ไอ.พี. คว้ารางวัล Most Chosen Brands 2019

 ไอ.พี. คว้ารางวัล Most Chosen Brands 2019

ไอ.พี. บริษัทผู้ผลิตและจำหน่วยสินค้าอุปโภคบริโภค ได้รับรางวัล Most Chosen Brand 2019 แบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้มากที่สุด เป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม Home Care Category พร้อมเผยแผนการดำเนินธุรกิจ ในการพัฒนานวัตกรรมการผลิตให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพที่ดี

คุณธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ.พี. เทรดดิ้ง จำกัด

คุณธิติ ธเนศวรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอ.พี. เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทำให้ ไอ.พี. ได้รับรางวัล Most Chosen Brands 2019 แบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม Home Care Category เมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา จากงานประกาศผลรางวัล Kantar Brand Footprint Award 2019

สำหรับรางวัล Most Chosen Brands 2019 นี้ เป็นรางวัลหนึ่งใน 4 สาขา ของการจัดอันดับแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อมากที่สุด จัดขึ้นโดย บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด – Kantar Worldpanel หรือ KWP ผู้นำด้านการวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเชิงลึก ที่มีความเชี่ยวชาญในกลุ่มสินค้าอุปโภค – บริโภค ที่มีอัตราการบริโภคสูง หรือ FMCG โดยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแบรนด์ต่างๆ ในพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลคือ น้ำยาปรับผ้านุ่มภายใต้แบรนด์ไฮยีน ของบริษัท ไอ.พี. ที่ได้เป็นสุดยอดแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคในประเทศไทย ประจำปี 2019 ในกลุ่ม Home Care Category

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ไฮยีนนั้น ที่ผ่านมาได้ถูกคิดค้น Innovation ที่แตกต่าง ซึ่งเป็นความพิเศษในเรื่องของการดูแลเสื้อผ้า ที่นอกจากจะทำให้ผ้านุ่มและหอมแล้ว ความหอมที่ไฮยีนนำมาใช้ ยังเป็นความหอมที่เรียกว่า ไลฟ์เซ้นท์ ที่ได้รับการรังสรรค์กลิ่นจากพืชหรือดอกไม้ที่มีชีวิตอยู่ อันจะเป็นกลิ่นหอมที่บริสุทธิ์ ดังนั้นนี่จึงเป็นความพิเศษที่ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจและไว้วางใจในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไฮยีน

“การได้รับรางวัลแบรนด์ที่มีผู้บริโภคเลือกใช้มากที่สุดนี้ ถือเป็นรางวัลสูงสุด ที่ก่อนหน้านี้เราก็ไม่เคยคาดหวังเลย เนื่องจากรางวัลดังกล่าวจะไปอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคขาดไม่ได้ อย่างเช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ดังนั้นนี่จึงเป็นปีแรกที่ Category น้ำยาปรับผ้านุ่มได้รับรางวัล ซึ่งนั่นหมายความว่าเราได้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ดี สามารถครองใจผู้บริโภคได้จริง โดยไฮยีนถือเป็นแบรนด์ที่คนไทยมากกว่า 2 ใน 3 เลือกใช้ เพราะฉะนั้นนี่อาจเป็นบทพิสูจน์ของคนภายในองค์กรเรา ว่าเราได้รังสรรค์สิ่งที่มีคุณภาพและดีจริงให้กับคนไทย และจงภูมิใจที่เราได้จับมือกัน จนสามารถคว้ารางวัลระดับโลกขนาดนี้ได้” คุณธิติกล่าว

คุณธิติ กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจว่า บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาแบรนด์ต่อไป โดยยังคงคอนเซ็ปต์ในการมุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อในคนไทยได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพดี ทั้งยังมีแผนพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้เข้ามาผสมผสานในการดำเนินธุรกิจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ หรือในแง่ของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้มีการตั้งบริษัทขึ้นในประเทศเมียนมาและประเทศเวียดนาม รวมถึงมีการส่งออกสินค้าไปในหลายประเทศ อันได้แก่ สปป.ลาว กัมพูชา จีน บังกลาเทศ มัลดีฟ และแอฟฟริกาใต้ ซึ่งประเทศหลักๆ ยังคงอยู่ในแถบประเทศเพื่อบบ้าน ที่มีสัดส่วนการส่งออกมากกว่า 50%

อย่างไรก็ตามสำหรับสัดส่วนทางการตลาด ไอ.พี. ยังคงติดอันดับ 1 ใน 3 ของ Top Brands มาตลอด โดยในปี 2562 นี้ ไอ.พี. ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะมียอดขายจะเติบโตจากปี 2561 ประมาณ 10% ส่วนในปี 2563 ยังคงคาดการณ์ตามค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5%

“เนื่องจากเราอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่มีความหลากหลาย และมีบริษัทผู้ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันมากมาย ฉะนั้นแผนการดำเนินงานของเราจึงต้องเน้นนวัตกรรมมาช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อให้มีความแตกต่างจากคู่แข่ง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งนอกเหนือจากนวัตกรรมนั้น คือการมี Passion หรือมีความรักในสิ่งที่เราทำ ซึ่งหากสองสิ่งนี้ประกอบเข้าด้วย สินค้าที่เราผลิตก็จะมีคุณภาพ ดังนั้นผลประกอบการและผลสำเร็จต่างๆ ก็จะตามมาเอง” คุณธิติกล่าวเสริม