ขสมก. ลุยแผนฟื้นฟูกิจการ 3 ปี หนุนยกระดับการบริการที่ทันสมัย

ขสมก. ลุยแผนฟื้นฟูกิจการ 3 ปี หนุนยกระดับการบริการที่ทันสมัย     

ขสมก. เดินหน้าแผนฟื้นฟูกิจการองค์การ หนุนโครงการจัดหารถเมล์ใหม่ 3,000 คันที่พร้อมให้บริการ บวกปรับโครงสร้างองค์กรรูปแบบใหม่ พร้อมยกระดับการให้บริการประชาชนที่ครอบคลุม ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การบริหารขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.

คุณสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การบริหารขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. กล่าวว่า ปัจจุบัน ขสมก. อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (พ.ศ. 2563 - 2565) เพื่อยกระดับการให้บริการรถโดยสารประจำทางแก่ประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้ง การฟื้นฟูพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัย โดยประกอบด้วย

1. การจัดหารถโดยสารใหม่  และปรับปรุงสภาพรถโดยสารเดิม จำนวน 3,000 คัน แบ่งออกเป็น 1.การจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน 2.เช่ารถโดยสารใหม่ 700 คัน แบ่งเป็น รถโดยสารไฮบริด จำนวน 400 คันและรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 300 คัน 3.จัดซื้อรถโดยสารระบบดีเซลและไฟฟ้า (ไฮบริด) จำนวน 1,453 คัน 4.จัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 35 คัน และ 5.ปรับปรุงสภาพรถโดยสาร NGV เดิม จำนวน 323 คัน

2. การดำเนินแผนการปรับปรุงเส้นทางเดินรถโดยสารในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 137 เส้นทาง  เพื่อรองรับการขยายระบบรถไฟฟ้าและลดการทับซ้อนของเส้นทางเดินรถโดยสาร โดยขณะนี้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะหน่วยงานกำกับการดูแลการปฏิรูปเส้นทางเดินรถโดยสาร ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูล เพื่อเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้พิจารณาแผนดังกล่าวต่อไป

3. แผนการปรับโครงสร้างองค์กรในรูปแบบใหม่  โดยใช้พนักงานทั้งสิ้น 7,959 คน แบ่งเป็น พนักงานสำนักงานฯ จำนวน 1,649 คน, พนักงานขับรถโดยสาร จำนวน 6,300 คนและพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญที่เป็นสัญญาจ้าง จำนวน 10 คน ประกอบกับในอนาคต ขสมก.จะนำระบบเก็บค่าโดยสารแบบ E-Ticket มาให้บริการแก่ประชาชนทดแทนพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งจะทำให้พนักงานในส่วนสนับสนุนและพนักงานเก็บค่าโดยสาร จำนวน 5,051 คน เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด โดยเริ่มดำเนินการในปี 2563–2565 โดยในปี 2563 ให้พนักงานสำนักงานเข้าโครงการฯ จำนวน 655 คน ปี 64 พนักงานเก็บค่าโดยสารเข้าโครงการฯ จำนวน 2,198 คน และปี 2565 พนักงานเก็บค่าโดยสารเข้าโครงการฯ จำนวน 2,198 คน

4. การพัฒนาพื้นที่เชิงธุรกิจ  โดยว่าจ้างสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาโครงการพัฒนาการใช้พื้นที่เชิงธุรกิจอู่บางเขนและอู่มีนบุรี แต่เนื่องจากการใช้พื้นที่อู่ดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในกรอบวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 จึงอยู่ในระหว่างการดำเนินการขอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 6 เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจประเภทอื่นได้

5. การบริหารด้านหนี้สิน  โดยล่าสุด ขสมก. มีหนี้สะสมจำนวน 118,183.234 ล้านบาท เนื่องด้วยผลขาดทุนจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลจากการขาดทุนและหนี้สะสมส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากการเก็บค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุน ประกอบกับ ขสมก. ไม่มีเงินทุนตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้ง จึงทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ขณะเดียวกัน เงินสนับสนุนขององค์กร ที่ได้รับจากภาครัฐในรูปแบบต่างๆ มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการชดเชยผลการขาดทุน ส่งผลให้เสถียรภาพทางการเงิน อันเกิดภาระหนี้และดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ขสมก. ได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการแก้ไข ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการองค์กรที่ครอบคลุมทุกด้าน รวมไปถึง การกำหนดการปรับอัตราค่าโดยสารตามความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการรถโดยสารใหม่ และให้องค์กรสามารถดำเนินงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสุระชัย กล่าวถึงการยกระดับคุณภาพการบริการรถโดยสารว่า ขสมก. ได้เพิ่มระดับให้บริการแก่ประชาชนอย่างครอบคลุม โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ประกอบไปด้วย 1. การยกระดับคุณภาพรถโดยสาร ซึ่งใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 3,000 คัน  2. ด้านคุณภาพพนักงานประจำรถโดยสาร โดยจัดโครงการ BMTA Smart Driver เพื่ออบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการขับรถโดยสารอย่างปลอดภัย ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติให้กับพนักงานขับรถโดยสาร ให้มีมาตรฐานการขับรถเทียบเท่ากับมาตรฐานขั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น

3. ด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ มาใช้ในการบริหารการจัดการเดินรถโดยสาร อาทิ การติดตั้งระบบ GPS บนรถโดยสาร, การติดตั้งกล้อง CCTV บนรถโดยสาร, การติดตั้งระบบ Free Wi-fi บนรถโดยสาร, การนำเครื่อง EDC มาใช้รับชำระค่าโดยสารรองรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น Citygo เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบถึงข้อมูล ระยะเวลา เส้นทางและรถโดยสารที่จะใช้บริการได้อย่างถูกต้อง

นอกจากการยกระดับการบริการประชาชนแล้ว ขสมก. ยังมีวิสัยทัศน์ในการบริหารภายใต้นโยบายขององค์กรคือ ผู้นำการให้บริการ รถโดยสารประจำทาง โดยที่ผ่านมา ขสมก.ได้พัฒนารูปแบบการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

อีกทั้ง ยังมีการนำระบบ ISO 9001 :2008 และระบบ GPS มาใช้ในการบริหารจัดการเดินรถ เพื่อให้สามารถจัดเดินรถ สอดรับกับความต้องการเดินทางของประชาชน ตลอดจนมีการบูรณาการร่วมกันกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ อาทิ ระบบราง และระบบเรือ เป็นต้น เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และหันมาให้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดมลพิษ ลดปัญหาการจราจรและช่วยให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง