ออราเนรมิต รง.2 เสริมทัพกำลังการผลิต

ออราเนรมิต รง.2 เสริมทัพกำลังการผลิต

ออรา เร่งต่อยอดธุรกิจ ทุ่ม 500 ลบ. ปักหมุดผุด รง. 2 ที่แหล่งภูน้ำหยด จังหวัดเพชรบูรณ์ หนุนกำลังการผลิตรวมพุ่ง 260 ล้านขวดต่อปี รับอานิสงส์ตลาดน้ำแร่ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินแผนขยายฐานตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทางการจำหน่าย บวกเล็งส่งออกปี 62

คุณเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

คุณเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำแร่ธรรมชาติ 100% ภายใต้แบรนด์ “ออรา” กล่าวว่า กำลังการผลิตของออราจากอดีตจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 120 ล้านขวดต่อปี และในช่วงปลายปี 2559-2561 บริษัทได้เครื่องจักรผลิตสินค้าเต็มกำลังมาโดยตลอด ส่งผลให้กิจกรรมทางการตลาดหรือการเพิ่มยอดขายดำเนินการได้ยาก ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลของการเพิ่มกำลังการผลิต โดยใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่หรือแห่งที่ 2 บนพื้นที่ 100 ไร่

ทั้งนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญของบริษัทได้ทำการสำรวจและคัดสรรแหล่งใหม่เป็นเวลานานหลายปีและได้พิจารณาคัดเลือกและทดสอบคุณภาพแหล่งหลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีความน่าสนใจ และมีข้อดีที่หลากหลาย รวมทั้งมีความแตกต่างกัน จนได้พบแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติแท้ 100% คุณภาพสูงที่แหล่งภูน้ำหยด จังหวัดเพชรบรูณ์ 

โดยน้ำแร่ออราจากแหล่งภูน้ำหยด จังหวัดเพชรบรูณ์ เป็นน้ำแร่ที่อุดมด้วยแร่ธาตุมีประโยชน์ต่อร่างกายตามมาตรฐานของออรา คือ มีซิลิก้า (OSA) ช่วยบำรุงผิวพรรณ ซึ่งนับว่าเป็นแร่ธาตุที่พบได้ยากในน้ำแร่ธรรมชาติทั่วไป โดยยืนยันได้จากผลการตรวจฯ จากประเทศอังกฤษ อีกทั้ง ยังมีแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ อาทิ แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน และที่สำคัญคือมีโซเดียมต่ำอีกด้วย

“มาตรฐานออรา จะเน้น 2 ส่วนที่สำคัญที่จะต้องมีสูง ได้แก่ ซิลิก้าและแคลเซียม ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องมีปริมาณไม่สูง คือ โซเดียม หรือกล่าวง่ายๆ ว่า เราจะเน้นสองสูงและหนึ่งต่ำ ซึ่งกว่าจะหาแหล่งภูน้ำหยดพบ เราได้มีการสำรวจแหล่งต่างๆ ทั่วประเทศ และสุดท้ายจึงมาได้แหล่งที่ภูน้ำหยด ซึ่งมีมาตรฐานและอยู่ในเกณฑ์ที่เราต้องการ จึงได้มีการสร้างโรงงานเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา และแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนปีนี้ พร้อมทั้งได้มีการเปิดตัวการผลิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา” คุณเอกพลกล่าว

สำหรับกำลังการผลิตของโรงงานแห่งที่ 2 จะอยู่ที่ 140 ล้านขวดต่อปี ทั้งเมื่อรวมกำลังการผลิตของโรงงานเดิม ทำให้มีกำลังการผลิตสูงถึง 260 ล้านขวดต่อปี ซึ่งจะสามารถรองรับความต้องการของตลาดน้ำแร่ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี โดยตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขจะอยู่ที่ 20-25% ส่วนในปีนี้มี ถึงแม้ว่าจะอัตราการเติบโตลดลงมาอยู่ที่ 10 - 15% หรือมีมูลค่าประมาณ 4,300 - 4,500 ล้านบาท แต่ยังถือได้ว่ายังมีอัตราการเติบโตสูง หรืออาจกล่าวได้ว่าสัดส่วนการเติบโตของน้ำแร่จะสูงกว่าน้ำดื่มโดยทั่วไป รวมทั้งสูงกว่าการบริโภคน้ำดื่มธรรมดาด้วยเช่นกัน

