แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจ Employee Perspective 4.0

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจ Employee Perspective 4.0 ทิศทางที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องรู้ 

จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ของประเทศไทยและทั่วโลก  มีหลายปัจจัยที่ทำให้แรงงานต้องรู้และเตรียมพร้อมรับมือในยุค Digital Transformation  ล่าสุด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย  เปิดเผยผลการวิจัย Employee Perspective 4.0 “พฤติกรรมการใช้เงิน การดำเนินชีวิต และความคิดเห็นที่มีต่อการทำงานของคนรุ่นใหม่ 4.0”  ซึ่งเป็นทิศทางที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องรู้ โดยแบ่งการศึกษาวิจัยเป็น 4 ส่วนตามวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้ หนึ่งเพื่อศึกษาความสนใจและความต้องการที่มีต่อการเข้าทำงานในองค์กรของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0  สองเพื่อศึกษาแนวโน้มการประกอบอาชีพของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0  สามเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้เงินและการออมเงินของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0  และสี่เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0  ซึ่งแต่ละส่วนมีความสอดคล้องและยังแสดงให้เห็นถึงทิศทางแรงงานยุคใหม่  รวมถึงการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้อง และรับกับแนวโน้มเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานในอนาคต  สำหรับบทความตอนแรก “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” จะขอพูดถึงใน 2 ส่วน   คือ ความสนใจและความต้องการที่มีต่อการเข้าทำงานในองค์กรของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0  และแนวโน้มการประกอบอาชีพของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0

จากผลการวิจัยเกี่ยวกับความสนใจและความต้องการที่มีต่อการเข้าทำงานในองค์กรของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0 มีขนาดกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ 1,515 กลุ่มตัวอย่าง  สามารถนำเสนอได้ดังนี้ประเภทขององค์กรที่สนใจอยากทำงานมากที่สุด คือ กิจการเจ้าของคนเดียว ร้อยละ 49 รองลงมา บริษัทมหาชนจำกัด ร้อยละ 30  ธุรกิจ Start Up ร้อยละ 27 บริษัทจำกัด ร้อยละ 23 ราชการและธุรกิจแฟรนไชส์ ร้อยละ 20 เท่ากัน รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 19 ตามลำดับ  นอกจากนี้ประเภทธุรกิจที่สนใจอยากทำงานมากที่สุด คือ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ร้อยละ 33 รองลงมาบริการด้านสุขภาพและสังคมร้อยละ 23 การศึกษาและโรงแรมและภัตตาคาร ร้อยละ 20 เท่ากัน เกษตรกรรม ร้อยละ 19 ผู้ส่งออกร้อยละ 18 ตามลำดับ (ภาพประกอบ 1) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ องค์กร 12 ลำดับแรกที่คนรุ่นใหม่ยุค 4.0 ต้องการร่วมงาน มีดังนี้ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) มากสุดคิดเป็นร้อยละ 22.1  รองลงมา บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เอสซีจี ร้อยละ 16.5  ลำดับที่ 3  เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร้อยละ 14.8  ลำดับที่ 4 กูเกิล  ร้อยละ 13  ลำดับที่ 5 การไฟฟ้านครหลวง ร้อยละ 5.3  อันดับที่ 6 บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ร้อยละ 4.5 อันดับที่ 7 บริษัท ไลน์ (LINE) ร้อยละ 2.8  อันดับที่ 8 มีสององค์กรที่ผลสำรวจเท่ากัน  แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน  ร้อยละ 2.7  อันดับที่ 9 บริษัทแอปเปิล ร้อยละ 2.6  อันดับที่ 10 เซ็นทรัล กรุ๊ป ร้อยละ 2.5 อันดับที่ 11 เฟซบุ๊ค กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด ร้อยละ 2.4 อันดับที่ 12 สุดท้าย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จํากัด มหาชน ร้อยละ 2.1 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า 12 องค์กรชั้นนำนอกจากองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่แล้ว  กลุ่มธุรกิจทางด้านดิจิทัลและโซเชียลเป็นหนึ่งในองค์กรที่คนรุ่นใหม่ต้องการจะเข้าทำงานอย่างมีนัยสำคัญ (ภาพประกอบ 2)

สำหรับปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการเข้าร่วมงานกับองค์กรมากที่สุด คือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการ แต่ขณะเดียวกันก็พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย จากผลวิจัยดังนี้ ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ร้อยละ 72 รองลงมา ลักษณะงาน ร้อยละ 57  ชื่อเสียงองค์กรและความมั่นคงร้อยละ 56 ความก้าวหน้าและโอกาสได้เรียนรู้ ร้อยละ 46 วันหยุด/เวลาทำงาน ร้อยละ 41 ตามลำดับ  อีกทั้ง ลักษณะสภาพแวดล้อมด้านกายภาพเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลอยากเข้าทำงานมากที่สุด คือ สภาพแวดล้อมสะอาด มีระเบียบ ทันสมัย ร้อยละ 79 รองลงมาสภาพแวดล้อมมีความปลอดภัย ร้อยละ 66 มีสถานที่พักผ่อนทำกิจกรรมยามว่าง ร้อยละ 50 มีเครื่องดื่มให้รับประทาน ร้อยละ 44 มีสถานที่จอดรถ ร้อยละ 39 ไม่มีเสียงรบกวนและแสงสว่างพอเหมาะและมีโรงอาหารอยู่ใกล้ ร้อยละ 38 เท่ากัน มีสถานที่ให้ออกกำลังกายร้อยละ 37 ตามลำดับ รวมทั้งในส่วนของสวัสดิการที่ต้องการมากที่สุด คือ โบนัสและการปรับเงินเดือนประจำปี ร้อยละ 87 รองลงมา ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ ร้อยละ 81 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ร้อยละ 77 ลากิจ/ลาพักผ่อน ร้อยละ 71 ตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 66 เบี้ยขยัน/ค่า Incentive เบี้ยเลี้ยง ร้อยละ 58 ตามลำดับ (ภาพประกอบด้านล่าง)

