8 ปีแห่งความสำเร็จ “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์”

8 ปีแห่งความสำเร็จ “รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์”

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ชูวิสัยทัศน์องค์กรหนุนเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ตั้งเป้ายอดผู้โดยสารปีนี้พุ่งจากปีที่ผ่านมาอีก 5% หรือเฉลี่ย 80,000 คนต่อวัน แย้มแผนอนาคตเตรียมบริหารโปรเจครถไฟฟ้าสายสีแดง

คุณสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด 

คุณสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวถึงหลักการการทำงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จและมีอัตราการเจริญเติบโตมาอย่างต่อเนื่องจวบจนครบรอบ 8 ปีในปัจจุบันว่า บริษัทจะยึดตามวิสัยทัศน์ขององค์กร ได้แก่ มุ่งมั่นเพื่อเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่มาตรฐานในระดับสากล ซึ่งประกอบด้วย ความตรงต่อเวลา ความพร้อมของขบวนรถ  และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ รวมทั้ง การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของทั้งองค์กรและพนักงาน ภายใต้หลักการบริหารงานคุณภาพ  PDCA ได้แก่ Plan (วางแผน), Do (ปฏิบัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Action (การดำเนินการให้เหมาะสม)

ขณะเดียวกัน จากการดำเนินการตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว ส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดทุกปีจากการให้บริการในปีแรกที่จำนวน 30,000 คนต่อวัน และทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน สำหรับในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าผู้โดยสารเติบโตเพิ่มอีก 5% หรือมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 80,000 คนต่อวัน หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขจะสูงจากปี 2561 ที่มีจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 75,000 คนต่อวัน ส่วนในปีถัดไป ตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารไว้ที่ 100,000 คนต่อวัน และมีรายได้ประมาณ 850 - 890 ล้านบาท

ด้านจุดแข็งของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ คือ เส้นทางที่เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะมีฐานลูกค้าประจำกว่า 20% ส่วนจุดเด่นได้แก่ เป็นเส้นทางที่รองรับการเดินทางของผู้ที่อาศัยอยู่ในโซนฝั่งตะวันออก อย่างเช่น ลาดกระบัง เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีมักกะสัน และเชื่อมต่อกับรถฟ้าบีทีเอสที่สถานีพญาไท

รวมถึงจุดเด่นของพนักงานที่มีความมุ่งมั่นในการให้บริการผู้โดยสาร โดยบริษัทจะมีโครงการฝึกอบรมเซอร์วิส มายให้แก่พนักงานทุกคน ทั้งในเรื่องการให้บริการ การพูดจา การแต่งกาย รวมทั้ง จะมีการปรับปรุงในด้านการบริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าทุกๆ 6 เดือนจากหน่วยงานด้านนอก ซึ่งล่าสุดได้รับคะแนน 3.86 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ซึ่งเพิ่มจาก 3.62 คะแนนในปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถนำรถมาให้บริการครบทั้ง 9 ขบวน และการตรงต่อเวลา

“เราจะมีการปรับตัวในการให้บริการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร อย่างเช่น การเสริมขบวนการเดินรถในช่วงเวลาเร่งด่วนที่สถานีมักกะสัน พญาไท และ หัวหมาก การปรับความถี่ในการเดินรถจากช่วงเวลาปกติ 20 นาทีต่อขบวนและลดลงอยู่ที่ 8.5 นาทีต่อขบวนในช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นต้น

รวมทั้ง การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมของผู้ใช้บริการทุกเพศทุกวัย ไมว่าจะเป็นผู้พิการ เด็ก หรือผู้สูงอายุ อาทิ การเพิ่มจำนวนลิฟท์ บันไดเลื่อน และทางลาด ซึ่งมีประมาณ 100 ตัวตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจค และในขณะนี้ได้เพิ่มเป็น 140 ตัว รวมถึง การเพิ่มที่จอดรถ ซึ่งจากเดิมที่รองรับรถได้ประมาณ 400 คัน แต่ในปัจจุบันสามารถรองรับได้ถึง 2,000 คันจากทั้งหมด 8 สถานี เป็นต้น” คุณสุเทพกล่าว

คุณสุเทพ กล่าวต่อถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสารตลอดเส้นทางการให้บริการว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการวิจัยและพัฒนาระบบตรวจวัดแบบฝังบนตัวรถไฟฟ้าที่ให้บริการร่วมกับสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมถนนและระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเป็นระบบตรวจวัดการสั่นสะเทือนของรถไฟอัจฉริยะแบบฝังบนตัวรถไฟฟ้าที่กำลังให้บริการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบตรวจวัดค่าทางพลศาสตร์ของรถไฟฟ้า เพื่อประเมินความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และค่าความผิดปกติของทางวิ่ง

โดยผลผลิตจากการวิจัยพัฒนาทำให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีระบบตรวจวัดรางรถไฟฟ้า และโปรแกรมการตรวจวัดระบบ Smart Railway Analysis ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบนตัวรถไฟตามมาตรฐาน UIC-518 และ ISO-2631 ในขณะที่รถไฟกำลังให้บริการอยู่ได้ นอกจากนี้ ยังมีระบบโปรแกรมวิเคราะห์ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ในขณะที่ขบวนรถไฟอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม

ทั้งนี้ เมื่อมีการประยุกต์ใช้ระบบต่างๆ ร่วมกัน ทำให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นขนส่งสาธารณะระบบรางที่มีการประเมินความปลอดภัยของสภาวะการใช้งานได้อย่างแม่นยำ ทั้งการตรวจจับความเร่ง การตรวจจับตำแหน่ง GPS และการคำนวณพิกัดความขรุขระของทางวิ่งด้วยการประเมินดัชนีคุณภาพทางวิ่ง (Track Quality Index) จากข้อมูลการสั่นสะเทือนของรถไฟที่กำลังให้บริการ

สำหรับแผนการดำนินงานต่อจากนี้ไป คือการดูแลและส่งมอบการดำเนินงานในแก่ภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรายใหม่ของโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยจะใช้เวลา 2 ปี หรือประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม 2564 ขณะเดียวกัน บริษัทจะเตรียมความพร้อมเพื่อรับผิดชอบและบริหารโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งเป็นโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย

โดยเฟสแรกจะประกอบด้วย 2 เส้นทาง คือ สายเหนือบางซื่อ - รังสิต และสายใต้บางซื่อ - ตลิ่งชัน รวมสถานีตลอดเส้นทาง 13 สถานี และมีแผนจะเปิดให้บริการเดินรถในเดือนมกราคม 2564 โดยจะใช้เทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น และจะมีรถไฟฟ้าทั้งหมด 25 ขบวน ซึ่งสามารถรองรับความต้องการของผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