บทบรรณาธิการ May 2019

ในปี 2562  อุตสาหกรรมอาหารยังคงติดโผอุตสาหกรรมดาวรุ่งอันดับต้นๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเหตุผลหลักที่ส่งผลให้มีการเติบโตสูง เนื่องด้วยอาหารนับเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ประกอบกับประเทศไทยถือได้ว่าเป็นฐานการผลิตของโลก ซึ่งมีวัตถุดิบด้านการเกษตรที่สำคัญหลายชนิด ทั้งข้าว ปาล์ม อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์ตลาดอาหารในปี 2562 กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่าจะมีแนวโน้มจะขยายตัวถึงร้อยละ 3-5 จากปี 2561 ที่มีปริมาณการจำหน่าย 21.5 ล้านตัน และขยายตัวเพิ่มจากปี 2560 ร้อยละ 4.37 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท เนื่องมาจากการจําหน่ายในกลุ่มน้ำตาล น้ำมันพืช ปศุสัตว์ นม และบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

รวมไปถึงกลุ่มอาหารสุขภาพ และกลุ่มอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้ง ภาพรวมเศรษฐกิจที่กําลังซื้อในประเทศแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้นอีกด้วย

ด้านการส่งออกอาหารของไทยตั้งแต่ปี 2558-2561 เป็นต้นมา พบว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี เฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 3 โดยการส่งออกสินค้าอาหารของไทยปี 2561 มีมูลค่าการส่งออก 1,148,278 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.43 หรือมีมูลค่า 35,822 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 

โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 (มกราคม-มีนาคม) การส่งออกอาหารมีมูลค่าการส่งออก 275,119 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.47 หรือมีมูลค่า 8,708.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับสินค้าเกษตรอาหารที่มีการส่งออกมากที่สุด พบว่า ข้าวยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 1 โดยมีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 29 ของสินค้าเกษตรอาหารทั้งหมด มูลค่าการส่งออก 39,607 ล้านบาท

ส่วนปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของภาคธุรกิจรวมทั้งการเติบโตและโอกาสของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ โอกาสของไทยในการเป็นประธาน ASEAN ทำให้สามารถสร้างความเชื่อมั่น ผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้า และลดการกีดกันทางการค้า, การเมืองไทยเกิดความชัดเจนหลังการเลือกตั้ง จึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและการลงทุน ทำให้เกิดการเจรจาความตกลงด้านการค้าระหว่างประเทศ และโอกาสส่งออกสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทั้งในรูปแบบ B2C และ B2B เป็นต้น

ในทางกลับกัน ปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบและเป็นอุปสรรคทางการค้า เช่น ความผันผวนทางการเมืองระหว่างประเทศ และความยืดเยื้อของสงครามการค้า ซึ่งจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศคู่ค้าลดลง รวมทั้ง เงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และต้นทุนการบริหารจัดการของผู้ประกอบการ เป็นต้น

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณเลียว เป็ง ชวน กรรมการ บริษัท เบนิซอน (ประเทศไทย) จำกัด โดยเปิดแผนธุรกิจ 5 ปี ตั้งเป้าเพิ่มยอดการผลิตและยอดขายอีกเท่าตัว โฟกัสตลาดในประเทศไทยและฟิลิปปินส์เป็นหลัก ควบคู่กับความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเสริมแกร่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หนุนตอบสนองความต้องการของตลาดทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมโชว์นโยบายหลักการันตีการยอมรับจากลูกค้าด้วยความเป็นมิตร ทั้งการให้คำปรึกษา คำแนะนำ และช่วยแก้ไขทุกปัญหาตลอดเวลา

Rate this item
(0 votes)