บทบรรณาธิการ April 2021

ขณะนี้  ประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงไตรมาส 2 ของปีแล้ว รวมถึง ได้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนด้วยเช่นกัน ทำให้ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งในกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนน่าจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับมีการคาดการณ์ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายในครึ่งปีหลัง โดยส่งผลต่อความต้องการใช้เชื้อเพลิงในตลาดโลกอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ. หรือเรกกูเลเตอร์) มีมติให้ตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2564 ที่ -15.32 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชนเท่าเดิมที่ 3.61 บาทต่อหน่วยต่อไปอีก 4 เดือน คาดใช้เงินอุดหนุน 2,610 ล้านบาท จากเงินที่มีเก็บไว้ 4,129 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการค่าเอฟทีให้มีศักยภาพในการรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าตลอดทั้งปี 2564

โดยค่าเอฟทีงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2564 อ้างอิงต้นทุนราคาเชื้อเพลิงย้อนหลัง 6 เดือนลดลง ส่งผลให้ค่าเอฟทีที่ควรจะเป็นอยู่ที่ -18.02 สตางค์ต่อหน่วย ลดลง -2.7 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชนควรจะลดลงอยู่ในอัตรา 3.58 บาทต่อหน่วย แต่ กกพ.ประเมินแล้วว่าต้นทุนช่วงปลายปีนี้จะสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเอฟทีงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2564 เพิ่มขึ้น 10.07 สตางค์ต่อหน่วย อยู่ที่ -7.95 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.68 บาทต่อหน่วย ดังนั้น กกพ.จึงตัดสินใจตรึงค่าเอฟทีไว้เพื่อบรรเทาภาระความเดือนร้อนให้กับประชาชน

ด้านภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ว่าจะขยายตัวได้ 2.6% พร้อมทั้งระบุว่า ขณะนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 นโยบายการคลังของทุกประเทศจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันทั้งหมด

ขณะที่มาตรการด้านการเงินเข้ามาช่วยผ่านการผ่อนคลายนโยบายการเงิน การใช้อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) การพักชำระหนี้เพื่อให้ภาคธุรกิจหายใจได้คล่องขึ้น และเศรษฐกิจไทยยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างน้อย 2 ปี และอยากเห็นประเทศไทยทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4/2564 ส่วนรายได้ใหม่จะเข้ามาในปี 2565

ขณะที่ ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศไทยจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมทั้ง ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2564 อยู่ที่ 3.4% ลดลงจากเดิมคาดไว้เติบโตได้ 4% และคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เต็มศักยภาพเหมือนช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในปี 2565 ในอัตราการเติบโตที่ 4.7%

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ “คุณไพทยา บัญชากิติคุณ” ผู้ก่อตั้ง ATOM Design บริษัทสถาปนิกชั้นนำที่ออกแบบอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยให้กับนักพัฒนารายใหญ่ของประเทศ โดยจะมาเล่าให้ฟังถึงภาพรวมของการพัฒนาโครงการต่างๆ ตั้งแต่ช่วงที่ถือว่าผ่านช่วงอันตรายของ Pandemic ที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 และช่วงเวลาต่อจากนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงการหาทางออกให้กับโครงการต่างๆ แต่เป็นการร่วมมือกันหาทางออกให้กับการพัฒนาเมืองอีกด้วย

Rate this item
(0 votes)
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

022785637
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
14193
47790
172647
833145
1767374
22785637
Your IP: 3.236.170.171
2021-06-16 05:56