ดังนั้น จึงนับเป็นช่วงโอกาสที่ดีที่บริษัทได้มีการเปิดสายการผลิตใหม่ในช่วงเวลานี้ ประกอบกับมีความเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคให้การตอบรับที่ดี ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ออราจะไม่ได้มีสื่อสารด้านการตลาดมากนัก เนื่องด้วยข้อจำกัดของกำลังการผลิตที่เต็มกำลังของโรงงานแห่งที่ 1 แต่สามารถเติบโตไปได้ดีในตลาดในอัตรา 20-25% ต่อปี

สำหรับทิศทางการดำเนินงานนับจากนี้และต่อเนื่องในปี 2562 ความเด่นชัดของออราจะโฟกัสไปที่กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การสื่อสารทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายมากกว่าเดิม รวมถึงการสานต่อโครงการ “ออรา ปลูกป่า 5 ภาค” จากปีที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของออรา เนื่องจากป่ากับน้ำต้องไปด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำของออราและของทั้งประเทศ และมีเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการดูแลและติดตามอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี

“หลังจากที่มีการขยายกำลังการผลิตแล้ว เราจะมีการสื่อสารกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นเพื่อให้รับทราบถึงมาตรฐานและคุณประโยชน์ของออรา โดยผ่านกิจกรรมทุกๆ ช่องทาง  รวมทั้งแผนการขยายตลาด นอกเหนือจากโมเดิร์นเทรด ซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 80% โดยจะเน้นไปยังร้านค้าทั่วไป และฟู้ดเซอร์วิสมากยิ่งขึ้น เนื่องจากตลาดน้ำแร่มีการเติบโตสูงขึ้นในทุกๆ ภาคส่วน ประกอบกับผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและนิยมดื่มน้ำแร่ในทุกๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม สถานศึกษา และที่บ้าน เป็นต้น” คุณเอกพลกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย คาดว่าจะสามารถดำเนินการในปี 2562 เนื่องด้วยคุณภาพมาตรฐานโลกของออราที่ทัดเทียมกับน้ำแร่แบรนด์ระดับชั้นนำจากต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยการันตีผลงานได้จากการนำออราไปประกวดที่ประเทศเบลเยี่ยม และได้รับรางวัลเป็นรางวัลสูงสุดด้านคุณภาพการผลิตและรสชาติ ในระดับ Grand Gold Quality Award 2016 ประเภทเบียร์ น้ำดื่ม และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สำหรับในระยะแรก จะไม่เน้นยอดขายมากนัก แต่จะเน้นการสร้างการรับรู้แบรนด์ให้แก่ผู้บริโภคต่างประเทศเป็นหลัก

คุณเอกพล กล่าวต่อถึงจุดเด่นของออราว่า ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมจากแร่ธาตุต่างๆ ที่มีความสมดุล ซึ่งค่อนข้างหาได้ยากจากน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุค่อนข้างสูง แต่ในขณะเดียวกันรสชาติดีมาก และมีโซเดียมต่ำ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่นอกเหนือจากมาตรฐานปกติทั่วไปที่ต้องดำเนินการ เช่น มาตฐานการควบคุมการผลิต ความสะอาด ความบริสุทธิ์ ไม่มีสารพิษ แพ็จเก็จจิ้งที่ได้มาตรฐาน และไม่มีสิ่งเจือปน เป็นต้น ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยดังกล่าว จึงทำให้ออราเป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นและชื่นชอบจากผู้บริโภคมาโดยตลอด

Page Visitor

008569834
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
14657
60224
190579
5245135
1499018
1306954
8569834
Your IP: 18.208.202.194
2020-09-30 06:11