สำหรับแนวโน้มการประกอบอาชีพของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0 ส่วนของลักษณะการทำงานที่ต้องการในปัจจุบันมากที่สุด คือ งานประจำ ร้อยละ 65 รองลงมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 32 งานอิสระ /สัญญาจ้าง ร้อยละ 23 ผู้ประกอบการ Startup ร้อยละ 19 งานพาร์ทไทม์ ร้อยละ 18 งานนอกเวลา ร้อยละ 17 รับหลายงานพร้อมกัน (2 งานขึ้นไป) ร้อยละ 15 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่า  คนรุ่นใหม่ยังคงต้องการความมั่นคงจากการทำงานประจำ  แม้มีแนวโน้มของ Gig Economy ในกลุ่มของงานระยะสั้นประเภทต่างๆ เติบโตสูงขึ้นในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ความต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup ของคนรุ่นใหม่ยุค 4.0 ซึ่งเป็นผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup ร้อยละ 64 และไม่ต้องการ ร้อยละ 36  และหากจำแนกตามช่วงปีการเกิดกับความต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup พบว่า Gen B (Baby Boomer) และGen Z ส่วนใหญ่ไม่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup แต่   Gen X  และ Gen M นั้น มีความต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup  ซึ่งเหตุผลที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup ระบุว่า  ทำให้มีรายได้เพิ่ม ร้อยละ 38.5 มากที่สุด รองลงมามีอิสระในการทำงาน ร้อยละ 20.5 เป็นนายตนเอง ร้อยละ 18 ตามลำดับ  ทั้งนี้เมื่อจำแนกตามช่วงปีการเกิดกับเหตุผลที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ Startup พบว่า Gen X Gen M และ Gen Z ส่วนใหญ่นั้นให้เหตุผลต้องการมีรายได้เพิ่ม ในขณะที่ Gen B (Baby Boomer) ส่วนใหญ่ให้เหตุผลต้องการมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น  

นอกจากนี้ธุรกิจ Startup ที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธุรกิจออนไลน์ ร้อยละ 29 รองลงมา ธุรกิจร้านอาหาร ร้อยละ 17 ธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี ร้อยละ 9 ธุรกิจเกม / เว็บไซต์รีวิวสินค้า / ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและการออกแบบที่โดดเด่นร้อยละ 7 เท่ากัน ตามลำดับ

จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต องค์กรต้องสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีระหว่างองค์กรและพนักงานที่ต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่ายในทุกมิติ โดยสวัสดิการที่คนรุ่นใหม่ต้องการมากที่สุด คือ โบนัสและการปรับเงินเดือนประจำปี ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ รวมทั้งลักษณะสภาพแวดล้อมด้านกายภาพสะอาด มีระเบียบ ทันสมัย สภาพแวดล้อมมีความปลอดภัย ล้วนเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการ  ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าคนรุ่นใหม่อยากเข้าทำงานในองค์กรประเภทกิจการเจ้าของคนเดียว และอยากเข้าทำงานในธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี นั่นสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังมองหารูปแบบการทำงานที่มีการดำเนินงานที่ไม่สลับซับซ้อน มีความคล่องตัวสูงในการทำงานและการตัดสินใจดำเนินงาน รวมถึงอาจมีโอกาสก้าวหน้าในสายงาน เพราะเป็นองค์กรขนาดเล็ก คนทำงานไม่มากนัก

เพราะฉะนั้นการแข่งขันจึงมีน้อย ซึ่งเป็นลักษณะเด่นขององค์กรประเภทกิจการเจ้าของคนเดียว ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับรูปแบบการดำเนินงานของธุรกิจ Startup กิจการเจ้าของคนเดียวมีอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก ได้รับความนิยมสูงสุดและเป็นธุรกิจที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาความมั่นคงในหน้าที่การงานเสมอไป แต่มองหาค่าตอบแทน สวัสดิการ ลักษณะงาน รวมทั้งโบนัสและการปรับเงินเดือนประจำปีที่เหมาะสมและยุติธรรมเพียงพอต่อต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานมากกว่า  ถึงเวลาที่องค์กรจะต้องปรับเปลี่ยน เพื่อตอบโจทย์คนทำงานยุค 4.0  และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้คนทำงานมีความสุขและทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ดีอันจะนำมาซึ่งประสิทธิผลของการทำงานต่อไป  และในบทความหน้าจะมาเจาะลึกในส่วนของการศึกษาพฤติกรรมการใช้เงินและการออมเงินของกลุ่มคนรุ่นใหม่ยุค 4.0 

Rate this item
(0 votes)