บทบรรณาธิการ January 2019

ปี 2561 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว  โดยเศรษฐกิจในภาพรวมมีการฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยบวกหลายด้านที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกที่เติบโตได้ถึง 11.6%  หรือการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวตลอดทั้งปี เป็นต้น

ในขณะเดียวกันย่อมมีปัจจัยลบที่ฉุดกระชากให้เศรษฐกิจดำดิ่งลงด้วยเช่นกัน อาทิ นโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา, ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา, ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่าย เป็นต้น สำหรับตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะเป็นไปตามเป้าหมายการคาดการณ์หรือไม่ คงรอการสรุปจากหน่วยงานเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2562 กูรูด้านเศรษฐกิจหลายท่านมองว่าจะยังทรงๆ ตัว และไม่แตกต่างจากปี 2561 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 1 ของปี 2561 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะขยายตัวในกรอบประมาณการ 3.5-4.5% และมีค่ากลางอยู่ที่ 4%

สำหรับปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศในปี 2562 ที่ต้องจับตามอง เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคการบริโภคและภาคธุรกิจ, การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit), ความผันผวนในตลาดการเงินโลก

รวมทั้ง สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน (Trade war) โดยได้ลากยาวมาตั้งแต่กลางปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความกังวลให้แก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากสงครามทางการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลผลกระทบจากสงครามการค้า และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการเยียวยาไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการศึกษาผ่านข้อมูลสถิติการนำเข้าและส่งออกสูงสุด 15 รายการ ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาและจีน อีกทั้ง ยังได้มีการสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอุตสาหกรรมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรม

รวมถึงพิจารณาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิติการนำเข้า การส่งออก การลงทุนภายในประเทศ และแนวทางการเยียวยาต่อภาครัฐ พร้อมทั้งให้ความสำคัญในประเด็นการส่งออกของประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกมากกว่า 60% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)  

ด้านแนวโน้มดัชนีราคาสินค้าและบริการ (เงินเฟ้อ) ปี 2562 กระทรวงพาณิชย์ประมาณการว่าจะขยายตัว 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางที่ 1.2% ทั้งนี้ หากแยกเป็นรายไตรมาส คาดว่าไตรมาส 1 จะเพิ่มขึ้น 0.86%, ไตรมาส 2 เพิ่ม 0.98%, ไตรมาส 3 เพิ่ม 1.27% และไตรมาส 4 เพิ่ม 1.81% ภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีที่ 70-80 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.5-33.5 บาท/เหรียญสหรัฐฯ โดยมีปัจจัยมีสนับสนุน อาทิ ราคาพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น, ทิศทางการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่ดีขึ้น, ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มดีขึ้น, การส่งออกไทย ที่คาดขยายตัวได้ เป็นต้น

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโชว์ผลงานเยี่ยม รับ ISO/IEC 27001 : 2013 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ Letter of Compliance ISO/IEC 27032:2012 แนวทางสำหรับความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ “Guidelines for Cybersecurity” รายแรกของประเทศ ตอกย้ำความสำคัญในการปกป้องระบบสารสนเทศให้มีความมั่นคงปลอดภัย พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่น่าเชื่อถือ บวกสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งภายในและภายนอก

Rate this item
(0 votes)