สตีเบล เอลทรอนเสริมแกร่งธุรกิจ

สตีเบล เอลทรอนเสริมแกร่งธุรกิจ

สตีเบล เอลทรอนเดินหน้าขยายโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ด้วยงบลงทุน 200 ลบ. หนุนเป็นศูนย์กลางการส่งออกหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันเฟสแรกมีความคืบหน้า 90% เตรียมผลิตสินค้าไตรมาส 2 ปี หน้า ส่วนเฟส 2 คาดจะดำเนินการในอีก 2 ปี ข้างหน้า ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1,470 ลบ. เติบโตจากปีที่ผ่านมา 5-10%

มร.โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด 

มร.โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด ผู้ผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ เครื่องเป่ามือ ปั๊มความร้อน และปั๊มน้ำชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการขยายโรงงานในประเทศไทยที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ด้วยงบลงทุน 200 ล้านบาท  (ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง เครื่องจักร) ซึ่งการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 เฟส และมีวัตถุประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง อินเดียและจีน

โดยเฟสแรกจะผลิตเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม (Storage Water Heater) ปัจจุบัน มีความคืบหน้าในการดำเนินการ 90% และในส่วนของงานของโครงสร้างหลักสำหรับการใช้งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 10% จะอยู่ในส่วนของการติดตั้งเครื่องจักรในไลน์ผลิต คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสแรกปี 2563 ต่อจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทดสอบเครื่องจักร และจะเริ่มเดินเครื่องผลิตสินค้าในช่วงไตรมาส 2 ของปีเดียวกัน

“จากประสบการณ์ทำงานมากกว่า 20 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย เราค่อนข้างประสบความสำเร็จในหลายๆ ด้าน ทั้งในแง่ของยอดขาย รวมถึงศักยภาพในการผลิต และจากผลงานดังกล่าว ทำให้บริษัทแม่ที่เยอรมนีมีความพึงพอใจในผลการดำเนินงานของเราเป็นอย่างมาก รวมทั้ง มีความยินดีที่เราจะใช้โรงงานในประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม (Storage Water Heater) ไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลลิปส์ รวมถึง อินเดียและจีน และจำหน่ายในประเทศไทย” มร.โรลันด์ เฮินกล่าว

ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อโรงงานดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเติมเต็มพอร์ทธุรกิจของบริษัทได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก ปัจจุบันในภูมิภาคเอเชีย เครื่องทำน้ำร้อนแบบสามารถใช้งานได้ทันที(instant water heater) บริษัทนับว่าเป็นผู้นำในตลาดนี้อยู่แล้ว และได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประเทศไทย แต่สำหรับเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม (Storage Water Heater) ในภูมิภาคเอเชีย บริษัทยังไม่ได้เป็นอันดับต้นๆ ซึ่งตลาดใหญ่จะอยู่ที่อินเดียหรืออินโดนีเซีย  ดังนั้น โรงงานดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกที่ทำให้ก้าวไปสู่ผู้นำตลาดเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม (Storage Water Heater) ในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดการผลิตเครื่องทำน้ำร้อนแบบหม้อต้ม (Storage Water Heater) อยู่ที่ประมาณ 1 แสนเครื่องต่อปี แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันที ซึ่งจะต้องทยอยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี จึงจะได้ตามยอดที่ตั้งไว้

มร.โรลันด์ เฮิน กล่าวต่อว่า ภายหลังจากที่โรงงานเฟสแรกดำเนินการแล้วเสร็จ บริษัทมีแผนที่จะผลิตสินค้าใหม่ ซึ่งจะดำเนินการในโรงงานเฟส 2 คือ ฮีท ปั๊ม (Heat Pump) หรือเครืองทำน้ำร้อนประหยัดพลังงาน‎ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยจะใช้งบลงทุนเฉพาะเครื่องจักร 30 ล้านบาท ซึ่งกลุมลูกค้าเป้าหมายหลักจะเป็นกลุ่มลูกค้าบ้านทั้งในประเทศไทย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย  

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเสริมทัพสินค้า ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคมที่จะถึงนี้ บริษัทจะเปิดตัวเครื่องทำน้ำร้อนขนาดเล็ก เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าคอนโดมิเนียม ซึ่งมีข้อจำกัดในด้านการประหยัดพื้นที่ใช้งาน อีกทั้ง ยังมีแผนที่จะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในสินค้าปั๊มน้ำให้มากขึ้นเพื่อให้สามารถครอบคลุมเป้าหมายทั้งประเทศ รวมถึง การต่อยอดธุรกิจเครื่องกรองน้ำ ด้วยการเปิดตัวเครื่องกรองน้ำเชิงพาณิชย์ เจาะกลุ่มลูกค้าร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือออฟฟิศที่มีพนักงานไม่เกิน 50 คน เป็นต้น ซึ่งจะสามารถกรองน้ำได้มากถึง 25,000 ลิตร หรือมากกว่า 5 เท่า เมือเทียบกับเครื่องกรองน้ำบ้าน 4,000 ลิตร

ด้านเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ เนื่องจากในปี 2561 นับเป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัท โดยมียอดขาย1,400 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่ม 17% จากปี 2560 และแน่นอนว่าในปี 2562 บริษัทอยากเติบโตเช่นเดียวกันกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ตัวเลขยังไม่ถึงเป้าที่วางไว้ ดังนั้นตลอดทั้งปี หากสามารถปิดยอดขายที่ 1,470 ล้านบาท ถือว่าบรรลุตามเป้าหมายการเติบโตของบริษัทที่กำหนดไว้ 5-10% ในแต่ละปี

ส่วนแผนการตลาด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้มีการทำประชาสัมพันธ์และโฆษณาค่อนข้างมาก โดยผ่านทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็น ทางวิทยุ, บิลบอร์ด การเป็นสปอนเซอร์ให้ทีมฟุตบอล รวมถึง การโปรโมทผ่าน 3 วีดีโอคุณภาพที่ยังใช้มาถึงปัจจุบัน ซึ่งเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ได้แก่ ยูทูบ, เฟสบุ๊ก, เว๊บไซต์ และไลน์ เป็นต้น และในปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะนำทุกช่องทางการของการประชาสัมพันธ์และโฆษณามารวมกันเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสื่อสารให้ลูกค้าได้รู้จักบริษัทในภาพกว้างมากยิ่งขึ้น โดยจะใช้งบประมาณใช้ประมาณ 7% ของยอดขาย หรือ 50 ล้านบาท

มร.โรลันด์ เฮิร์น กล่าวต่อว่า ในปี 2562 สตีเบล เอลทรอนครบรอบ 95 ปี และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งมีการเติบโตอย่างมั่นคงมาโดยตลอด จึงส่งผลให้สตีเบล เอลทรอนเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของ สตีเบล เอลทรอนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำและไฟ ดังนั้น ในกระบวนการผลิตจึงให้ความสำคัญและใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากลูกค้าจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูงแล้ว ยังมีความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายอีกด้วย