then
July 04, 2022

บทบรรณาธิการ April 2022

วิกฤต ราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หรืออยู่ในช่วงราคาพลังงานขาขึ้น มีปัจจัยหลักมาจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายอย่างสามารถเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องชงักงัน เพราะได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ทำให้แนวโน้มความต้องการใช้พลังงานมีเพิ่มมากด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน ไฟฟ้า และอื่นๆ 

สำหรับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทย รวมถึง ยังกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนทั้งประเทศอีกด้วย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าที่จะต้องใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันรถ ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าสินค้าอุปโภค-บริโภค เป็นต้น

ล่าสุด คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กพพ.ได้มีมติให้ปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่าเอฟที สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย เป็น 4.00 บาทต่อหน่วย

สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อค่าเอฟทีมาจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ กกพ.ต้องปรับสมมุติฐานการประมาณการค่าเอฟทีใหม่ให้สะท้อนราคาเชื้อเพลิงในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์ที่ก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในอ่าวไทยลดลงในช่วงปลายสัมปทาน

โดยประมาณการค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นส่งผลให้ประมาณการค่าเอฟทีในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 129.91 สตางค์ต่อหน่วย และหากพิจารณาภายใต้หลักการการปรับขึ้นแบบขั้นบันได อาจทำให้ต้องขึ้นค่าเอฟทีงวดละ 47.3 สตางค์ต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงให้ต่ำที่สุดมาใช้ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้เกิดความเป็นธรรม สามารถทำให้ค่าเอฟทีลดลง เป็นผลให้ปรับขึ้นค่าเอฟทีในงวดนี้เพียง 23.38 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งนี้ ตามแนวทางจากภาคนโยบาย กฟผ.จะแบกรับค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงในงวดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดไว้ก่อน และจะทยอยเรียกคืนค่าเอฟทีเมื่อราคาเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง

ขณะเดียวกัน สำนักงาน กกพ. เชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ร่วมกันประหยัดการใช้พลังงาน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า 4 ป. ได้แก่ ปลด หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าลดการใช้ไฟฟ้าเมื่อใช้งานเสร็จ, ปิด หรือดับไฟเมื่อเลิกใช้งาน รวมทั้ง ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26 องศาเซลเซียล และเปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จะสามารถช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงราคาแพง ซึ่งจะเป็นการลดภาระค่าครองชีพ อีกทั้ง ยังจะเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันลดภาระโดยรวมให้กับประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณอารียา วูวงศ์ Chief Operating Officer บริษัท เมดิเซเลส จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลี เตรียมรับเทรนฟิลเลอร์มาแรง ส่ง Neuramis 2 ซีรี่ส์ ตีตลาดความงามใน เผยกลยุทธ์หลักเน้นทำตลาดกับคนไข้ เสริมช่องทางออนไลน์ พร้อมชูวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ มั่นใจ! ปี 2565 โตได้ 100% ตามเป้า และครองที่ 1 มาร์เก็ตแชร์ด้านฟิลเลอร์ในประเทศต่อเนื่อง

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Wednesday, 08 June 2022 10:10

Page Visitor

005475212
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
8098
32898
40996
129314
1299737
5475212
Your IP: 44.192.114.32
2022-07-04 04:09