พีอีเอ เอ็นคอมรุกธุรกิจพลังงานเต็มสูบ

พีอีเอ เอ็นคอมรุกธุรกิจพลังงานเต็มสูบ

พีอีเอ เอ็นคอมเดินแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร หนุนเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด พร้อมกางแผนธุรกิจปี 62 เตรียมลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รองรับการเติบโตด้านการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมตั้งเป้ากำไรปีนี้เพิ่ม 10% จากปีที่ผ่านมา

คุณเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

คุณเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ PEA ENCOM ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจว่า บริษัทอยู่ระหว่าการพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรในหลากหลายด้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เนื่องจาก พีอีเอ เอ็นคอมเป็นบริษัทในเครือแห่งแรกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน เนื่องด้วยพีอีเอ เอ็นคอมเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มดำเนินการได้ไม่นานจึงต้องมีการพัฒนาส่วนงานต่างๆ เพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม ดังนั้นในปี 2561 จึงเป็นปีที่ถือว่าต้องมีการพัฒนาการบริหารจัดการภายในและการลงทุน อีกทั้ง ยังมีแผนที่จะเริ่มธุรกิจ New S-Curve รองรับยุทธศาสตร์ของ กฟภ. เพื่อผลักดันโครงการรถพลังงานไฟฟ้า (EV Car) ซึ่งจะต้องมีระบบการชาร์จพลังงาน (Energy System) และเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เข้ามาเป็นส่วนประกอบ

ปัจจุบัน พีอีเอ เอ็นคอมยังเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า FOMM รายแรกในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับบริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเชีย) จำกัด โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมพัฒนา และวางแผนการตลาด โชว์รูม และศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า FOMM ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า FOMM ให้เป็นที่รู้จักกับประชาชนทั่วไปและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

คุณเขมรัตน์ กล่าวต่อถึงแผนการลงทุนในปี 2562 ว่า จะดำเนินการในหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการความร่วมมือผ่านผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันทั่วประเทศในการขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “PEA VOLTA Platform” เพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถบริหารจัดการเวลาในการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าของตนเองได้ รวมทั้ง กระตุ้นความต้องการและรองรับการให้บริการผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศให้เพียงพออีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop By PEA ENCOM) โดยเป็นโครงการที่จะสนับสนุนให้ประชาชนตามบ้านเรือนได้มีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานการใช้ไฟฟ้าจากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือน (Solar Rooftop) ซึ่งนอกจากผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้งานภายในบ้านแล้ว ยังสามารถจำหน่ายกระแสไฟให้กับกฟภ. เพื่อสร้างรายได้เสริม ทั้งนี้ การดำเนินการจะอยู่ภายใต้การควบคุมมาตรฐานของพีอีเอ อ็นคอมทั้งหมด

รวมถึง การลงทุนในเรื่องของพลังงานไฟฟ้าจากขยะชีวมวล ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 12 เมกะวัตต์ ผ่านความร่วมมือกันพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งทางด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเบื้องต้นจำนวน 6 เมกะวัตต์ ในปี 2562 นอกจากนี้ ยังเตรียมลงทุนในด้านอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจน เพิ่มธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ

คุณเขมรัตน์ กล่าวต่อว่า ในปี 2561 ตั้งเป้าผลประกอบการไว้ที่ 100 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้ากำไรเติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีกำไรอยู่ที่ 47 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีนี้ผลประกอบการยังไม่เติบโตมากนัก แต่จะเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนในปี 2562-2563 โดยจะมีปัจจัยมาจากโครงการติดตั้งแผงหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) และธุรกิจอื่นๆ ที่จะลงทุนเพิ่มเติม

ด้านแนวโน้มต่างๆ ในอนาคต คาดว่าตลาดพลังงานจะมีการแข่งขันของผู้เล่นมากขึ้น เนื่องจากแผงหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) เริ่มได้รับความนิยมและมีการอนุญาตเปิดเสรีมากขึ้น โดยภาครัฐเริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบต่างๆ รวมทั้ง เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) 07’ ทำให้ผู้ประกอบการหลายภาคส่วนเริ่มให้ความสนใจและมีการพัฒนาเพื่อรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว

Page Visitor

004625474
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
11582
32582
11582
1608516
153621
1261906
4625474
Your IP: 3.236.108.61
2020-07-05 08:01