ยูไนเต็ด เปเปอร์ตั้งเป้ายอดขายใกล้เคียงปี 61

ยูไนเต็ด เปเปอร์ตั้งเป้ายอดขายใกล้เคียงปี 61

ยูไนเต็ด เปเปอร์คาดยอดขายปี 62 อยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา เดินหน้าปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รองรับความต้องการของลูกค้า บวกเสริมแกร่งทางธุรกิจ พร้อมประกาศศักยภาพความสำเร็จ โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 200 บริษัทมหาชนรายได้ต่ำกว่าพันล้านที่ดีที่สุดในเอเชียประจำปี 2562

คุณมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคุณวัชชระ ชินเศรษฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน)

คุณมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคุณวัชชระ ชินเศรษฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งในและต่างประเทศใกล้เคียงกับปี 2561 ที่ประมาณ 3,700-3,800 ล้านบาท โดยสัดส่วนจะมาจากตลาดในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15%  สำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือนที่ผ่านอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและเป็นที่น่าพอใจ รวมทั้ง ยังมีความมั่นใจว่าจะมีกำไรสุทธิจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

ด้านแผนการลงทุน ล่าสุด บริษัทได้สร้างโกดังเก็บสินค้าแห่งใหม่ที่จังหวัดปราจีณบุรี  ขนาด 3,000 ตารางเมตร ซึ่งใช้งบลงทุน 60 ล้านบาท และดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถเก็บสินค้าได้มากขึ้นอีก 6,000 ตัน จากเดิมที่เก็บได้ประมาณ 11,000-12,000 ตัน และส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีโกดังเก็บสินค้าเพิ่มเป็น 3 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับความต้องการลูกค้าได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ยังมีแผนปรับปรุงเครื่องจักรเดิมและติดตั้งเครื่องจักรใหม่อีกด้วย ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษา คาดว่าจะใช้งบไม่ต่ำกว่า 150-200 ล้านบาท

“เราจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรเป็นอย่างมาก เพราะในแต่ละปีเราจะเดินเครื่องจักรประมาณ 340 วัน และจะหยุดเดินเครื่องเฉพาะแค่ในช่วงที่มีการซ่อมบำรุงหรือซ่อมประจำปี หรือประจำเดือนเท่านั้น ขณะที่ธุรกิจของเราจะไม่มีพรีออเดอร์ โดยการสั่งซื้อของลูกค้าวันนี้ จะต้องได้รับสินค้าในวันถัดไป ดังนั้น เราจึงต้องมีสินค้าไว้ในสต็อกอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีจะเป็นการเสียโอกาสให้กับคู่แข่งได้

ปัจจุบันเราใช้กำลังการผลิตแล้วกว่า 90% จากกำลังการผลิตทั้งหมด 230,000-240,000 ตันต่อปี สำหรับกลุ่มลูกค้าแบ่งออกเป็นลูกค้าหลักในประเทศประมาณ 90-92% และส่งออกประมาณ 8-10% อาทิ เมียนมา, เวียดนาม และมาเลเซีย เป็นต้น” ผู้บริหารกล่าว

ผู้บริหารกล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.กระดาษคราฟท์สำหรับทำลอนลูกฟูกในสัดส่วน 70% และ 2.กระดาษคราฟท์สำหรับทำผิวกล่องในสัดส่วน 30% ซึ่งทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์มีจุดเด่น คือ เป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมแต่มีราคาที่ย่อมเยา ภายใต้กระบวนการสินค้าที่มีคุณภาพ โดยผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ อาทิ มาตรฐาน ISO 9001 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็นต้น รวมทั้ง ภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะได้รับการรับรองมาตรฐาน Forest Stewardship Council (FSC) อีกด้วย

“ยูไนเต็ด เปเปอร์จะให้ความสำคัญและสนิทสนม และพร้อมรับฟังความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น จึงพยายามที่จะปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่พอใจของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะเติบโตควบคู่ไปกับลูกค้า เพราะเรายึดหลักที่ว่าลูกค้าดี เราก็ดีด้วย” ผู้บริหารกล่าว

ด้านความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ล่าสุด บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 200 บริษัทมหาชนรายได้ต่ำกว่าพันล้านที่ดีที่สุดในเอเชียประจำปี 2562 หรือ Asia’s 200 Best Under A Billion 2019 จากนิตยสารฟอร์บส (Forbes) โดยความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กรให้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งสำคัญที่สุดของบริษัท คือ การทำอย่างไรให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจต่ำ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆ ได้ รวมทั้ง การคัดสรรบุคลากรที่มีฝีมือมาร่วมงาน ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ผู้บริหารกล่าวต่อว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษคราฟท์ นับว่ามีส่วนช่วยในการลดกระดาษขยะได้เป็นจำนวนมาก เพราะวัตถุดิบกว่า 90% นำมาจากการรีไซเคิลกระดาษขยะมากกว่า 2 แสนตันต่อปี อีกทั้ง ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการรีไซเคิลกระดาษขยะแทนการตัดต้นไม้เพื่อนำมาผลิตกระดาษ ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนและการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการผลิตกระดาษคราฟท์มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และสามารถแข่งขันอย่างมีศักยภาพต่อไปในอนาคต