เอเชียไฟเบอร์ สยายปีกธุรกิจ ผุด “AFC SME FACTORY”

เอเชียไฟเบอร์ สยายปีกธุรกิจ ผุด “AFC SME FACTORY”

เอเชียไฟเบอร์ รุกธุรกิจใหม่โรงงานให้เช่า เดินหน้าโปรเจค “AFC SME FACTORY” ปัจจุบันภาพรวมมีความคืบหน้า 70% คาดแล้วเสร็จมีนาคม 2564 ชูจุเด่นทำเลศักยภาพ การคมนาคมสะดวก ตั้งเป้าปี 2563 ยอดขายเติบโตเพิ่ม 10% จากปีที่ผ่านมา

คุณเจน นำชัยศิริ กรรมการและผู้จัดการใหญ่ (ซ้าย) คุณวรดล ศิริเกียรติสูง ผู้จัดการบริหารโครงการโรงงานให้เช่า (ขวา) บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน)

คุณเจน นำชัยศิริ กรรมการและผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย คุณวรดล ศิริเกียรติสูง ผู้จัดการบริหารโครงการโรงงานให้เช่า บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างโครงการ AFC SME FACTORY เฟส 1 โดยใช้งบลงทุน 170 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดิน) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ หรือ 10,928 ตารางเมตร จำนวน 8 ยูนิต โดยได้เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะนี้ ภาพรวมการก่อสร้างมีความคืบหน้า 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2564

สำหรับวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ เนื่องจากบริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้มากขึ้น จึงนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาสร้างประโยชน์ โดยเฉพาะพื้นที่โรงงาน ซึ่งมีที่ดินกว่า 100 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู แต่ปัจจุบันใช้ประโยชน์เพียงกว่า 50% และนำที่ดินในส่วนที่เหลือมาก่อสร้างเป็นโครงการ AFC SME FACTORY โดยได้ร่วมมือกับหุ้นส่วนของบริษัทในการดำเนินการ

โดยโครงการ AFC SME FACTORY ดำเนินการก่อสร้างในรูปแบบ MINI FACTORY หรือโรงงานให้เช่าสำหรับกลุ่ม SME เนื่องจากกระแสของ SME ในปัจจุบันกำลังมาแรง และมีความเป็นไปได้สูงว่ากลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าวมีความต้องการมองหาพื้นที่สำหรับการลงทุนเพื่อเริ่มดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น ในเบื้องต้นบริษัทเปิดรับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

ด้านจุดเด่นของโครงการ เนื่องจากก่อนหน้านี้ในนิคมอุตสาหกรรมบางปูมีโรงงานให้เช่าเพียงรายเดียวเท่านั้น และปัจจุบันมีผู้เช่าเต็มแล้ว ดังนั้น โครงการ AFC SME FACTORY จึงถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ อีกทั้ง ยังตั้งอยู่ใกล้กับจุดสำคัญในด้านการขนส่ง หรือส่งออกผลิตภัณฑ์หลายจุด จึงทำให้มีความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง โดยในปัจจุบัน บริษัทได้ทำการโปรโมททั้งช่องทางออนไลน์ อาทิ การโฆษณาในเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัทเอง เป็นต้น รวมทั้ง ช่องทางออฟไลน์ เช่น การติดป้ายโฆษณาตามจุดต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง

“ที่ตั้งของโครงการตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู เป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการมาทำธุรกิจในบริเวณดังกล่าว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมฉบัง สามารถเดินทางได้สะดวก ขณะเดียวกัน ยังตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ จึงตอบโจทย์ผู้ประกอบการที่ต้องการมาผลิต และทำการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางอากาศที่มีความรวดเร็วได้เป็นอย่างดี” ผู้บริหารกล่าว

ขณะเดียวกัน ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานการก่อสร้างของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโดย CM : Construction Management), QC : Quality Control และ QS : Quantity Surveyor รวมถึง มาตรฐานที่ใช้ในด้านของวัสดุ-อุปกรณ์ อาทิ มอก. เป็นต้น พร้อมทั้ง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของนิคมอุตสาหกรรมในด้านอัคคีไฟอย่างเคร่งครัด

ส่วนก่อสร้างโครงการ AFC SME FACTORY เฟส 2 บริษัทมีแผนที่จะดำเนินการต่อเนื่อง โดยจะใช้งบลงทุนและขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับเฟส 1 อย่างไรก็ตาม ต้องดูผลตอบรับจากเฟส 1 เป็นองค์ประกอบในการพิจารณา ทั้งนี้ หากมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ และความต้องการโรงงานให้เช่ายังคงสูง สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจาก บริษัทมีความพร้อมในหลายๆ ด้านรองรับ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน และระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น

คุณเจน กล่าวต่อถึงเป้าหมายรายได้ในปี 2563 ว่า คาดว่าจะเติบโตเพิ่มจากปี 2562 ประมาณ 10% ภายใต้เงื่อนไข รัฐบาลไม่ได้ประกาศมาตรการล็อกดาวน์ประเทศเป็นรอบที่ 2 ในช่วงปลายปีนี้จนถึงปี 2564 เนื่องจาก ในปี 2562 ที่ผ่านมา (ปีบัญชีเริ่มกรกฎาคม 2562-มิถุนายน 2563) บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มากพอสมควร เพราะสัดส่วนรายได้หลักในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จะมาจากการส่งออกสูงถึง 70% ขณะที่จำหน่ายภายในประเทศ 30% ทั้งนี้ หากมีมาตรการล็อกดาวน์จะทำให้ธุรกิจชะงักงันในหลายด้าน

ด้านกลยุทธ์การดำเนินงาน บริษัทเริ่มให้ความสนใจเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ความสนใจกับวัสดุรีไซเคิลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากวัสดุที่บริษัทใช้มาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ยังไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน ขณะที่ ลูกค้าของบริษัทได้เริ่มเรียกร้องในส่วนของการใช้วัสดุรีไซเคิลเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องมุ่งเน้นผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความสอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มกำไรให้แก่บริษัทได้ เนื่องจากกระแสกำลังมาแรงและราคาดีกว่าแบบเดิม

ปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินการใน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. ไนล่อนที่ผลิตมาจากวัสดุรีไซเคิล โดยซื้อจากประเทศไต้หวัน จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อให้พร้อมใช้งาน ต่อจากนั้นจึงนำไปย้อมสี พร้อมทั้งนำมาทดลองจนกว่าจะใช้งานได้จริง รวมทั้ง มีคุณสมบัติเทียบเคียงกับวัสดุที่ผลิตได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งนี้ ในระหว่างการทดลองบริษัทได้ดำเนินการร่วมกับลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการันตีความเชื่อมั่น ขณะนี้ได้เริ่มทยอยส่งมอบให้ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อย และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี 2. เส้นใยเติมสี ซึ่งในส่วนนี้ จะดำเนินการตามความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มชาวประมงที่ต้องการสีของแห หรืออวน เพื่อให้กลมกลืนกับสีของแหล่งน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าเช่นกัน