คริสเตียนี เดินหน้าโปรเจคส่วนต่อขยายสนามบิน

คริสเตียนี เดินหน้าโปรเจคส่วนต่อขยายสนามบิน

คริสเตียนีอัพเดทการก่อสร้างส่วนต่อขยายสนามบินขอนแก่น โดยมีความคืบหน้าในการดำเนินการประมาณ 60% ส่วนกระบี่อยู่ที่ประมาณ 30% พร้อมตั้งรายได้ 7,500-7,600 ลบ. บวกตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วย Backlog ครึ่งปีแรก 9,500 ลบ. โดยจะทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ 3,000 ลบ.

คุณสุรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT

คุณสุรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท คริสเตียนีและนีลเส็น (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CNT กล่าวถึงโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสนามบิน ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการว่า ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ สนามบินขอนแก่น มูลค่างานกว่า 2,000 ล้านบาท และสนามบินกระบี่ มูลค่างานเกือบ 3,000 ล้านบาท โดยลักษณะงานดำเนินในรูปแบบการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และอาคารที่จอดรถยนต์ การปรับปรุงอาคารจอดรถยนต์หลังเดิม การปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ รวมทั้ง การสร้างทางเชื่อมอาคาร

สำหรับการก่อสร้างส่วนต่อขยายสนามบินขอนแก่น ขณะนี้มีความคืบหน้าในภาพรวมประมาณ 60% และมีระยะเวลากำหนดแล้วเสร็จในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาของการเปลี่ยนแปลงแบบการก่อสร้างของทางราชการ จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงาน ดังนั้น บริษัทจึงได้ดำเนินการขอขยายเวลาในการดำเนินงานออกไปอีก 1 ปี

เช่นเดียวกันกับการก่อสร้างส่วนต่อขยายสนามบินกระบี่ ปัจจุบันมีความคืบหน้าในภาพรวมประมาณ 30% โดยระยะเวลาการก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 แต่เนื่องจาก การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างของทางราชการมีความล่าช้า เพราะฉะนั้น จะต้องมีการขยายเวลาการก่อสร้างออกไปอีก 1 ปี

“การเปลี่ยนแปลงแบบการก่อสร้างและการส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้าของทางราชการ นับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ระยะเวลาแล้วเสร็จในการก่อสร้างส่วนต่อขยายของสนามบินทั้ง 2 แห่งต้องดีเลย์ออกไปอีก 1 ปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลในหลายๆ ด้าน เช่น ไม่สามารถขนส่งอุปกรณ์จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดขอนแก่นและกระบี่ได้ เป็นต้น ปัจจุบัน เราได้ทำเรื่องแก้สัญญาในการก่อสร้างส่วนต่อขยายสนามบินกระบี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสนามบินขอนแก่นอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งทั้งคอนเซาท์และกรมท่าอากาศยานมีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี” คุณสุรศักด์กล่าว

คุณสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบ 30 โครงการ โดยตั้งเป้าอัตราการเจริญเติบโตเพิ่ม 10% ในทุกๆ ปี โดยปี 2562 มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 7,400-7,500 ล้านบาท ส่วนในปี 2563 เบื้องต้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทตั้งเป้าหมายที่ 8,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รวมถึง งานภาครัฐที่ชะลอการก่อสร้างและมีความล่าช้า เช่น งานมอเตอร์เวย์ หรืองานสนามบิน เป็นต้น จึงทำให้รายได้พลาดเป้าไปเล็กน้อย ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปีตัวเลขจะจบที่ 7,500-7,600 ล้านบาท

“เราค่อนข้างคอนเซอร์เวทีฟในการตั้งเป้าอัตราการเจริญเติบโตหรือเป้ารายได้รวม โดยจะพิจารณาในเรื่องความเสี่ยงหรือปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ทั้งเรื่องราคา เทคนิคการก่อสร้าง ฐานะทางการเงินของลูกค้ารายใหม่ๆ เป็นต้น ซึ่งเราคาดหวังเติบโตเพิ่มปีละ 10% แต่ถ้าได้มากกว่านั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเป้า 8,000 ล้านบาท ถือเป็นเป้าที่ใหญ่และสูงสำหรับเรา ซึ่งปีนี้หากปิดตัวเลขได้ที่ 7,500 - 7,600 ล้านบาทถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจแล้ว” คุณสุรศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในมุมกลับกัน กำไรปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา หรือเกินเป้าหมาย สาเหตุหลักมาจากการ บริหารจัดการที่ดี การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง ไม่มีโครงการที่มีความเสี่ยง โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 39 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว พร้อมทั้งคาดว่าช่วง 6 เดือนหลังของปีจะไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรก หรือมีแนวโน้มสูงกว่าอย่างแน่นอน

ด้านงานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ครึ่งปีแรกมีจำนวน 9,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่สูง โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีอย่างต่อเนื่องประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการก่อสร้างแท็งก์เก็บก๊าซ  LNG ของกลุ่มปตท. มูลค่า 2,000 ล้านบาท โครงการของภาคเอกชน เช่น งานโรงงานอุตสาหกรรม และงานอาคาร เป็นต้น ส่วนปีที่ผ่านมาที่มียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) 12,000-13,000 ล้านบาท

Page Visitor

017164281
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
49742
48871
261590
13840651
207314
1383188
17164281
Your IP: 54.236.58.220
2021-03-04 22:08