บทบรรณาธิการ November 2019

ขณะนี้  ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในสภาวะที่ชะลอตัว และมีแนวโน้มว่าจะลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า รวมทั้ง มีการคาดการณ์ในขั้นร้ายแรงว่าอาจจะอยู่ในภาวะที่ถดถอยได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ ) ได้ออกมาตอกย้ำให้เห็นภาพที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกสู่ระดับ 3.0% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนกรกฏาคมที่ระดับ 3.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551-2552 พร้อมทั้ง ยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2563 จากเดิมที่ระดับ 3.5% มาอยู่ที่ระดับ 3.4% อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าสู่ระดับ 1.7% ในปีนี้ จาก 2.3% ในปีที่ผ่านมา ส่วนการขยายตัวของประเทศในตลาดเกิดใหม่ถูกปรับลดลงสู่ระดับ 3.9% ในปีนี้ จาก 4.5% ในปีก่อนหน้า รวมทั้ง ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของสหรัฐอเมริกาในปีนี้สู่ระดับ 2.4% จากระดับ 2.9% ในปีที่แล้ว พร้อมทั้ง คาดว่าในปี 2563 เศรษฐกิจสหรัฐเอมริกาจะมีการเติบโต 2.1%

ทั้งนี้ จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว จึงส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างเป็นลูกโซ่ต่ออัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีของทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยที่ผ่านมา หน่วยงานเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชนได้ทยอยออกมาปรับประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี รวมทั้ง การส่งออกเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน  

ยกตัวอย่างเช่น ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 จากประมาณการเดิมที่ 3.0% เหลือ 2.8%  โดยสาเหตุหลักยังคงมาจากสงครามการค้าที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นเป็นวงกว้างมากขึ้นในหลายประเทศ ทำให้ภาคบริการชะลอตัวลง ซึ่งไม่ได้กระจุกตัวแต่เพียงการผลิตภาคอุตสาหกรรม การค้าระหว่างประเทศ และการลงทุนเท่านั้น 

ด้านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ซึ่งประกอบด้วยหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยได้มีมติปรับลดประมาณการณ์อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2.9-3.3% ปี 2562 ลงมาอยู่ที่ 2.7-3% ส่วนการส่งออกคาดติดลบ 2%-0% จากเดิมคาดติดลบ 1-1%

ส่วนศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ปรับประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีปี 2562 ขยายตัวเพียง 2.7% เพราะความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่โต้ตอบรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ภาคการส่งออกยังต้องเผชิญกับอุปสรรค ทำให้มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์ในปีนี้จะหดตัว 1.8%  พร้อมทั้ง ปรับประมาณการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีในปี 2563 จากเดิมมองว่าจะขยายตัวที่ระดับ 3.6% เหลือ 3.2% ขณะที่มูลค่าการส่งออกปีหน้าจะขยายตัวเพียง 0.3%

สำหรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีของปีนี้จะอยู่ในระดับเท่าใด เราคงต้องลุ้นตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนธันวาคมว่าจะสามารถฉุดให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีเพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่ และหวังว่าตัวเลขเศรษฐกิจทั้งปีจะไม่หลุดกรอบที่ 2.7-2.9%

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ มร. สตีเฟ่น แอชเวิร์ธ กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือชั้นนำในประเทศไทยเปิดท่าเทียบเรือชุด D ในแหลมฉบังอย่างเป็นทางการ ชูความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่สุดในโลก โดยจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าของท่าเรือแหลมฉบังราว 40% พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งตู้สินค้าระดับโลก

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Monday, 16 December 2019 14:17