บาฟส์กรุ๊ป ครบรอบ 36 ปี ชูกลยุทธ์เสริมฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมรุกธุรกิจใหม่

บาฟส์กรุ๊ป ครบรอบ 36 ปี ชูกลยุทธ์เสริมฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมรุกธุรกิจใหม่

กลุ่มบริษัทบริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ หรือ บาฟส์กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 36 ปี เปิดแนวทางการดำเนินธุรกิจ วางกลยุทธ์มุ่งสร้างความเติบโต โดยรักษาฐานธุรกิจหลักให้มั่นคงและเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน พร้อมแสวงหาความร่วมมือในด้านการลงทุนในโครงการใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการพลังงานชั้นนำระดับภูมิภาค

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์ ผู้นำในด้านการให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยานแบบครบวงจรของประเทศ กล่าวว่า บาฟส์เกิดขึ้นจากอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย รวมถึงสร้างมูลค่าทางสังคมและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการขนส่งน้ำมันโดยรถบรรทุก ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานอย่างยั่งยืน

โดยบาฟส์ได้ดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งมาตลอดระยะเวลา 36 ปี ในการเป็นผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานที่รวดเร็ว ตรงต่อเวลา มีความปลอดภัยสูงสุด ได้มาตรฐานสากล และใส่ใจสิ่งแวดล้อม จนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทน้ำมันและสายการบินจากทั่วโลก และจากสภาวะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มบริษัทจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถสานต่ออุดมการณ์ทางธุรกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน โดยการขยายธุรกิจหลักไปยังสนามบินที่มีศักยภาพทั้งในและต่างประเทศ และเพิ่มสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ทั้งนี้ ปัจจุบันรายได้ของกลุ่มบริษัท แบ่งเป็น 80/20 โดยเป็นรายได้จากธุรกิจหลัก 80% และธุรกิจอื่นๆ 20% แต่ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60/40

สำหรับความคืบหน้าการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัทในส่วนของธุรกิจหลัก บาฟส์ จับมือกับพันธมิตร เข้าร่วมประมูลโครงการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือ ซึ่งบริษัทผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเป็นที่เรียบร้อย โดยอยู่ระหว่างการรอประกาศผล นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายการลงทุนในต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนและการวิเคราะห์โอกาสและศักยภาพของตลาด พร้อมแสวงหาพันธมิตรที่เหมาะสม คาดว่าจะได้ผลสรุปในปี 2563

ส่วนของธุรกิจอื่น บริษัทมีแนวทางที่จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การขยายไลน์การผลิตรถเติมน้ำมันและรถสนับสนุนภาคพื้นดินภายในสนามบินที่ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งต้องมีการออกแบบทางวิศวกรรมเฉพาะและใช้เทคโนโลยีระบบวิศวกรรมที่ทันสมัย อีกทั้งหาช่องทางที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีหน้า

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน บาฟส์ให้บริการกับสายการบินกว่า 800 เที่ยวบินต่อวันในท่าอากาศยาน 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ท่าอากาศยานสมุย ท่าอากาศยานตราดและท่าอากาศยานสุโขทัย ส่วนผลประกอบการ 9 เดือนของปี 2562 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 17,094 ล้านบาท มีรายได้ค่าบริการจำนวน 2,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จาก 2,807 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ค่าบริการของธุรกิจให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยาน 82% และรายได้ค่าบริการของธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมันทางท่อ 18%

โดยมีปริมาณน้ำมันอากาศยาน 4,562 ล้านลิตร เติบโตขึ้น 2.4% และปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ 3,413 ล้านลิตร ลดลง 1.1% กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 780 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2561 โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 27.5% เนื่องจากกลุ่มบริษัทต้องรับรู้ต้นทุนบริการในอดีต หรือค่าชดเชยลูกจ้างที่ทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจำนวน 80 ล้านบาท ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2562

 

ปัจจุบันบาฟส์กรุ๊ป มีบริษัทในเครือทั้งสิ้น 6 บริษัท ได้แก่ 1. บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (Fuel Pipeline Transportation Limited: FPT) สัดส่วนการถือหุ้น 75.0% ดำเนินการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินจากโรงกลั่นน้ำมันบางจาก (สายบางจาก-ดอนเมือง-บางปะอิน) และจากสถานีจัดเก็บน้ำมันบริเวณช่องนนทรี (สายมักกะสัน-สุวรรณภูมิ) ปัจจุบันกำลังดำเนินโครงการขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ โดยวางท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินจากคลังน้ำมันบางปะอินไปยังคลังน้ำมันจังหวัดพิจิตรและคลังน้ำมันจังหวัดลำปาง

2. บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (Thai Aviation Refuelling Company Limited: TARCO) สัดส่วนการถือหุ้น 90.0% ดำเนินการให้บริการระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านท่อแบบ Hydrant ณ ท่าอากาศ-ยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันกำลังดำเนินโครงการวางท่อระบบ hydrant ในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2

3. บริษัท บริการน้ำมันอากาศยาน จำกัด (Intoplane Services Company Limited: IPS) สัดส่วนการถือหุ้น 83.3% ให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ อากาศยาน ซึ่งเป็นการรับเหมาเฉพาะแรงงาน โดยปัจจุบันให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสมุย ท่าอากาศยานสุโขทัย และท่าอากาศยานตราด 4. บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (BAFS Innovation Development Company Limited: BID) สัดส่วนการถือหุ้น 100.0% ดำเนินการประกอบธุรกิจหลักเกี่ยวกับการศึกษาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนา ปรับปรุง ออกแบบ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการให้สิทธิและให้บริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

5. บริษัท บาฟส์ อินเทค จำกัด (BAFS INTECH Company Limited) สัดส่วนการถือหุ้น 90.0% ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต ประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานและอุปกรณ์ให้บริการภาคพื้นอากาศยาน และ 6.บริษัท บีพีทีจี จำกัด (BPTG Company Limited) สัดส่วนการถือหุ้น 40.0% ดำเนินธุรกิจประกอบสถานีบริการน้ำมันบริเวณด้านหน้าคลังน้ำมันพิจิตร คลังน้ำมันนครลำปาง และสถานีเพิ่มแรงดันที่กำแพงเพชร

Page Visitor

021086187
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
50133
59264
50133
901069
1584897
21086187
Your IP: 3.238.96.184
2021-05-16 18:38