 ล้านบาท หรือ 27% ในขณะที่ Gross  Margin เพิ่มขึ้น 312 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 61% จากปี 2559 ที่ผ่านมา

ส่วนผลประกอบล่าสุดในไตรมาส 2 (เมษายน - มิถุนายน 2561) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 810 ล้านบาท มี Gross Margin กว่า 200 ล้านบาท โดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมี Gross Margin อยู่ที่ 13.5% ซึ่งแสดงให้ว่าบริษัทมีพัฒนาการของ Gross Margin ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2561 จะอยู่ที่ 12.1% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 10.8% ส่วนเป้าหมายทั้งปีของบริษัทจะให้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และมีโอกาสเป็นไปได้สูง

ด้าน Backlog เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3,347 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายทั้งปี 2561 ประมาณการงานใหม่อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อรวมกันจะส่งผลให้ Backlog พุ่งกว่า 5,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่าปี 2560 ที่ผ่านมา หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท จากการทยอยส่งมอบงานให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ Backlog ณ สิ้นปี 2561 คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท

สำหรับจุดเด่นของบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนให้ดำเนินการก่อก่อสร้างโครงการต่างๆ มากมาย ท่ามกลางกลางการแข่งขันของธุรกิจที่มีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต เนื่องด้วยประสบการณ์ที่มีความชำนาญในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาอย่างยาวนานถึง 30 ปีในปีนี้ โดยบริษัทจะเน้นคุณภาพงานเป็นสำคัญเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

ประกอบกับการส่งมอบงานตามกำหนด รวมถึง มีงานที่ต้องแก้ไข หรือ Defect น้อยมาก เมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจาก บริษัทมีศูนย์ฝึกแรงงาน เพื่อให้แรงงานใหม่เข้ามาฝึกทักษะเป็นเวลา 30 วัน ก่อนจะออกหน้างานจริงๆ อีกทั้ง ยังมีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง อุปกรณ์ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย นอกจากนี้ บริษัทยังไม่หยุดยั้งในการมีการพัฒนาเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ยิ่งไปกว่านั้นคือ วิสัยทัศน์และนโยบายของผู้บริหารดังที่กล่าวไปแล้วเบื่องต้น ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนในการบริหารงานเพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดไป

“ ณ ปัจจุบัน เราค่อนข้างมีความพึงพอใจกับผลการดำเนินงานของไทยโพลีคอนส์เป็นอย่างมาก เพราะเราเพิ่งเริ่มเทิร์นอะราว์มาได้ประมาณ 1 ปี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงมากขึ้น เราจะต้องเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งคาดว่าเป้า Gross Margin 8% ที่เรายืนพื้นไว้ในระยะเวลา 3 ปี จะขยับเพิ่มเป็นตัวเลขสองหลักในอนาคต ซึ่งจะเป็นผลมาจากการดำเนินงานของทุกภาคส่วนที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น ธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้จะเน้นเรื่องขยะตามแผนของรัฐบาล คาดว่าจะได้รับใบอนุญาต 10 เมกะวัตต์ในปีนี้ เป็นต้น” ผู้บริหารกล่าว

ด้านความคืบหน้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการที่ 3 ภายใต้แบรนด์ “Greenwich” ในรูปแบบแนวราบ บนพื้นที่ 34 ไร่ ในย่านลำลูกกา คลอง 7 คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณกลางปีหน้า จำนวน 120 ยูนิต มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ส่วนโครงการแรก Greenwich Town Home รามอินทรา ปิดโครงการเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการที่ 2 Greenwich Prime หทัยราษฎร์ ขณะนี้มียอดขายทะลุ 67% โดยมีบ้านรอโอนบ้านให้ลูกค้า 14% และเหลือขายประมาณ 18 ยูนิต จากทั้งหมด 94 ยูนิต

ล่าสุดบริษัทมีข่าวดี ที่จะช่วยตอกย้ำความมั่นใจให้กับนักลงทุน คือ TPOLY ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “BBB” (Triple B Straight) โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตที่ระดับ “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดกลางชั้นนำในประเทศไทย ตลอดจนความสามารถในการรับงานก่อสร้างโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งความแข็งแกร่งในการดำเนินโครงการและความยืดหยุ่นทางการเงินที่เกิดจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัท อาทิ ธุรกิจพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวลดทอนลงบางส่วนจากลักษณะที่เป็นวงจรขึ้นลงและการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยอันดับเครดิตดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนศักยภาพในการแข่งขัน และ การเติบโตจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัทที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ตลอดจนสนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินทุน และช่วยให้การบริหารโครงสร้างและต้นทุนทางการเงินสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่จะรักษาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขยายการลงทุนของบริษัท

Page Visitor

008561708
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6531
60224
182453
5245135
1490892
1306954
8561708
Your IP: 3.226.248.180
2020-09-30 02:58